วันอาทิตย์ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2560

จริงๆแล้วพระเจ้า พระเยซู ทรงรักเราและอยากให้เรามีชีวิตที่ดีนะ


จริงๆแล้วพระเจ้า พระเยซู ทรงรักเราและอยากให้เรามีชีวิตที่ดีนะ
แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ยังสงสัย และตั้งคำถามมากมายว่า 
ทำไมโลกนี้ต้องไม่เท่าเทียมล่ะ?


เรามีคำตอบแบบคร่าวๆพอให้เข้าใจง่าย ในทางชาวคริสต์ มาเล่าให้ฟังนะ ลองอ่านให้จบนะคะ เพืื่อจะได้รู้ที่มาที่ไปและสาเหตุที่ทำให้เราตกอยู่ในบาป ซึ่งอาจเป็นที่มาของความไม่เท่าเทียมกันของชีวิตบนโลกใบนี้

ในเริ่มแรกเดิมทีที่ระบุไว้ในพระคัมภีร์นะจากที่ศึกษามา
ตั้งแต่เริ่มแรกนั้น มนุษย์ดำรงค์อยู่อย่างสุขสบายเลยนะ
ไม่มีการตาย ร่างกายเป็นอัมตะอีก มีกินมีใช้ไม่ขาดเหลืออะไรเลยนะ
  
แต่กอนจะเริ่มเล่าว่าทำไมมนุษย์ถึงได้กลายมาเป็นแบบทุกวันนี้ มีจน มีรวย มีเจ็บมีป่วย สาระพัด ฯลฯ
ต้องย้อนไปถึงเบื้องต้นเลย เริ่มจากที่สวรรค์เลยครับ ในสวรรค์ พระเจ้าได้สร้างทูตสวรรค์ของพระองค์ไว้
แล้วมีทูตสวรรค์หลักอยู่สามคือ มิคาเอล กราบิเอล และลูซิเฟอร์
(ลูซิเฟอร์นั้นมีชื่ออีกชื่อหนึ่งที่เรียกกันก็คือ ซาตาน)

แต่หนึ่งในทูตสวรรค์ของพระองค์คือลูซิเฟอร์นั้น คิดอยากจะเป็นพระเจ้าไม่เชื่อฟังพระเจ้า
จึงกบฏพร้อมกับสมุนและแยกตัวออกมา และทำสงครามกับพระเจ้า
แต่พระเจ้าส่ง มิคาเอล กับทูตสวรรค์ แล้วก็สู้รบกัน ฝ่ายลูซิเฟอร์แพ้ ก็ถูกผลักทิ้งลงมายังโลกพร้อมสมุนของมัน

 ต่อมาพระเจ้าก็สร้างมนุษย์ขึ้นมาก็คือ อาดัม และ เอวา และให้อยู่ในสวนเอเดน
และพระเจ้าได้บอกว่าผลไม้ในสวนทุกอย่างนั้นกินได้
เว้นแต่ผลจากต้นไม้แห่งการสำนึกดีสำนึกชั่ว ถ้ากินเข้าไปแล้วจะต้องตายนะ
  
แต่ต่อมาซาตานที่มาในรูบแบบงู ได้เข้ามาล่อลวง เอวา ว่า ไม่จริงหรอกที่พระเจ้าห้ามเพราะว่า
ถ้ากินเข้าไปแล้วก็จะเป็นเหมือนพระเจ้า ฝ่ายเอวาก็เชื่อซาตาน และไปกินผลไม้เข้าและก็แบ่งให้อาดัมกิน
(พระเจ้าก็บอกแล้วกินแล้วตาย แต่เอวาก็ไม่เชื่อฟังพระเจ้า แต่ไปเชื่อฟังซาตาน)
ในพระคำภีร์บอกว่า ในกฏของวิญญาณนั้น ถ้าท่านเชื่อฟังผู้ใดท่านก็ตกอยู่ใต้อิทธิพลหรือการครอบครองวิญญาณนั้น

