วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2569

ข้อคิดหนุนใจประจำวัน ก้าวออกจากถิ่นทุรกันดาร

 

จงทิ้งดินแดนแห่งความแห้งแล้งและทัศนคติแบบคนหลงทางในถิ่นทุรกันดารไว้เบื้องหลัง แล้วก้าวไปสู่สิ่งดีงามที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้ให้คุณในเบื้องหน้า 

ข้อคิดหนุนใจประจำวัน  

ก้าวออกจากถิ่นทุรกันดาร  

โดย จอยซ์ เมเยอร์    

เรียบเรียงจากหนังสือ Healing the Soul of a Woman 

 

พระยาห์เวห์พระเจ้าของเราตรัสกับเราที่ภูเขาโฮเรบว่าพวกท่านอยู่ที่ภูเขานี้มานานพอแล้ว จงหันหลังกลับและออกเดินทางเถิด...” 

เฉลยธรรมบัญญัติ 1:6-7 (ESV) 

 

ชนชาติอิสราเอลใช้เวลาถึง 40 ปีในการเดินทางระยะทางที่แท้จริงควรใช้เวลาเพียง 11 วัน พวกเขาเอาแต่เดินวนเวียนอยู่รอบภูเขาเดิมๆ โดยไม่มีความคืบหน้าใดๆ เลย คุณเคยรู้สึกบ้างไหมว่าตัวเองกำลังตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น? คุณต้องเผชิญกับปัญหาเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่รู้ว่าจะก้าวข้ามมันไปได้อย่างไรใช่หรือไม่? ที่ภูเขาโฮเรบ พระเจ้าตรัสกับพวกเขาว่าพวกท่านอยู่ที่ภูเขานี้มานานพอแล้ว จงหันหลังกลับและออกเดินทางเถิด (เฉลยธรรมบัญญัติ 1:6–7 ESV) จากนั้นพระองค์ตรัสต่อว่าดูเถิด เราได้มอบแผ่นดินนั้นไว้ตรงหน้าพวกท่านแล้ว จงเข้าไปยึดครองแผ่นดินที่พระยาห์เวห์ทรงปฏิญาณไว้กับบรรพบุรุษของพวกท่าน” (เฉลยธรรมบัญญัติ 1:8 ESV) นคิดว่าพระเจ้ากำลังบอกเราว่า ถึงเวลาแล้วที่เราจะก้าวไปข้างหน้าและเริ่มมีความสุขกับชีวิตที่ดีที่พระองค์ทรงจัดเตรียมไว้ให้เรา 

 

สิ่งหนึ่งที่อาจเกิดขึ้นเมื่อจิตวิญญาณของเราได้รับบาดแผล คือการที่เราอาจติดหล่มอยู่กับที่ในชีวิต เราอาจรู้สึกท้อแท้กับตัวเองและอนาคต จนลงเอยด้วยการพยายามประคองชีวิตให้รอดไปได้วันต่อวันเท่านั้น แต่นั่นไม่ใช่ความคิดที่พระเจ้าปรารถนาให้เรามี! พระองค์ทรงต้องการให้เราตระหนักว่าพระองค์ปรารถนาจะเยียวยาเรา เสริมสร้างให้เราเข้มแข็งและสมบูรณ์พร้อม อีกทั้งพระองค์ยังมีแผนการอันยอดเยี่ยมสำหรับอนาคตของเรา พระองค์ทรงปรารถนาให้คุณเปี่ยมด้วยความหวังและคาดหวังสิ่งดีๆ ที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตของคุณ 

 

