วันอังคารที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2564

โศกนาฏกรรม​ที่​เกิด​กับ​มหา​ปุโรหิต​เอลี​



 โศกนาฏกรรม​ที่​เกิด​กับ​มหา​ปุโรหิต​เอลี​

เมื่อเขากล่าวถึงหีบของพระเจ้า เอลีก็หงายหลังตกจากที่นั่งที่อยู่ข้างประตู ท่านก็คอหักตาย เพราะท่านชรามากและตัวก็หนัก ท่านได้วินิจฉัยคนอิสราเอลอยู่ 40 ปี

1 ซามูเอล 4:18

โศกนาฏกรรม​ที่​เกิด​กับ​มหา​ปุโรหิต​เอลี​และ​ลูก​ชาย​ที่​ชั่ว​ช้า​สอง​คน​ชื่อ​ฮฟนี​กับ​ฟีนะฮาศ. บุตรทั้งสองที่เขาเหยียดหยามพระเจ้า และด้วยความโง่เขลาที่สรุปเอาเองว่าถ้านำหีบพันธสัญญาไปสู่สนามรบด้วย พวกเขาต้องมีชัย เขาและชาวอิสราเอลตัดสินใจเลือกใช้ยุทธวิธีที่ เรียกว่า "เครื่องลางของขลัง"  มากกว่าการอดอาหารอธิษฐาน ปราศจากการทูลขอการทรงนำจากพระเจ้า พวกเขาไม่เห็นว่าหีบพันธสัญญาเป็นสัญลักษณ์การสถิตอยู่ด้วยของพระเจ้า แต่กลับกลายเป็นตะเกียงวิเศษซึ่งต้องถูมือไปบนตะเกียงเพื่อเรียกพระเจ้าให้ออกมาช่วย หีบพันธสัญญาได้กลายเป็นเครื่องลาง ซึ่งเมื่อไหร่ที่นำมาใช้ก็จะได้รับพร "แน่นอน"  พระเจ้าจึงได้กำหนดว่าจะนำการพิพากษามายังเอลีและพงศ์พันธ์ของเขา ในส่วนของเอลีเขาเองก็ทราบดีถึงความบาปของบุตรทั้งสองที่เหยียดหยามพระเจ้า แต่เอลีก็ไม่ได้ทำสิ่งใดนอกเหนือไปจากแค่พูดว่ากล่าว  ในเรื่องนี้ชาวอิสราเอลขาดความเคารพและขาดการเชื่อฟังพระเจ้า  เมื่อการต่อสู้ระหว่างฟีลิสเตียกับอิสราเอลจบลง ​ทหารคนหนึ่งได้​พูด​ถึง​หีบ​ของ​พระเจ้า​ เมื่อเอลีได้ยินเขา​ก็​หงาย​หลัง​ตก​จาก​เก้าอี้​ข้าง​ประตู​และ​คอ​หัก​ตาย นั่นเพราะ​เขา​ทั้ง​แก่​ทั้ง​อ้วน  

จากเรื่องราวที่ผ่านมาท่าทีในการตอบสนองของเอลีจะเป็นแบบ ปล่อยไปตามดวง ยอมแพ้ต่อโชคชะตา ที่จริงพระเจ้าได้ตรัสกับเอลีอย่างน้อยสองครั้งโดยทางผู้เผยพระวจนะ เพื่อเตือนถึงการพิพากษาที่จะเกิดขึ้นกับท่านและพงศ์พันธ์ แต่เพราะท่าน ไม่่ยอมจัดการกับความบาปของบุตร  เอลีก็ไม่คิดจะทำสิ่งใดทั้งสิ้น การตอบสนองของท่านดูคล้ายเป็นพวกเคร่งศาสนา คือ ขอพระองค์ทรงกระทำตามสิ่งที่พระองค์ทรงเห็นชอบเถิด ซึ่งต่างกับดาวิดที่เมื่อเขาถูกตำหนิเรื่องความบาปของท่านกับนางบัทเชบา เดวิดทราบล่วงหน้าว่าบุตรที่เกิดมาจะต้องตาย (2 ซามูเอล 12:14) แต่สิ่งนี้ก็ไม่สามารถยับยั้งดาวิดได้ เขาวิงวอนต่อพระเจ้า นอนหมอบราบ ลงกับพื้นทั้งคืน เพื่อทูลขอชีวิตบุตร (2 ซามูเอล 12:16-17) แต่กับเอลีดูเหมือนว่าเขาเพียง ยักไหล่ และพูดว่า "นี่เป็นพระประสงค์ของพระเจ้า"