ตั้งแต่วันนั้นมามนุษย์ก็เลยตกอยู่ความบาป ความตายและคำสาปแช่งเพราะไม่เชื่อฟังพระเจ้า
คือมีการตาย พระคำภีร์ไม่ได้ระบุว่า อาดัมกับเอวา ก่อนหน้านั้นอยู่มากี่ปี
แสนปี ล้านปี  สิบล้านปี หรือ ร้อยล้านปี เพราะตอนนั้นเป็นอัมตะจึงไม่มีเวลา
หลังจากนั้น มนุษย์ก็แยกตัวออกจากพระเจ้า และตกอยู่ใต้การครอบครองของซาตานและสมุนของมัน

 สรุปที่มนุษย์มีชีวิตไม่เหมือนกัน เพราะมนุษย์ตกไปอยู่ในความบาปและคำสาปแช่ง
ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ อาดัมและ เอวา ไม่เชื่อฟังพระเจ้า และ แยกตัวออกจากพระเจ้า

 จริงๆแล้วพระเจ้าก็รักทุกคนและพระองค์ก็ปรารถนาให้มนุษย์นั้นมีชีวิตที่ดีและมีสันติสุข
ก็เลยส่งพระเยซูมา แต่ติดอยู่ตรงที่ว่าตามกฏที่ว่า มนุษย์เชื่อวิญญาณใดก็ตกอยู่ใต้อำนาจของวิญญาณนั้น
พระองค์ไม่ทรงละเมิดกฏของพระองค์ ดังนั้นมนุษย์ที่เชื่อในพระเยซู ก็จะถูกครอบครองโดยพระเจ้า
และมีชีวิตที่ดี และมีสันติสุข เพราะพระเยซูคริสต์ ได้บอกไว้แล้วพระองค์ได้มอบสันติสุขไว้ให้ผู้ซึ่งเชื่อในพระองค์แล้ว
  
ไม่ต้องไปดูที่ไหนไกลชีวิตเราเองและคนใกล้ตัวเองนี่แหละ ก็ไม่เคยลำบากถึงขั้นอับจนหนทาง และถึงจะต้องพบกับความลำบากบ้างแต่พระองค์ทรงมีทางออกให้เราเสมอ ส่วนผู้ที่ยังไม่เชื่อ ก็เป็นไปตามกฏ (มนุษย์เชื่อวิญญาณใดก็ตกอยู่ใต้อำนาจของวิญญาณนั้น
พระองค์ไม่ทรงละเมิดกฏของพระองค์ ดังนั้นมนุษย์ที่เชื่อในพระเยซู ก็จะถูกครอบครองโดยพระเจ้า
และมีชีวิตที่ดี และมีสันติสุข เพราะพระเยซูคริสต์ ได้บอกไว้แล้วพระองค์ได้มอบสันติสุขไว้ให้ผู้ซึ่งเชื่อในพระองค์แล้ว)

เรื่องพวกนี้จริงๆแล้วมันเป็นอะไรลึกซึ้งมากและยาวมาก ต้องค่อยๆศึกษาไป การอธิบายเพียงคร่าวๆแบบนี้
อาจจะทำให้ไม่กระจ่างนัก อย่างไรก็ตามนั้นให้รู้ว่า พระเจ้า พระเยซู รักเราและอยากให้เรามีชีวิตที่ดีนะ
และเมื่อคุณศึกษาไปเรื่อยๆ คุณก็จะเริ่มเข้าใจมากขึ้น
 (ข้อมูลจากกระทุ้ เราเป็นหนึ่งเดียวกัน)
  
การที่มนุษย์ต้องทนทุกข์และตาย เป็นส่วนหนึ่งในแผนการของพระเจ้าหรือ
    พระเจ้าไม่ทรงปรารถนาให้มนุษย์ทนทุกข์และตาย ความคิดแรกของพระเจ้าสำหรับมนุษย์ คือ สวรรค์ ชีวิตนิรันดร และสันติสุขระหว่างพระเจ้า มนุษย์ สิ่งแวดล้อม และระหว่างชายและหญิง  

