วันจันทร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

บทภาวนาประจำวัน จงคิดด้วยสติของตนเอง

 

จงตัดสินใจอย่างแน่วแน่ที่จะคิดและพูดแต่สิ่งที่ดีงามสิ่งเหล่านั้นคือสิ่งที่สอดคล้องและเป็นไปตามพระวจนะของพระเจ้า 

บทภาวนาประจำวัน  

จงคิดด้วยสติของตนเอง  

โดย จอยซ์ เมเยอร์   

ดัดแปลงจากหนังสือ Beginning Your Day God’s Way 

 

เราทำลายข้อโต้แย้งและแนวคิดอันจองหองทุกประการที่ตั้งตัวขัดขวางความรู้เรื่องพระเจ้า และเราจับกุมความคิดทุกอย่างให้มาเชื่อฟังพระคริสต์ 

2 โครินธ์ 10:5 (ESV)  

 

คุณเคยหยุดคิดทบทวนบ้างไหมว่า... ตอนนี้คุณกำลังคิดเรื่องอะไรอยู่? การเรียนรู้ที่จะหมั่นตรวจสอบความคิดของตนเองอย่างสม่ำเสมอนั้น เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการดำเนินชีวิตที่ดี แทนที่จะปล่อยตัวให้เป็นคนประเภทที่ "คิดไปเรื่อยโดยขาดสติ" เราสามารถฝึกฝนตนเองให้หันมาใส่ใจและพิจารณาว่า กำลังเกิดอะไรขึ้นบ้างภายในจิตใจของเรา 

 

นับเป็นช่วงเวลาแห่งการเปิดเผยอันแสนวิเศษสำหรับฉัน เมื่อฉันตระหนักได้ว่า ฉันไม่จำเป็นต้องเก็บเอาทุกเรื่องที่ผุดขึ้นมาในหัวมาขบคิดไปเสียหมด ฉันสามารถเลือกความคิดของฉันเองได้ และสามารถใช้สติปัญญาของตนเองในการคิดโดยเจตนาและตั้งใจ ฉันสามารถเลือกที่จะคิดในแง่บวก คิดด้วยความเชื่อ และคิดในสิ่งที่สอดคล้องกับพระวจนะของพระเจ้าได้อย่างจงใจ 

 

หากอารมณ์ของคุณเริ่มดิ่งลง หรือทัศนคติของคุณเริ่มติดลบ ลองหยุดเพื่อตรวจสอบความคิดที่คุณกำลังมีอยู่ในขณะนั้นดูสิ แล้วคุณก็น่าจะค้นพบต้นตอของปัญหาได้อย่างแน่นอน การคิดในแง่ลบไม่เพียงแต่จะทำให้คุณรู้สึกหงุดหงิดและขมขื่นใจเท่านั้น แต่ยังเป็นอุปสรรคขัดขวางไม่ให้พระเจ้าทรงทำงานในชีวิตของคุณอีกด้วย เพราะเราได้รับสิ่งต่างๆ จากพระเจ้าผ่านทางความเชื่อ และธรรมชาติของความเชื่อนั้นย่อมเป็นสิ่งที่เป็นบวกเสมอ 


คุณไม่จำเป็นต้องนั่งนิ่งๆ อย่างยอมจำนน ปล่อยให้ศัตรูฝ่ายวิญญาณเข้ามายัดเยียดความคิดที่เป็นพิษภัยและทำลายล้างลงไปในจิตใจของคุณ แต่คุณสามารถเรียนรู้ที่จะรู้เท่าทันความคิดเหล่านั้น และด้วยความช่วยเหลือจากพระเจ้า คุณจะสามารถเปลี่ยนไปคิดถึงเรื่องอื่นที่เป็นประโยชน์และสร้างสรรค์แทนได้ 

 

จงตัดสินใจอย่างแน่วแน่ที่จะคิดและพูดแต่สิ่งที่ดีงามสิ่งเหล่านั้นคือสิ่งที่สอดคล้องและเป็นไปตามพระวจนะของพระเจ้า 

 

คำอธิษฐานประจำวัน: ข้าแต่พระบิดาเจ้า ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้รู้เท่าทันเมื่อความคิดที่ผุดขึ้นมานั้นไม่ใช่ความคิดที่เป็นของข้าพระองค์เอง เพื่อที่ข้าพระองค์จะสามารถจับกุมความคิดเหล่านั้นไว้ และแทนที่ด้วยความคิดที่เป็นประโยชน์และสร้างสรรค์ ขอทรงช่วยให้ข้าพระองค์คิดด้วยจิตใจอย่างพระคริสต์ด้วยเถิด อาเมน 

 

ึกเสริมสร้างความเชื่อของคุณให้เติบโตด้วยบทภาวนาประจำวัน และเริ่มต้นวันใหม่ของคุณด้วยพระวจนะที่สร้างแรงบันดาลใจและถ้อยคำหนุนใจจากบทภาวนาประจำวัน  