เอลีเป็นผู้นำอิสราเอลเป็นเวลายาวนานถึงสี่สิบปี แต่เขาน่าจะอยู่ได้นานกว่านี้ ถ้าเขาเชื่อฟังพระเจ้าและอีกอย่างเขาคงจะไม่ตายอย่างอนาถถ้าเขาดูแลสุขภาพตนเองให้ดีและไม่ปล่อยให้ตนเองมีน้ำหนักตัวที่มากเกินไป  ในความเป็นจริงพระเจ้ารักคุณไม่ว่าคุณจะเป็นยังไง ไม่ว่าคุณจะตัวใหญ่หรือจะตัวเล็ก พระองค์ก็รักคุณเช่นเดียวกัน พระองค์รักมนุษย์อย่างไม่มีข้อแม้ใด ๆ  แต่เมื่อคุณไม่ได้ดูแลสุขภาพร่างกายของตนเองให้แข็งแรงนั่นก็อาจจะเป็นข้อจำกัดที่จะทำให้คุณพลาดโอกาสที่จะได้อยู่รับใช้พระองค์ไปนาน ๆ ที่สำคัญความเชื่อของคุณจะต้องมั่นคง ต้องมีความเคารพและ เชื่อฟังด้วย  เมื่อรู้ว่าทำผิดต้องรีบกลับใจและมีความวางใจในองค์พระผู้เป็นเจ้าเท่านั้น

เรื่องของเอลีในวันนี้ ให้ข้อคิดเราในเรื่องของการให้ความเคารพ และการเชื่อฟังพระเจ้า  หากเรารู้ตัวว่าผิดต้องรีบกลับใจและมีความวางใจในองค์พระผู้เป็นเจ้าเท่านั้น และอีกเรื่องที่เราได้ข้อคิดจากเรื่องราวของเอลีก็คือการรู้จักดูแลสุขภาพร่างกาย หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วร่างกายของคุณเป็นวิหารสำหรับพระวิญญาณบริสุทธิ์  หลายคนจึงไม่ค่อยใส่ใจในการดูแลสุขภาพให้ดีเท่าที่ควร วันนี้ขอให้คุณพยายามอย่างเต็มที่ในการดูแลรักษาสุขภาพตัวเองให้ดี อย่ากินอาหารที่ไร้ประโยชน์และเที่ยวเสเพล หรือทำอะไรก็ตามที่จะเป็นการทำลายสุภาพของตัวคุณเอง เมื่อพระเจ้าทรงประทานร่างกายนี้ให้คุณ คุณก็ควรดูแลมันให้ดี อย่ารอแต่ปาฏิหาริย์ อย่ารอแต่พระพรว่าวันนี้ฉันจะสุขภาพดีโดยที่ตนเองไม่ต้องทำอะไรเลย แต่คุณจะต้องทำหน้าที่ในการใส่ใจดูแลสุขภาพของตนเองให้ดีที่สุด

คำอธิษฐาน

ข้าแต่พระบิดาที่รัก ขอโปรดช่วยให้ลูกมีความเชื่อที่มั่นคง ให้ลูกรู้จักเคารพและเชื่อฟังพระองค์  และมีความวางใจในพระองค์เท่านั้น โปรดช่วยให้ลูกเป็นคนที่มีวินัยในการกิน การอยู่ การออกกำลังกายเพื่อให้มีสุขภาพที่ดี โปรดช่วยให้ลูกฉลาดในการเลือกบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพเพื่อที่ลูกจะได้มีชีวิตที่มีคุณภาพ และมีสภาพร่างกายที่พร้อมเพื่อจะทำงานรับใช้พระองค์ได้ไปอีกนานๆ ลูกขออธิษฐานในนามพระเยซูคริสต์ อาเมน

