เผชิญหน้ากับชีวิตที่มืดมน โดยการวางใจในพระเจ้า
ความทุกข์ยากได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตฉันมานานแล้ว แม้ว่าสำหรับคนอื่นมันจะดูเป็นความโชคร้ายแต่มันก็เป็นความโชคดีเช่นกัน เพราะมันทำให้ความรู้สึกปลอดภัยในใจฉันถูกดึงออกไป ดังนั้นฉันจึงต้องมองไปข้างหน้า ไม่มีทางถอยหลังอีกแล้ว
ในโลกแห่งความจริง หากไม่มีความกล้าหาญเราจะเผชิญหน้ากับชีวิตที่มืดมนได้อย่างไร
คนเรามักจะบ่นถึงความยากลำบากของสภาพแวดล้อมรอบตัวเอง หรือบ่นถึงการไร้ความสามารถและความอ่อนแอของตนเอง
ซึ่งคุณไม่รู้เลยว่า คนที่เขาผ่านมันมาได้ เขาต้องกล้าหาญแค่ไหน เขาต้องพยายามต่อสู้มามากแค่ไหน แม้จะต้องล้มลงสักกี่ครั้งก็ตาม แต่พวกเขาขอเลือกที่จะมองข้ามความทุกข์ยากในชีวิต และพยายามมุ่งหน้าไปสู่ความฝันอย่างไม่ย่อท้อ
ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังต้องเผชิญกับเรื่องท้าทายในชีวิตอยู่ตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม เมื่อคุณพยายามมากพอแล้ว จงเชื่อเสมอว่าพระเจ้าจะมอบประตูแห่งความหวังและความรอดให้กับคุณ
เมื่อประตูบานหนึ่งได้ปิดลง จะมีประตูบานใหม่เปิดไว้เพื่อรอคุณเสมอ
ข้อพระคัมภีร์ที่กล่าวถึงการวางใจในพระเจ้า
สุภาษิต 3:5: "จงวางใจในพระเจ้าด้วยสุดใจของเจ้า และอย่าพึ่งพากำลังของตนเอง".
อิสยาห์ 26:4: "จงวางใจในพระยาห์เวห์เป็นนิตย์ เพราะพระยาห์เวห์คือพระยาห์เวห์ผู้ทรงเป็นศิลานิรันดร์".
สดุดี 37:5: "จงมอบทางของท่านไว้กับพระยาห์เวห์ จงวางใจในพระองค์ แล้วพระองค์จะทรงช่วยท่าน".
สุภาษิต 17:8: "คนที่วางใจในพระเจ้าเขาเป็นเหมือนต้นไม้ที่ปลูกไว้ริมธารน้ำ".
สาระสำคัญของการวางใจในพระเจ้า
เชื่อก่อนเข้าใจ: การเชื่อฟังและวางใจในพระเจ้าไม่จำเป็นต้องรอให้เข้าใจทุกอย่างก่อน ความเข้าใจมักจะตามมาหลังจากเราเริ่มวางใจและเชื่อฟังพระองค์.
ไม่พึ่งตนเอง: การวางใจในพระเจ้าคือการยอมรับว่าพระเจ้าทรงเห็นการณ์ไกลกว่าเรา และไม่พึ่งพากำลังหรือความเข้าใจของตนเองเพียงอย่างเดียว.
ความมั่นคง: ผู้ที่วางใจในพระเจ้าจะมีกำลังเหลือเฟือ ไม่หวั่นไหว และมีชีวิตที่มั่นคง เพราะพระเจ้าคือศิลาที่มั่นคงนิรันดร์.
การดำเนินชีวิต: การวางใจในพระเจ้าช่วยให้เราดำเนินชีวิตตามพระประสงค์ของพระองค์ และเป็นส่วนสำคัญในชีวิตคริสเตียน.
ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่าน
K-CREWS

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น