วันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2569

บทภาวนาประจำวัน เรียนรู้ที่จะรู้จักผู้คน

 

ถือเป็นวิจารณญาณที่ดีที่เราจะปฏิบัติต่อผู้อื่นในแบบเดียวกับที่เราปรารถนาให้ผู้อื่นปฏิบัติต่อเราเสมอ

บทภาวนาประจำวัน  

เรียนรู้ที่จะรู้จักผู้คน  

โดย Joyce Meyer  

ดัดแปลงจากหนังสือ Beginning Your Day God’s Way 

 

จงซื่อสัตย์ในการตัดสินของท่าน และอย่าตัดสินเพียงแค่การมองผ่านๆ (อย่างผิวเผินและดูจากรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้นแต่จงตัดสินอย่างยุติธรรมและชอบธรรม  

ยอห์น 7:24 (AMPC) 

 

คุณเคยพบใครสักคนที่คุณรู้สึกไม่ชอบหน้าทันทีที่เห็นบ้างไหมฉันมั่นใจว่าเราทุกคนคงเคยเจอมาแล้ว แต่เราจะสามารถรู้สึกไม่ชอบใครสักคนได้อย่างบริสุทธิ์ใจได้อย่างไร ในเมื่อเราแทบจะไม่รู้จักเขาเลย หรือบางทีอาจจะไม่รู้จักเขาเลยด้วยซ้ำ? 

 

ฉันเชื่อว่าเป็นเพราะเราปล่อยให้ทัศนคติหรือกรอบความคิดบางอย่างเข้ามามีอิทธิพลต่อความรู้สึกและความคิดเห็นของเรา โดยที่เราไม่เคยพิจารณาเลยว่าความคิดเหล่านั้นมีที่มาจากไหน หรือทำไมเราถึงมีความคิดเช่นนั้น 

 

มีเหตุผลมากมายที่เราอาจจะไม่ชอบใครสักคน แต่ไม่มีเหตุผลใดเลยที่ถือเป็นเหตุผลอันสมควรที่เราจะใช้ตัดสินพวกเขา บางทีพวกเขาอาจจะมีบุคลิกภาพแบบที่เราไม่ถูกจริต หรืออาจจะมีบุคลิกที่ทำให้เรานึกถึงใครบางคนที่เคยทำร้ายจิตใจเราในอดีต ผู้หญิงที่มีความรู้สึกไม่มั่นคงในตัวเองคนหนึ่งอาจได้พบกับผู้หญิงที่งดงามมากอีกคนหนึ่ง แล้วเกิดความรู้สึกไม่ชอบเธอขึ้นมา เพียงเพราะเธอรู้สึกถูกคุกคามด้วยความงดงามของอีกฝ่ายเท่านั้น ฉันใช้เวลาอยู่หลายปีกว่าจะตระหนักได้ว่า ฉันมักจะปิดกั้นและปฏิเสธผู้คนที่มีลักษณะชวนให้นึกถึงพ่อของฉัน พ่อของฉันเป็นคนห้วนๆ มองโลกในแง่ลบ และโดยทั่วไปแล้วก็ดูไม่เป็นมิตรนัก ดังนั้นฉันจึงเลือกที่จะคบหากับผู้คนที่ไม่มีลักษณะนิสัยเหล่านั้นเลย ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ตัวฉันเองกลับมีนิสัยแบบนั้นเสียเอง 

 

สิ่งสำคัญคือเราต้องเข้าถึงต้นตอของปัญหาเหล่านี้ เพราะพระวจนะของพระเจ้าสอนเราว่า อย่าตัดสินสิ่งใดเพียงแค่การมองผ่านๆ หรือตัดสินอย่างผิวเผิน และหากเราสละเวลาสักนิดเพื่อทำความรู้จักผู้คนให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เราอาจจะกลับกลายเป็นว่าชอบพวกเขามากขึ้นเสียด้วยซ้ำ 

 

ถือเป็นวิจารณญาณที่ดีที่เราจะปฏิบัติต่อผู้อื่นในแบบเดียวกับที่เราปรารถนาให้ผู้อื่นปฏิบัติต่อเราเสมอ 

 

คำอธิษฐานประจำวัน: ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์ปรารถนาที่จะมองเห็นผู้คนในแบบที่พระองค์ทรงมองเห็น ขอทรงประทานดวงตาและหัวใจของพระองค์แก่ข้าพระองค์ ขอทรงช่วยให้ข้าพระองค์มอบโอกาสให้กับผู้คน และไม่ตัดสินพวกเขาเพียงแค่เปลือกนอกอย่างผิวเผิน อาเมน 