ขอขอบคุณข้อความหนุนใจจาก

หนังสือ One minute devotions

 bible.or 

วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2564

อย่ารักทรัพย์สินเงินทอง

 


ชายหนุ่มที่ร่ำรวย - ทรัพย์สินเงินทอง

เมื่อพระเยซูทรงได้ยินอย่างนั้น พระองค์ตรัสกับเขาว่า “ท่านยังขาดสิ่งหนึ่ง จงไปขายสิ่งของทั้งหมดที่ท่านมีอยู่แล้วแจกจ่ายให้คนยากจน ท่านถึงจะมีทรัพย์สมบัติในสวรรค์ แล้วจงกลับมาติดตามเรา

ลูกา 18:22

 มีเศรษฐีคนหนึ่งมาหาพระเยซูเพื่อถามว่าเขาจะไปสวรรค์ได้อย่างไร เขาบอกว่าเขาได้เชื่อฟังบัญญัติทั้งสิบประการอย่างดี แต่พระเยซูบอกให้เขาทำอีกอย่าง นั่นคือให้ขายทรัพย์สมบัติที่เขามีทั้งหมดแล้วแจกจ่ายให้กับคนยากจนแล้วตามพระองค์ไป ชายหนุ่มที่ร่ำรวยคิดมากและรู้สึกเสียใจเพราะเขาเป็นเจ้าของทรัพย์สินสิ่งของมากมาย พระเยซูทรงห่วงใยเขา แต่เขาก็เดินจากไปเพราะไม่อยากขายของและเสียเงินไปให้คนอื่น

อย่าปล่อยให้สิ่งใดมาขวางคุณในการติดตามพระเยซู ในเรื่องนี้คนร่ำรวยได้รับข้อเสนอให้ติดตามพระเยซูและเขาปฏิเสธ เขาไม่ต้องการที่จะสละสิ่งของทรัพย์สมบัติของเขา ในวันนี้คุณไม่จำเป็นต้องสละทุกสิ่งที่คุณมี แต่ขอให้คุณระวังอย่าปล่อยให้สิ่งที่คุณมีทำให้คุณไม่ติดตามพระเยซู

คำอธิษฐาน

ข้าแต่พระเยซู ขอพระองค์โปรดกำจัดสิ่งที่จะมาขัดขวางทางลูกเพื่อไม่ให้ลูกได้ติดตามพระองค์ ขอพระองค์นำมันออกไปให้ห่างจากชีวิตของลูกด้วยเทอญ อาเมน

ขอขอบคุณข้อความหนุนใจจาก

หนังสือ One minute devotions

 followhissteps.com 


วันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2564

เพื่อนของโยบ - กล่าวโทษพระเจ้า

 


เพื่อนของโยบ - กล่าวโทษพระเจ้า

หลังจากพระยาห์เวห์ตรัสพระวจนะเหล่านี้แก่โยบแล้ว พระยาห์เวห์ตรัสกับเอลีฟัสชาวเทมานว่า “เราโกรธเจ้าและสหายทั้งสองของเจ้า เพราะเจ้าทั้งหลายไม่ได้พูดถึงเราอย่างถูกต้อง เหมือนโยบผู้รับใช้ของเราได้พูด

โยบ 42: 7

มีเรื่องเลวร้ายมากมายเกิดขึ้นกับโยบและเพื่อน ๆ ของเขาก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย พวกเขาไม่สนับสนุนโยบและพูดในสิ่งที่ไม่ดีเกี่ยวกับเขาและเกี่ยวกับพระเจ้า แต่อย่างไรก็ตามโยบยังคงวางใจในพระเจ้า

บางครั้งเมื่อสิ่งเลวร้ายเกิดขึ้น ผู้คนต่างพากันตำหนิพระเจ้าเพราะพวกเขาคิดว่าพระองค์ทิ้งพวกเขาไว้คนเดียวและสิ่งเลวร้ายทั้งหมดเป็นความผิดของพระองค์ หากมีใครกล่าวโทษพระเจ้าสำหรับสิ่งเลวร้ายที่เกิดขึ้นอย่าไปฟังพวกเขา เมื่อคุณมีช่วงเวลาที่ยากลำบากจงอย่าโทษพระเจ้า แต่ให้คุณโอบกอดพระองค์ไว้เหมือนอย่างที่โยบทำ พระองค์ทรงอยู่เคียงข้างคุณเสมอ จงเชื่อว่าพระเจ้าแสนดี พระองค์ดีที่สุดเพราะพระองค์ต้องการมอบแต่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