    บ่อยครั้งที่เรารู้สึกว่าชีวิตน่าจะเป็นเช่นนั้น และเราควรจะเป็นเช่นนี้ แต่ในความเป็นจริง เรามิได้ดำเนินชีวิตในสันติกับตัวเอง เราแสดงออกด้วยความหวาดกลัวและควบคุมอารมณ์ไม่ได้ เราสูญเสียความสอดคล้องกลมกลืนแรกเริ่มที่มนุษย์มีต่อโลก และต่อพระเจ้าในชั้นสูงสุด    ในพระคัมภีร์กล่าวถึงประสบการณ์ความขัดแย้งนี้ในเรื่องราวการตกในบาป เนื่องจากบาปคืบคลานเข้ามา    อาดัมและเอวาจึงต้องออกจากสวรรค์ ที่ซึ่งพวกเขาอยู่กับพระเจ้า และอยู่ด้วยกันด้วยความกลมเกลียว การทำงานด้วยความเหน็ดเหนื่อย ความทุกข์ทรมาน และการถูกประจญให้กระทำบาป จึงเป็นเครื่องหมายของการสูญเสียสวรรค์นั่นเอง

“เราสูญเสียสวนสวรรค์ แต่เราได้รับสรวงสวรรค์ ดังนั้น เราจึงได้รับมากกว่าการสูญเสีย” นักบุญยอห์น ครีโซสโตม  

“ข้าแต่พระเจ้า การหันเหออกจากพระองค์ คือ การหกล้ม การหันมาหาพระองค์ คือ การลุกขึ้น การดำรงอยู่ในพระองค์ คือ การอยู่ในความมั่นคง” นักบุญออกัสติน  

.kamsonbkk.com



วันพฤหัสบดีที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ทำไมสิ่งไม่ดีจึงเกิดขึ้นกับคนดี ๆ?


ทำไมพระเจ้าจึงทรงอนุญาตให้สิ่งไม่ดีเกิดขึ้นกับคนดี ๆ?

คำตอบ: ทำไมสิ่งไม่ดีจึงเกิดขึ้นกับคนดี ๆนี่เป็นหนึ่งในคำถามในหลักศาสนศาสตร์ที่ตอบยาก พระเจ้าทรงเป็นนิรันดร์ทรงไม่มีเบื้องต้นเบื้องปลายทรงสัพพัญญูญาณทรงสถิตทั่วทุกหนแห่งในเวลาเดียวกันทรงมีสิทธิอำนาจสูงสุดฯลฯ

แล้วทำไมเราซึ่งเป็นมนุษย์ (ผู้ไม่ได้เป็นนิรันดร์ไม่ได้มีเบื้องต้นเบื้องปลายไม่ได้เป็นสัพพัญญูญาณไม่ได้อยู่ทั่วทุกหนแห่งในเวลาเดียวกันไม่ได้มีสิทธิอำนาจสูงสุด) จึงต้องคาดหวังที่จะเข้าใจทางของพระเจ้าด้วยเล่า?

หนังสือโยบพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ว่า พระเจ้าทรงอนุญาตให้ซาตานทำกับโยบได้ตามที่มันต้องการนอกจากจะเอาชีวิตของเขา แล้วปฏิกิริยาของโยบเป็นอย่างไร? “ถึงแม้พระองค์ทรงประหารข้าเสีย ข้าก็จะยังวางใจในพระองค์” (โยบ13:15) ท่านว่า “พระเยโฮวาห์ทรงประทาน และพระเยโฮวาห์ทรงเอาไปเสีย สาธุการแด่พระนามพระเยโฮวาห์” (โยบ 1:21) โยบไม่เข้าใจว่าทำไมพระเจ้าจึงทรงอนุญาตให้สิ่งเหล่านั้นเกิดขึ้น แต่เขารู้ว่าพระเจ้าดี เขาจึงยังคงวางใจในพระเจ้าต่อไป