 

ฝึกเสริมสร้างความเชื่อของคุณให้เติบโตด้วยบทภาวนาประจำวัน และเริ่มต้นวันใหม่ของคุณด้วยพระวจนะที่สร้างแรงบันดาลใจและถ้อยคำหนุนใจจากบทภาวนาประจำวัน  

เราสนับสนุน และท้าทายคุณ ที่จะแสวงหาความใกล้ชิดกับพระเจ้าในทุกๆวัน  ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่าน 

 ขอขอบคุณแหล่งที่มาของบทความหนุนใจ 

joycemeyer.org 

ติดตามอ่านบทความหนุนใจอื่นๆได้ที่ kattcrewslovegod.blogspot 

 

 

วันเสาร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2569

บทภาวนาประจำวัน แบกภาระของกันและกัน

 

“ทุกครั้งที่คุณช่วยเหลือผู้อื่น คุณก็ช่วยเหลือตัวเองด้วย”

บทภาวนาประจำวัน  

แบกภาระของกันและกัน  

โดย จอยซ์ เมเยอร์  

ดัดแปลงจากหนังสือ Healing the Soul of a Woman 

 

จงช่วยรับภาระของกันและกัน และด้วยการกระทำเช่นนี้ท่านทั้งหลายก็ได้ปฏิบัติตามธรรมบัญญัติของพระคริสต์   

 กาลาเทีย 6:2 (ESV) 

 

หากคุณเคยต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้งในชีวิตมาก่อน คุณย่อมรู้ดีว่าการได้รู้สึกว่ามีใครสักคนห่วงใยคุณ และเต็มใจที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยคุณแบกรับภาระนั้น เป็นพระพรที่ล้ำค่าเพียงใด 

 

เมื่อจิตวิญญาณของคุณได้รับบาดเจ็บ ศัตรูจะฉวยโอกาสจากสถานการณ์นั้นในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งหนึ่งในวิธีที่มันใช้คือการพยายามทำให้คุณจดจ่ออยู่กับตัวเองมากจนเกินไป มันต้องการให้คุณหมกมุ่นอยู่กับสิ่งผิดปกติทั้งหลายที่เกิดขึ้นกับตัวคุณเอง และทุกสิ่งที่เลวร้ายในชีวิตของคุณ มันจะพยายามเติมเต็มความคิดจิตใจของคุณด้วยคำเพียงสามคำเท่านั้น ได้แก่ตัวฉัน ตัวฉันเอง และฉันอีกนี่แหละ 

 

หนึ่งในหนทางที่พระเจ้าทรงเยียวยาจิตวิญญาณของเรา คือการช่วยให้เราละสายตาจากเรื่องของตัวเอง แล้วหันไปจดจ่อกับสิ่งที่เราสามารถทำเพื่อผู้อื่นได้ อันที่จริงแล้ว การนึกถึงผู้อื่น รวมถึงการให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนพวกเขา คือกุญแจสำคัญสู่การเยียวยาและการมีชีวิตที่สมบูรณ์ครบถ้วน เราอาจกล่าวได้ว่า การช่วยเหลือผู้อื่นคือวิธีที่ดีที่สุดในการช่วยเหลือตัวเราเอง 

 

เมื่อเราอ่านถ้อยคำที่ว่า "จงแบกภาระของกันและกันมันอาจดูเหมือนเป็นภารกิจที่ยากลำบากและหนักหนาสาหัส แต่หากเราทูลขอให้พระเจ้าทรงนำทางเรา พระองค์จะทรงช่วยให้เราตระหนักว่า ยังมีหนทางอีกมากมายที่จะช่วยเหลือผู้คนที่กำลังแบกรับภาระอันหนักอึ้งในชีวิต และการช่วยแบ่งเบาภาระของพวกเขาเหล่านั้น ก็ไม่จำเป็นต้องกลายเป็นภาระที่หนักอึ้งสำหรับตัวเราเองเสมอไป ตัวอย่างเช่น: 

 

คุณรู้จักคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่กำลังประสบปัญหาทางการเงินบ้างไหม? บางทีคุณอาจจะมอบบัตรของขวัญสำหรับรับประทานอาหารในร้านอาหารสักแห่งให้แก่เธอ เพื่อที่เธอจะได้พาบุตรหลานออกไปทานข้าวนอกบ้าน หรือบางทีเธออาจจะอยากได้บัตรของขวัญสำหรับนวดผ่อนคลายหรือทำเล็บมือ ในขณะที่คุณอาสาช่วยดูแลลูกๆ ของเธอให้ หรือช่วยจ่ายค่าจ้างพี่เลี้ยงเด็กที่คุณไว้วางใจให้มาดูแลแทนชั่วคราว 