คำอธิษฐาน

ข้าแต่พระบิดาที่รัก เมื่อสิ่งเลวร้ายเกิดขึ้นในชีวิตลูกไม่อยากกล่าวตำหนิพระองค์ โปรดช่วยให้ลูกจำไว้ว่าพระองค์รักลูกมากแค่ไหนและพระองค์ต้องการมอบแต่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกเสมอ ลูกขออธิษฐานในนามพระเยซูคริสต์ อาเมน

ขอขอบคุณข้อความหนุนใจจาก

หนังสือ One minute devotions

 kanoklee.medium.com 

วันเสาร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2564

คำพิพากษาของปิลาต

 


ปีลาต - ไม่ทำอะไรเลย

23เจ้าเมืองถามว่า “ตรึงทำไม? เขาทำผิดอะไร?” แต่พวกเขายิ่งร้องว่า “ให้ตรึงที่กางเขน”

24เมื่อปีลาตเห็นว่าไม่ได้การ มีแต่จะเกิดความวุ่นวาย ท่านจึงเอาน้ำมาล้างมือต่อหน้าฝูงชน แล้วกล่าวว่า “เราไม่มีความผิดเรื่องความตายของคนนี้ พวกเจ้าต้องรับผิดชอบเอาเองเถิด”  มัทธิว 27: 23-24

พระเยซูถูกนำตัวมาต่อหน้าปีลาตและถูกพิจารณาคดี แต่ปีลาตไม่คิดว่าพระเยซูได้ทำสิ่งใดผิดเลย อย่างไรก็ตามฝูงชนก็ยังลงมติให้ตรึงพระเยซู ปีลาตเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไม แต่เขาก็ไม่ได้ทำอะไรเพื่อช่วยพระองค์ ทั้งๆที่เขาเองก็มีอำนาจที่จะปล่อยพระเยซูไป แต่เขาก็เลือกที่จะฟังฝูงชน ถึงแม้ปีลาตจะไม่ได้ฆ่าพระเยซู แต่เขาก็ต้องรับผิดชอบในการตัดสินใจครั้งนี้เช่นเดียวกันเพราะเขาเลือกที่จะไม่ทำอะไรเพื่อหยุดมัน

เมื่อคุณอายุมากขึ้นอาจจะมีบางครั้งที่คุณสามารถช่วยเหลือใครบางคนได้ นั่นจะเป็นทางเลือกของคุณ ไม่ว่าคุณจะทำหรือไม่ก็ตาม จงอย่าเป็นเหมือนปีลาตที่ยืนเฉยและปฏิเสธที่จะช่วยแม้ว่าคุณมีโอกาสที่จะช่วยได้ พระคัมภีร์กล่าวว่าเมื่อคุณช่วยใครสักคนหนึ่งนั่นก็เหมือนกับว่าคุณกำลังช่วยพระเยซูอยู่

คำอธิษฐาน

ข้าแต่พระบิดาที่รัก ลูกต้องการสร้างความแตกต่าง ลูกไม่อยากมีความกลัวที่จะต้องช่วยเหลือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ ขอให้ลูกมีความกล้าหาญในการตัดสินใจ และเลือกทำในสิ่งที่ถูกต้องดีงามเพื่อเป็นการถวายเกียรติแด่พระองค์ ลูกขออธิษฐานในนามพระเยซูคริสต์ อาเมน

ขอขอบคุณข้อความหนุนใจจาก

หนังสือ One minute devotions

 kamsonbkk.com 

วันศุกร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2564

โยอาบ - พ่ายแพ้ต่อการล่อลวง

 