ท่าทีของเราควรเป็นเช่นนั้นด้วย พระเจ้าดี พระองค์ทรงยุติธรรมทรงเปี่ยมล้นด้วยความรักและทรงพระเมตตา บ่อยครั้งมีอะไร ๆ เกิดขึ้นกับเราที่เราไม่เข้าใจ แต่แทนที่เราจะมามัวสงสัยความดีงามของพระเจ้า เราควรจะวางใจในพระองค์ “จงวางใจในพระเจ้าด้วยสุดใจของเจ้า และอย่าพึ่งพาความรอบรู้ของตนเอง จงยอมรับรู้พระองค์ในทุกทางของเจ้า และพระองค์จะทรงกระทำให้วิถีของเจ้าราบรื่น” (สุภาษิต 3:5-6)

บางทีคำถามที่น่าถามกว่านั้นคือ “ทำไมสิ่งที่ดี ๆ จึงเกิดขึ้นกับคนไม่ดี?” พระเจ้าทรงบริสุทธิ์ (อิสยาห์ 6:3; วิวรณ์ 4:8) มนุษย์เป็นคนบาป (โรม 3:23; 6:23) ท่านอยากรู้ไหมว่าพระเจ้าทรงคิดเกี่ยวกับมนุษย์ว่าอย่างไร?

 “ตามที่มีเขียนไว้แล้วว่า `ไม่มีผู้ใดเป็นคนชอบธรรมสักคนเดียว ไม่มีเลย ไม่มีคนที่เข้าใจ ไม่มีคนที่แสวงหา พระเจ้า เขาทุกคนหลงทางไปหมด เขาทั้งปวงเป็นคนไร้ค่าเหมือนกันทั้งสิ้น ไม่มีสักคนเดียวที่ทำดี ไม่มีเลย ลำคอของเขาคือหลุมฝังศพที่เปิด เขาใช้ลิ้นของเขาในการล่อลวง ภายใต้ริมฝีปากของเขามีพิษของงูร้าย ปากของเขาเต็มด้วยคำแช่งด่าและคำขมขื่น เท้าของเขาว่องไวในการทำให้นองเลือด ในทางเดินของเขามีความพินาศและความทุกข์ และเขาไม่รู้จักทางแห่งสันติสุข ในแววตาของเขาไม่มีความเกรงกลัวพระเจ้า บัดนี้ เรารู้แล้วว่าพระราชบัญญัติทุกข้อที่ได้กล่าวนั้น ก็ได้กล่าวแก่คนเหล่านั้นที่อยู่ใต้พระราชบัญญัติเพื่อปิดปากทุกคน และเพื่อให้มนุษย์ทุกคนในโลกมีความผิดจำเพาะพระพักตร์พระเจ้า” (โรม 3:10-18)

มนุษย์ทุกคนในโลกนี้สมควรที่จะถูกโยนลงไปในบึงไฟนรกในวินาทีนี้เลยที่เดียว ทุกวินาที เรายังมีชีวิตอยู่ได้ก็เพราะพระคุณของพระเจ้า ความเลวร้ายที่แย่มาก ๆ ที่เรามีสิทธิเจอในโลกนี้ยังเทียบไม่ได้กับสิ่งที่เราสมควรจะได้รับ นั่นก็คือการตกอยู่ในบึงไฟนรกชั่วนิรันดร์กาล

แต่พระเจ้าทรงสำแดงความรักของพระองค์แก่เราทั้งหลาย คือขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่นั้น พระคริสต์ได้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเรา” (โรม 5:8) แม้ว่ามนุษย์จะมีธรรมชาติบาปและความชั่วร้าย พระเจ้าก็ยังทรงรักเรา พระองค์ทรงรักเรามากพอที่จะสิ้นพระชนม์เพื่อไถ่โทษบาปให้กับเรา (โรม 6:23) ทั้งหมดที่เราต้องทำคือเชื่อในพระเยซูคริสต์ (ยอห์น 3:16; โรม 10:9) เพื่อที่เราจะได้รับการให้อภัยบาปและแผ่นดินสวรรค์ (โรม 8:1) สิ่งที่เราสมควรจะได้รับ = นรกแต่สิ่งที่เราจะได้รับ = ชีวิตนิรันดร์ หากเราเพียงแต่เชื่อเท่านั้น