 

คุณรู้จักใครสักคนที่กำลังทำหน้าที่ดูแลพ่อแม่ผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวันทั้งคืนบ้างไหม? บางทีคุณอาจจะช่วยแบ่งเบาภาระและให้คนผู้นั้นได้พักผ่อนบ้าง ด้วยการอาสาเข้าไปช่วยดูแลพ่อแม่ของเขาเป็นเวลาสักสองสามชั่วโมงต่อสัปดาห์ หรือช่วยจัดการธุระต่างๆ ให้ หรือบางทีผู้ดูแลคนนั้นอาจจะมีความสุขกับการได้มีช่วงบ่ายที่เป็นอิสระ เพื่อที่จะได้นั่งอ่านหนังสือเงียบๆ หรือมีช่วงเวลาส่วนตัวเพื่อใช้เวลาอยู่กับพระเจ้า 

 

คุณมีเพื่อนที่กำลังเจ็บป่วยหรือกำลังอยู่ในช่วงพักฟื้นจากการผ่าตัดใหญ่บ้างไหม? เพื่อนคนนั้นอาจจะต้องการความช่วยเหลือเรื่องการเดินทางเพื่อไปพบแพทย์ ไปรับการรักษา หรือไปทำกายภาพบำบัด บางคนที่ไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้เนื่องจากปัญหาสุขภาพ ก็ชื่นชมการมาเยี่ยมเยียนจากผู้คนที่สามารถบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในโบสถ์ ที่ทำงาน หรือในชุมชน การถามผู้คนว่าพวกเขาต้องการอะไรและอยากพูดคุยเรื่องอะไรนั้นเป็นพรอย่างยิ่ง วิธีง่ายๆ อื่นๆ ในการช่วยแบ่งเบาภาระของผู้อื่น ได้แก่ การใช้เวลาจิบกาแฟด้วยกันและรับฟังปัญหา การอธิษฐานเพื่อผู้อื่น การแบ่งปันความจริงที่ให้กำลังใจจากพระวจนะของพระเจ้า และการกระทำอื่นๆ ที่แสดงถึงความเมตตาและความเอาใจใส่ แม้แต่ประโยคเดียว เช่น “ฉันเชื่อว่าพระเจ้าจะทรงทำสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อคุณ!” ก็สามารถให้กำลังใจได้มาก 

 

ขณะที่คุณวางใจให้พระเจ้าทรงรักษาจิตวิญญาณของคุณ ฉันหวังว่าคุณจะทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อช่วยผู้อื่นแบ่งเบาภาระของพวกเขา และจำไว้ว่า “ทุกครั้งที่คุณช่วยเหลือผู้อื่น คุณก็ช่วยเหลือตัวเองด้วย 

 

คำอธิษฐานประจำวันข้าแต่พระเจ้า โปรดรักษาจิตใจของข้าพเจ้าและหันความสนใจของข้าพเจ้าไปสู่ผู้อื่น โปรดแสดงให้ข้าพเจ้าเห็นวิธีการรับใช้ ปลอบโยน และสนับสนุนผู้อื่น โดยเชื่อมั่นว่าเมื่อข้าพเจ้ามอบความรักออกไป พระองค์จะทรงนำความสมบูรณ์มาสู่จิตวิญญาณของข้าพเจ้า อาเมน 

 

ฝึกเสริมสร้างความเชื่อของคุณให้เติบโตด้วยบทภาวนาประจำวัน และเริ่มต้นวันใหม่ของคุณด้วยพระวจนะที่สร้างแรงบันดาลใจและถ้อยคำหนุนใจจากบทภาวนาประจำวัน  

เราสนับสนุน และท้าทายคุณ ที่จะแสวงหาความใกล้ชิดกับพระเจ้าในทุกๆวัน  ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่าน 

 ขอขอบคุณแหล่งที่มาของบทความหนุนใจ 

joycemeyer.org 

ติดตามอ่านบทความหนุนใจอื่นๆได้ที่ kattcrewslovegod.blogspot 

 

 

 

 

 

 

บทภาวนาประจำวัน เรียนรู้ที่จะรู้จักผู้คน

  ถือเป็นวิจารณญาณที่ดีที่เราจะปฏิบัติต่อผู้อื่นในแบบเดียวกับที่เราปรารถนาให้ผู้อื่นปฏิบัติต่อเราเสมอ บทภาวนาประจำวัน     เรียนรู้ที่จะรู้จั...