โยอาบ - พ่ายแพ้ต่อการล่อลวง 

ดังนั้นที่เขาทั้งสองต้องตายนั้น โยอาบและพงศ์พันธุ์ของเขาต้องรับผิดชอบเป็นนิตย์ แต่ส่วนดาวิดและพงศ์พันธุ์ของพระองค์และราชวงศ์ของพระองค์ และราชบัลลังก์ของพระองค์จะมีสวัสดิภาพจากพระยาห์เวห์อยู่เป็นนิตย์”

1 พงษ์กษัตริย์ 2:33

โยอาบเป็นทหารที่แข็งแกร่งและเป็นผู้นำในกองทัพของดาวิด เมื่อครั้งที่บุตรชายคนหนึ่งของดาวิดพยายามจะแย่งชิงบัลลังก์เพื่อเป็นกษัตริย์โยอาบก็ไม่ได้เข้าร่วมกับเขา โยอาบเลือกที่จะปกป้องดาวิด แต่หลายปีต่อมาอาโดนิยาห์บุตรชายอีกคนหนึ่งของดาวิดพยายามแย่งชิงบัลลังก์ของดาวิด เขาเล่นไม่ซื่อกับโซโลมอน คิดตั้งตัวเองขึ้นเป็นกษัตริย์แทน  คราวนี้โยอาบกลับเข้าร่วมการกบฏด้วย ทั้งที่ผ่านมาโยอาบเป็นนักรบที่ภักดีต่อดาวิดมาตลอด แต่โยอาบต้องมาจบชีวิตด้วยการทรยศ โยอาบถูกประหาร ไม่เพียงแต่ข้อหาสมรู้ร่วมคิดก่อการกบฎต่อโซโลมอนเท่านั้น แต่เพราะเป็นผู้ฆ่าอับเนอร์และอามาสาด้วย (ดู 1 พกษ. 2:5-6, 28-35) สิ่งที่เกิดขึ้นกับโยอาบในบั้นปลายนั่นเป็นเพราะเขาไม่เข้มแข็งต่อการล่อลวงของปีศาจ

ปีศาจไม่เพียงแค่พยายามล่อลวงให้คุณทำบาปเพียงครั้งเดียว แต่มันจะพยายามครั้งแล้วครั้งเล่า บางทีคุณก็อาจจะสามารถยืนหยัดต่อสู้กับสิ่งล่อใจได้มาจนถึงตอนนี้ ขอให้คุณอย่าละทิ้งความพยายามของคุณ เพราะปีศาจมันจะพยายามล่อลวงคุณต่อไปอย่างไม่ลดละ ดังนั้นจงระวังปีศาจอยู่เสมอ จงรักษาใจของคุณให้อยู่ในการเชื่อฟังพระเจ้า และจงฉลาดเลือกในการทำสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสม

คำอธิษฐาน

ข้าแต่พระบิดาที่รัก ลูกไม่อยากพ่ายแพ้ต่อการล่วงลวงของปีศาจจนเกิดการทำผิดเหมือนเช่นโยอาบ ลูกอยากเป็นคนฉลาดที่รู้เท่าทันทุกครั้งที่ปีศาจมันพยายามมาล่อลวง  ขอพระองค์โปรดประทานสติปัญญาให้ลูกได้เลือกกระทำในสิ่งที่ถูกต้อง และให้ลูกกระทำทุกสิ่งด้วยความซื่อสัตย์ ลูกขออธิษฐานในนามพระเยซูคริสต์ อาเมน

ขอขอบคุณข้อความหนุนใจจาก

หนังสือ One minute devotions

 bible.org 

วันพฤหัสบดีที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2564

ยอห์นผู้มีอีกชื่อหนึ่งว่ามาระโก

 


37บารนาบัสนั้นอยากจะพายอห์นผู้มีอีกชื่อหนึ่งว่ามาระโกไปด้วย 38แต่เปาโลเห็นว่าไม่ควรพาไป เพราะครั้งก่อนยอห์นละท่านทั้งสองที่แคว้นปัมฟีเลียและไม่ได้ไปทำงานด้วยกัน