 ได้มีคนพูดเอาไว้ว่า โลกนี้คือนรกแห่งเดียวที่ผู้เชื่อจะได้เจอและโลกนี้คือสวรรค์แห่งเดียวที่ผู้ไม่เชื่อจะได้เจอ ดังนั้นครั้งต่อไปเมื่อเราจะถามว่า “ทำไมพระเจ้าจึงทรงอนุญาตให้สิ่งไม่ดีเกิดขึ้นกับคนดี ๆ?” บางทีเราควรจะถามว่า “ทำไมพระเจ้าจึงทรงอนุญาตให้สิ่งที่ดี ๆ เกิดขึ้นกับคนไม่ดี?”
gotquestions.org

การที่มนุษย์ต้องทนทุกข์และตาย เป็นส่วนหนึ่งในแผนการของพระเจ้าหรือ

    พระเจ้าไม่ทรงปรารถนาให้มนุษย์ทนทุกข์และตาย ความคิดแรกของพระเจ้าสำหรับมนุษย์ คือ สวรรค์ ชีวิตนิรันดร และสันติสุขระหว่างพระเจ้า มนุษย์ สิ่งแวดล้อม และระหว่างชายและหญิง (374, 379, 384, 400)

    บ่อยครั้งที่เรารู้สึกว่าชีวิตน่าจะเป็นเช่นนั้น และเราควรจะเป็นเช่นนี้ แต่ในความเป็นจริง เรามิได้ดำเนินชีวิตในสันติกับตัวเอง เราแสดงออกด้วยความหวาดกลัวและควบคุมอารมณ์ไม่ได้ เราสูญเสียความสอดคล้องกลมกลืนแรกเริ่มที่มนุษย์มีต่อโลก และต่อพระเจ้าในชั้นสูงสุด    ในพระคัมภีร์กล่าวถึงประสบการณ์ความขัดแย้งนี้ในเรื่องราวการตกในบาป เนื่องจากบาปคืบคลานเข้ามา    อาดัมและเอวาจึงต้องออกจากสวรรค์ ที่ซึ่งพวกเขาอยู่กับพระเจ้า และอยู่ด้วยกันด้วยความกลมเกลียว การทำงานด้วยความเหน็ดเหนื่อย ความทุกข์ทรมาน และการถูกประจญให้กระทำบาป จึงเป็นเครื่องหมายของการสูญเสียสวรรค์นั่นเอง

เราสูญเสียสวนสวรรค์ แต่เราได้รับสรวงสวรรค์ ดังนั้น เราจึงได้รับมากกว่าการสูญเสีย” นักบุญยอห์น ครีโซสโตม (349/350-407 นักปราชญ์ของพระศาสนจักร)
ข้าแต่พระเจ้า การหันเหออกจากพระองค์ คือ การหกล้ม การหันมาหาพระองค์ คือ การลุกขึ้น การดำรงอยู่ในพระองค์ คือ การอยู่ในความมั่นคง” นักบุญออกัสติน (354-430)

kamsonbkk.com

หากย้อนดูในพระคัมภีร์ ชีวิตคนรับใช้พระเจ้า ไม่ได้สุขสบายเลย

 นับตั้งแต่อับราฮัม คนแรกที่พระเจ้าทรงเรียกออกมาจากครอบครัวที่อบอุ่น เมื่ออายุ 70 ปี
ทิ้งบ้านช่อง พ่อแม่ ครอบครัว ไปร่อนเร่ ในทะเลทราย ผจญกับความลำบากต่าง ๆ นานา

โนอาห์ ที่ใคร ๆ หัวเราะเยาะ สร้างเรือยักษ์อยู่ 70 ปี
ใครจะเชื่อว่าน้ำจะท่วมโลก แม้แต่พ่อตัวเองยังไม่เชื่อ ไม่ได้ขึ้นเรือนั้นด้วย