เราสนับสนุน และท้าทายคุณ ที่จะแสวงหาความใกล้ชิดกับพระเจ้าในทุกๆวัน  ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่าน 

 ขอขอบคุณแหล่งที่มาของบทความหนุนใจ 

joycemeyer.org 

ติดตามอ่านบทความหนุนใจอื่นๆได้ที่ kattcrewslovegod.blogspot 

 

วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2569

บทภาวนาประจำวัน จงละวางความรู้สึกผิด และรับการอภัยจากพระเจ้า

 

ไม่ว่าคุณจะเคยกระทำสิ่งใดมาก็ตาม คุณสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างเป็นอิสระ ได้รับการอภัย และได้รับการเยียวยาให้หายดีในพระเยซู แม้ว่าผู้คนที่คุณเคยทำร้ายจิตใจอาจจะยังไม่พร้อมที่จะให้อภัยคุณในทันที แต่พระเจ้าจะทรงให้อภัยคุณเสมอ

บทภาวนาประจำวัน  

จงละวางความรู้สึกผิด และรับการอภัยจากพระเจ้า  

โดย จอยซ์ เมเยอร์   

 ดัดแปลงจากหนังสือ Healing the Soul of a Woman 

 

เหตุฉะนั้น บัดนี้จึงไม่มีการลงโทษ [ไม่มีคำตัดสินว่าผิด ไม่มีบทลงทัณฑ์] สำหรับผู้ที่อยู่ในพระเยซูคริสต์ [ผู้ที่เชื่อในพระองค์ในฐานะองค์พระผู้เป็นเจ้าและพระผู้ช่วยให้รอดส่วนตัวของตน] 

โรม 8:1 (AMP)  

 

บางครั้งเราอาจรู้สึกเจ็บปวดภายในจิตวิญญาณ เพราะเราได้ทำร้ายจิตใจผู้อื่นโดยไม่ได้ตั้งใจ บ่อยครั้งที่เราทำร้ายคนเหล่านั้นก็เพราะตัวเราเองก็กำลังเจ็บปวดอยู่เช่นกัน และเราไม่ได้มีเจตนาที่จะสร้างบาดแผลให้แก่พวกเขาเลย เรื่องนี้มักเกิดขึ้นเป็นพิเศษกับผู้หญิงที่อาจเคยถูกทารุณกรรมหรือได้รับความเจ็บปวดในรูปแบบอื่นระหว่างช่วงวัยเด็ก แล้วพวกเธอก็กลับไปทำร้ายลูกๆ ของตนเองต่อ พวกเธอไม่เคยต้องการที่จะสร้างปัญหาเลย เพียงแต่พวกเธอขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในการรับมือกับสถานการณ์เหล่านั้นเท่านั้นเอง เช่นเดียวกันกับกรณีของผู้ที่ทำร้ายเพื่อน คู่สมรส หรือสมาชิกในครอบครัวคนอื่นๆ โดยไม่ได้ตั้งใจ 

 

เมื่อเราเติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้น และเริ่มตระหนักว่าสิ่งที่เราพูดหรือทำลงไปนั้นได้สร้างความเจ็บปวดหรือความยากลำบากให้กับชีวิตของผู้อื่น เราอาจรู้สึกแย่กับเรื่องนั้นเป็นอย่างมาก เมื่อเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น สิ่งที่เราควรทำคือเข้าไปพูดคุยกับบุคคลนั้น ยอมรับในสิ่งที่เราได้ทำลงไปจนก่อให้เกิดความเจ็บปวด และกล่าวคำขอโทษอย่างจริงใจ นอกจากนี้ เราอาจรู้สึกว่าเราสามารถอธิบายให้บุคคลนั้นฟังได้ว่าในขณะนั้นเกิดอะไรขึ้นกับตัวเรา หรือเล่าให้พวกเขาฟังว่าเราเริ่มตระหนักได้อย่างไรว่าเราได้ทำร้ายพวกเขาไปแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดในการสนทนาลักษณะนี้คือ การแสดงความรับผิดชอบต่อการกระทำของเรา และการกล่าวคำขอโทษ เราอาจหวังว่าอีกฝ่ายจะยอมรับคำขอโทษนั้น และเราทั้งสองฝ่ายจะสามารถก้าวต่อไปข้างหน้าได้ หากมีสิ่งใดที่เราสามารถทำได้เพื่อช่วยให้อีกฝ่ายหลุดพ้นจากผลกระทบของสิ่งที่เราได้ทำลงไป เราก็ควรเสนอตัวเข้าไปช่วยเหลือในเรื่องนั้น แต่หากไม่สามารถทำได้ เราก็เพียงแค่ภาวนาขอให้พระเจ้าทรงช่วยเยียวยาและประทานกำลังแก่เขาหรือเธอต่อไป 