กิจการ 15: 37-38

ยอห์นผู้มีอีกชื่อหนึ่งว่ามาระโกเดินทางไปกับเปาโลและบารนาบัส พวกเขาไปปฏิบัติศาสนกิจแก่ผู้คนครั้งแรกที่เมืองอันทิโอก ค.ศ. 45-49 (กจ 12:25) ยอห์นได้ละท่านทั้งสองที่แคว้นปัมฟีเลียและไม่ได้ไปทำงานด้วยกัน ยอห์นได้เดินทางกลับบ้านที่เยรูซาเล็มโดยไม่ทราบสาเหตุ ทำให้เปาโลไม่พอใจและไม่ให้ยอห์นมาร่วมเดินทางไปแพร่ธรรมในการเดินทางครั้งที่สองด้วย เพราะเปาโลไม่คิดที่จะคบคนที่เคยทอดทิ้งพวกเขา แต่บารนาบัสยืนกรานให้มาระโกไปด้วย เปาโลกับสิลาสจึงเดินทางไปเอเชียน้อย และบารนาบัสกับมาระโกได้เดินทางไปที่ไซปรัส (กจ 15:36-40) ต่อมามาระโกก็ได้เป็นที่ไว้ใจของเปาโลและเปโตร และกลายเป็นศิษย์รักของเปโตร     “มาระโกเป็นศิษย์และผู้แปลคำคำสอนของเปโตร และทำให้คำสอนของเปโตรตกทอดมาถึงเราในรูปของงานเขียน” ดังนั้น เมื่อเราอ่านพระวรสารของมาระโก เท่ากับว่าเรากำลังฟังเปโตรเทศน์สอน (นักบุญอีเรเนอุสได้กล่าวไว้)

ชื่อเสียงของคุณเป็นสิ่งสำคัญมาก หากคุณเลิกทำสิ่งต่างๆก่อนที่จะทำให้งานนั้นเสร็จสิ้นคนอื่นๆก็อาจจะไม่เข้าใจและสงสัยว่าคุณเป็นคนแบบไหนกันแน่ ทำไมถึงละทิ้งเพื่อนละทิ้งงาน

 แต่ในเรื่องนี้ ในที่สุดมาระโกก็ได้โอกาสพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง แต่ก็ต้องใช้เวลาสักพักกว่าที่ท่านเปาโลจะเชื่อใจเขาอีกครั้ง ในการดำเนินชีวิต ขอให้คุณเป็นคนที่รู้จักรักษาคำพูด และทำสิ่งที่คุณได้พูดหรือให้สัญญาเอาไว้ให้สำเร็จเสร็จสิ้นทุกครั้ง เพราะในชีวิตจริงเราอาจจะไม่ได้มีโอกาสครั้งที่สองเหมือนกับมาระโก

ชีวิตของมาระโกให้บทเรียนแก่เราในเรื่อง การรักษาคำพูดที่เราได้เคยให้ไว้กับคนอื่น จงทำมันให้สำเร็จลุล่วง และอย่าไปตัดสินใครพียงเพราะเขาอาจมีข้อบกพร่องให้เราเห็นตอนแรกๆ แต่ควรให้โอกาสแก้ไข เพราะไม่มีใครไม่เคยผิดพลาด เราควรหนุนใจกัน แนะนำกัน ให้ความช่วยเหลือกัน และสนับสนุนกันด้วยใจที่อดทนและเมตตา

คำอธิษฐาน

ข้าแต่พระเยซูที่รัก ลูกอยากเป็นที่ยอมรับนับถือในทุกเรื่องของชีวิตไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน การทำงาน ชีวิตครอบครัว ขอพระองค์โปรดช่วยลูกให้เป็นคนที่รู้จักรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเองอย่างดี และรู้จักรักษาคำพูดและมีความอดทนมากพอที่จะทำงานนั้นๆให้บรรลุผลสำเร็จ และที่สำคัญอย่าให้ลูกเป็นคนที่ชอบไปตัดสินคนอื่น แต่โปรดสวมหัวใจที่มีแต่ความรัก ความเมตตาให้กับลูกเพื่อที่ลูกจะได้รู้จักรักและรับใช้ผู้อื่น อย่างที่พระองค์ได้ทรงทำไว้ให้เป็นแบบอย่าง อาเมน