โมเสส ต่อสู้กับฟาโรห์ พาชาวยิวที่เป็นทาสออกจากอิยิปต์ ไปร่อนเร่ในทะเลทรายอยู่ 40 ปี
จนสุดท้าย ตายที่เชิงเขาเนโบ ได้เห็นดินแดนพระสัญญา แต่ไม่เคยได้เหยียบเลย คนที่เชื่อฟังพระเจ้าที่สุด ยังเป็นแบบนี้

นักบุญยอห์น แบบติสต์ อุทิศตน เพื่อพระเจ้า นำทางพระเยซู เรียกร้องให้คนทำดี กลับใจละทิ้งบาป
ทั้งชีวิต สวมแต่เสื้อขนอูฐหยาบ ๆ กินตั๊กแตนกับน้ำผึ้งป่า สุดท้ายถูกตัดศีรษะ ด้วยฝีมือกษัตริย์อธรรม ที่เกิดมาและตายบนกองเงินกองทอง

พระบุตรของพระเจ้า ซึ่งเกิดมาบนรางหญ้าในถ้ำเลี้ยงสัตว์ ตลอดชีวิต ไม่มีที่ซุกหัวนอน ไม่เคยมีบ้านของตัวเอง
ไปที่ไหนก็มีแต่ศัตรูจะทำร้าย สุดท้ายยอมมอบพระองค์เอง แบกกางเขนขึ้นเขากัลวาริโอ ตายบนไม้กางเขน มีผ้าผืนนิดเดียวติดตัว

อัครสาวก 12 คน ไม่มีใครตายดี
ยูดาส แขวนคอตาย ยากอบถูกตัดศีรษะ แอนดรูว์ถูกตรึงกางเขน เปโตรถูกตรึงกางเขน มัทธิว ถูกแทงด้วยหอก

ศิษย์รุ่นต่อมา ก็ไม่ต่างกัน
สเตเฟนถูกหินชว้างตาย เปาโลถูกตัดศีรษะ มะระโกถูกตีจนตาย ลูกาถูกแขวนคอ

ยุคที่โรมันเบียดเบียน คริสตชน ถูกจับไปขังคุก ทรมาน เนโรจับไปสู้กับสิงโต ให้สิงโตกัดตาย
คนที่ดูเพื่อนตายต่แหน้า ต่างอธิษฐานขอพระเจ้าช่วย พระเจ้าไม่ได้ช่วย ถ้าเพียงแต่ทิ้งพระ ทิ้งศาสนา เขาจะรอดทันที แต่พวกเขาทำไม่ได้

คริสตชนทั่วโลก ถูกเบียดเบียน ถูกข่มขืน ถูกทรมาน ถูกสังหารอย่างโหดร้าย ทุกคนสวดภาวนา ขอพระเจ้าช่วย
แต่พระเจ้าอนุญาตให้เขาตาย ให้ชีวิตเขาลำบาก ไม่พบความสุขสบายเลย

ถามทุกคนเหล่านี้ว่า การรับใช้พระเจ้า เป็นแบบนี้หรือ ชีวิตคนรับใช้พระเจ้า เป็นแบบนี้หรือ
- เป็นแบบนี้เอง

ถ้าผู้ใดใคร่จะติดตามเรา ให้ผู้นั้นเอาชนะตัวเอง
รับกางเขนของตนแบกไว้ และตามเรามา

ถ้าผู้ใดติดตามเราโดยไม่รักเรามากกว่า บิดามารดา  ภรรยา บุตร พี่น้องชายหญิง และแม้กระทั่งชีวิตของตนเอง
ผู้นั้นเป็นศิษย์ของเราไม่ได้ 

ผู้ใดไม่แบกกางเขนของตนและติดตามเรา
ผู้นั้นเป็นศิษย์ของเราไม่ได้เช่นเดียวกัน

จงเข้าทางประตูแคบ เพราะประตูและทางที่นำไปสู่หายนะนั้นกว้างขวาง คนที่เข้าทางนี้มีจำนวนมาก
แต่ประตูและทางซึ่งนำไปสู่ชีวิตนั้นคับแคบ คนที่พบทางนี้มีจำนวนน้อย