 

ในสถานการณ์ที่ความเจ็บปวดนั้นฝังลึกเป็นพิเศษ อีกฝ่ายหนึ่งอาจจะยังไม่พร้อมที่จะก้าวต่อไปข้างหน้า แทนที่จะเป็นเช่นนั้น พวกเขาอาจคอยตอกย้ำสิ่งที่เราได้ทำลงไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า และใช้คำยอมรับผิดหรือคำขอโทษของเรามาเป็นเครื่องมือโจมตีเรา ด้วยถ้อยคำกล่าวหาต่างๆ เช่นเหตุผลที่ฉันกลายเป็นคนแบบนี้ ก็เพราะเธอทำร้ายจิตใจฉันอย่างรุนแรงเมื่อหลายปีก่อน!” หรือถ้าเธอไม่ทำเรื่องแบบนั้นกับฉัน ฉันก็คงไม่ทำแบบนี้หรอก!” เมื่อเราได้ยินถ้อยคำเช่นนี้ เราอาจถูกล่อลวงให้รู้สึกผิดหรือรู้สึกว่าตนเองสมควรถูกลงโทษจากการกระทำในอดีตของเราได้ เมื่อเราได้สารภาพบาปต่อพระเจ้าและได้รับการอภัยจากพระองค์แล้ว อีกทั้งยังได้ยอมรับความผิดพลาดของเราต่อผู้ที่เราได้ทำร้ายจิตใจและได้กล่าวคำขอโทษพวกเขาแล้ว เราก็ไม่ควรแบกรับความรู้สึกผิดจากความผิดพลาดหรือความล้มเหลวเหล่านั้นไว้อีกต่อไป พระเจ้าทรงประทานการอภัยที่สมบูรณ์และไม่มีเงื่อนไขแก่รา และเมื่อเราได้รับการอภัยนั้นแ้ว เราย่อมสามารถมองเห็นตนเองว่าเป็นผู้ที่สะอาดบริสุทธิ์ด้ โดยไม่หวั่นไหวต่อคำพูดดๆ ที่ผู้อื่นอาจกล่าวถึงเรา 

 

พระธรรมยอห์น 3:17 (ESV) กล่าวไว้ว่า "เพราะพระเจ้าไม่ได้ทรงส่งพระบุตรเข้ามาในโลกเพื่อพิพากษาโลก แต่เพื่อที่โลกจะได้รอดโดยทางพระองค์" และพระธรรมโรม 8:1 ก็ประกาศยืนยันว่า "จึงไม่มีการลงโทษสำหรับผู้ที่เป็นของพระองค์" ไม่ว่าคุณจะเคยกระทำสิ่งใดมาก็ตาม คุณสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างเป็นอิสระ ได้รับการอภัย และได้รับการเยียวยาให้หายดีในพระเยซู แม้ว่าผู้คนที่คุณเคยทำร้ายจิตใจอาจจะยังไม่พร้อมที่จะให้อภัยคุณในทันที แต่พระเจ้าจะทรงให้อภัยคุณเสมอ 

 

คำอธิษฐานประจำวัน: ข้าแต่พระเจ้า ขอบพระคุณพระองค์สำหรับการอภัยของพระองค์ ขอทรงช่วยข้าพระองค์ให้รู้จักรับผิดชอบต่อการกระทำของตน ปลดปล่อยความรู้สึกผิด และดำเนินชีวิตอยู่ในเสรีภาพ ขอทรงสอนให้ข้าพระองค์วางใจในพระคุณของพระองค์ และดำเนินชีวิตโดยปราศจากการถูกกล่าวโทษพิพากษา อาเมน 

 

ึกเสริมสร้างความเชื่อของคุณให้เติบโตด้วยบทภาวนาประจำวัน และเริ่มต้นวันใหม่ของคุณด้วยพระวจนะที่สร้างแรงบันดาลใจและถ้อยคำหนุนใจจากบทภาวนาประจำวัน  

เราสนับสนุน และท้าทายคุณ ที่จะแสวงหาความใกล้ชิดกับพระเจ้าในทุกๆวัน  ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่าน 

 ขอขอบคุณแหล่งที่มาของบทความหนุนใจ 

joycemeyer.org 

ติดตามอ่านบทความหนุนใจอื่นๆได้ที่ kattcrewslovegod.blogspot 

 

บทภาวนาประจำวัน จงคิดด้วยสติของตนเอง

  จงตัดสินใจอย่างแน่วแน่ที่จะคิดและพูดแต่สิ่งที่ดีงาม — สิ่งเหล่านั้นคือสิ่งที่สอดคล้องและเป็นไปตามพระวจนะของพระเจ้า   บทภาวนาประจำวัน     จ...