ความจริงก็คือ พระเจ้าทรงมีสิ่งใหม่และสิ่งที่ดีกว่ารอคุณอยู่เบื้องหน้าเสมอ สาเหตุที่ชนชาติอิสราเอลไม่มีความคืบหน้าเป็นเวลานานก็เพราะพวกเขามีสิ่งที่ฉันเรียกว่า “ทัศนคติแบบคนในถิ่นทุรกันดาร (wilderness mentality) ซึ่งเป็นกรอบความคิดและมุมมองบางอย่างที่ฉุดรั้งไม่ให้พวกเขาก้าวเข้าสู่พระสัญญาของพระเจ้าและอนาคตที่พระองค์ทรงจัดเตรียมไว้ให้ ตัวอย่างของทัศนคติแบบนี้ที่คุณอาจกำลังเผชิญอยู่ ได้แก่พระเจ้าทรงรักคนอื่นมากกว่ารักฉัน” “อดีตของฉันจะเป็นปัญหาสำหรับฉันตลอดไปหรือความฝันของฉันจะไม่มีวันเป็นจริงความคิดเชิงลบและความสงสัยใดๆ ที่อยู่ในใจจะทำให้คุณติดอยู่ที่เดิมและไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าไดคุณอยู่ที่เดิมมานานเกินไปแล้วหรือยังในชีวิตของคุณ? อาจเป็นสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยการถูกทำร้าย การถูกหักหลัง หรือความผิดหวังอย่างลึกซึ้ง หรืออาจเป็นสิ่งใดก็ตามที่ทำให้คุณรู้สึกว่าไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้ หรือรู้สึกว่าชีวิตกำลังย่ำอยู่กับที่ 

 

ถึงเวลาแล้วที่จะปรับเปลี่ยนความคิดใหม่ตามพระวจนะของพระเจ้า (โรม 12:2) และตัดสินใจเลือกความคิดของตนเองอย่างระมัดระวัง จงคิดในแนวทางที่สอดคล้องกับพระวจนะของพระองค์ ซึ่งกล่าวว่าแผนการที่พระองค์มีต่อคุณนั้นเป็นแผนการที่ดีและจะมอบความหวังสำหรับอนาคตให้แก่คุณ (เยเรมีย์ 29:11) ขอหนุนใจให้คุณตัดสินใจในวันนี้ว่า คุณได้อยู่ที่เดิมมานานพอแล้ว จงนำคำแนะนำที่พระเจ้าประทานแก่ชนชาติอิสราเอลมาใช้ นั่นคือจงหันหลังกลับและออกเดินทาง จงทิ้งดินแดนแห่งความแห้งแล้งและทัศนคติแบบคนหลงทางในถิ่นทุรกันดารไว้เบื้องหลัง แล้วก้าวไปสู่สิ่งดีงามที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้ให้คุณในเบื้องหน้า 

 

คำอธิษฐานประจำวัน: ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์ปฏิเสธที่จะจมปลักอยู่ที่เดิมอีกต่อไป ขอทรงปรับเปลี่ยนความคิดและเยียวยาจิตวิญญาณของข้าพระองค์ และช่วยให้ข้าพระองค์ก้าวไปข้างหน้าสู่แผนการที่ดีและอนาคตที่เต็มไปด้วยความหวังซึ่งพระองค์ทรงจัดเตรียมไว้ให้ ข้าพระองค์รักพระองค์และซาบซึ้งในความดีงามที่พระองค์ทรงมีต่อข้าพระองค์เสมอ อาเมน 

 

ฝึกเสริมสร้างความเชื่อของคุณให้เติบโตด้วยบทภาวนาประจำวัน และเริ่มต้นวันใหม่ของคุณด้วยพระวจนะที่สร้างแรงบันดาลใจและถ้อยคำหนุนใจจากบทภาวนาประจำวัน               

เราสนับสนุน และท้าทายคุณ ที่จะแสวงหาความใกล้ชิดกับพระเจ้าในทุกๆวัน  ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่าน              

 ขอขอบคุณแหล่งที่มาของบทความหนุนใจ              

joycemeyer.org              

ติดตามอ่านบทความหนุนใจอื่นๆได้ที่ kattcrewslovegod.blogspot 

ข้อคิดหนุนใจประจำวัน ก้าวออกจากถิ่นทุรกันดาร

  จงทิ้งดินแดนแห่งความแห้งแล้งและทัศนคติแบบคนหลงทางในถิ่นทุ รกันดารไว้เบื้องหลัง แล้วก้าวไปสู่สิ่งดีงามที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้ให้คุณในเบื้...