ขอขอบคุณข้อความหนุนใจจาก

หนังสือ One minute devotions

 dondaniele.blogspot.com

วันพุธที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2564

ของประทานจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ไม่สามารถซื้อหาได้ด้วยเงิน

 


ของประทานจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ไม่สามารถซื้อหาได้ด้วยเงิน

เมื่อซีโมนเห็นว่าคนเหล่านั้นได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์โดยการวางมือของอัครทูตทั้งสอง จึงนำเงินมาให้ท่านทั้งสอง

กิจการ 8:18

ในพระธรรมกิจการ บทที่ 8 ได้กล่าวถึงชายคนหนึ่งชื่อซีโมน ซีโมนอยากได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์บ้าง เมื่อเขาเห็นพระวิญญาณบริสุทธิ์ลงมาบนผู้คนหลังจากที่เหล่าอัครสาวกได้วางมือบนผู้คน เมื่อซีโมนเห็นว่าคนเหล่านั้นได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์โดยการวางมือของอัครทูตทั้งสอง เขาจึงนำเงินมาให้ท่านทั้งสอง และกล่าวว่า “ขอโปรดช่วยให้ข้าพเจ้ามีอำนาจแบบนี้ด้วย เพื่อว่าเมื่อข้าพเจ้าวางมือให้คนไหน คนนั้นจะได้รับพระวิญญาณบริสุทธิ์” ซีโมนพยายามขอซื้อพลังของพระเจ้าจากเหล่าสาวก นั่นเพราะเขาคิดว่าของประทานจากพระวิญญาณบริสุทธิ์จะสามารถซื้อหาได้ด้วยเงิน เขาคงคิดว่าเป็น(ของวิเศษ)อย่างหนึ่งถ้าใครมีก็จะสามารถทำอะไรก็ได้ตามใจปรารถนา แต่ความเป็นจริง พระวิญญาณบริสุทธิ์มาเพื่อที่จะครอบครองเรา ไม่ใช่ให้เราครอบครองพระองค์

บางครั้งผู้คนพยายามทำข้อตกลงกับพระเจ้า ตัวอย่างเช่น เด็กผู้ชายชายที่ต้องการวิดีโอเกมใหม่เขาอาจบอกกับพระเจ้าว่าถ้าพระเจ้าประทานเกมใหม่ให้เขาเขาจะไปโบสถ์ แต่พระเจ้าไม่สนใจข้อตกลงนั้น พระองค์ไม่ประสงค์จะให้คุณมีแค่เพียงความต้องการใน "ฤทธิ์อำนาจ" ของพระองค์เท่านั้น แต่พระองค์ประสงค์รให้คุณต้องการทั้งหมดของพระองค์

ข้อคิด

ในจดหมายฝาก 2 โครินธ์ 3:5 กล่าวว่า “มิใช่เราจะคิดถือว่า สิ่งหนึ่งสิ่งใดเกิดจากความสามารถของเราเอง แต่ว่าความสามารถของเรามาจากพระเจ้า”

พระเจ้าทรงสร้างสมองของมนุษย์ ความสามารถที่มนุษย์มีมาจากพระเจ้าทรงเป็นผู้ประทานให้ ดังนั้น อย่าหลงตัวเอง ไม่ว่าคุณจะทำอะไร จงทำทุกอย่างด้วยตระหนักว่าของประทานทุกอย่างมาจากพระเจ้า ให้เราขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับของประทานแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์อันประเสริฐที่ได้ประทานให้แก่เราทั้งหลายเปล่าๆ และของประทาน”นั้นไม่สามารถซื้อหรือหามาได้ด้วยตัวคุณเองได้

 ขอขอบคุณข้อความหนุนใจจาก

หนังสือ One minute devotions

เฟสบุคถ้อยคำแห่งการเยียวยาและกำลังใจ

 suthailand.org


ข้อคิดหนุนใจประจำวัน จดจ่อที่รางวัลแห่งชัยชนะ

  หากเรามัวแต่จ้องมอง " ยักษ์ใหญ่ " ( อุปสรรคปัญหา ) ของเรามากเกินไป ความกลัวต่อสิ่งเหล่านั้นจะเข้าครอบงำจิตใจเรา จงจดจ่อสายตาไ...