จงพยายามเข้าทางประตูแคบ 
เพราะเราบอกท่านทั้งหลายว่า หลายคนพยายามจะเข้าไป แต่จะเข้าไม่ได้

พระเจ้าไม่ได้บอกว่า เราจะสบาย ไม่พบความยากลำบาก
แต่ทรงสัญญาว่า ในทุกความยากลำบากพรองค์จะอยู่กับเราเสมอ

ค่าตอบแทนของการเป็นคริสตชน ไม่ได้อยู่บนโลกนี้ โลกนี้เป็นโลกของปีศาจ
แต่อยู่ในพระอาณาจักรสวรรค์

โยชูวา บอกแก่ชาวยิวว่า
 ท่านทั้งหลายจงเลือกเสียในวันนี้ว่า ท่านจะปรนนิบัติผู้ใด

ไม่ต้องถามว่า พระเจ้ารักเราไหม?
 แต่จงถามตัวเราว่า เรารักพระเจ้าไหม?
บนความทุกข์ยากต่าง ๆ ที่เราเผชิญมา ศรัทธายังอยู่ไหม?
 เราจะมีพระไปกับเราไหม?

หรือเราจะทิ้งพระไว้ที่ไหนสักที่ และเดินต่อไปโดยไม่มีพระองค์ ?

May God Bless your day.
KC Love God







วันอังคารที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2560

เหตุผลที่พระเจ้าไม่ทรงทำลายคนไม่ดี และทำไม​คน​ดี​ต้อง​เจอ​กับ​เรื่อง​ร้าย ๆ?



ทำไมพระเจ้าจึงไม่ทรงทำลายคนไม่ดี
พระเจ้าทรงรักมนุษย์มาก แม้แต่คนที่แย่ที่สุดในโลก นั่นคือพระองค์ทรงประทานเวลาให้เขาละทิ้งความชั่วหันกลับมาหาพระองค์     พระเจ้าทรงมีความเพียรทนมาก  แต่เมื่อถึงเวลา สักวันหนึ่งทุกคนที่ปฏิเสธจะดำเนินชีวิตในหนทางของพระเจ้า และมอบชีวิตของตนเพื่อพระคริสตเจ้าจะได้รับการลงโทษ วันนั้นจะเป็นวันแห่งความเศร้าสลด และวันนั้นจะมาถึง

ข้อความสำคัญ
องค์พระผู้เป็นเจ้ามิได้ทรงรีรอที่จะปฏิบัติตามพระสัญญาดังที่บางคนคิด แต่พระองค์ทรงอดกลั้นต่อท่านทั้งหลาย ไม่ทรงประสงค์ให้ผู้ใดต้องพินาศ แต่ทรงประสงค์ให้ทุกคนกลับใจ เปลี่ยนวิถีชีวิต (เปโตร 3:9)

พระคัมภีร์ที่เกี่ยวข้อง
มัทธิว 13:24-30;
24 พระเยซูเจ้าทรงเล่าเป็นอุปมาอีกเรื่องหนึ่งให้พวกเขาฟังว่า “อาณาจักรสวรรค์เปรียบได้กับชายคนหนึ่งที่หว่านข้าวพันธุ์ดีในนาของตน 25 ขณะที่ทุกคนนอนหลับ ศัตรูก็มาหว่านข้าวละมานทับลงบนข้าวสาลีแล้วจากไป 26 เมื่อต้นข้าวงอกขึ้นจนออกรวง ข้าวละมานก็ปรากฏแซมอยู่ด้วย 27 บรรดาผู้รับใช้จึงไปหานายถามว่า ‘นายครับ นายหว่านข้าวพันธุ์ดีในนามิใช่หรือ แล้วข้าวละมานมาจากที่ใดเล่า’ 28 นายตอบว่า ‘ศัตรูมาหว่านไว้’ ผู้รับใช้จึงถามว่า ‘นายต้องการให้เราไปถอนมันไหม’ 29 นายตอบว่า ‘อย่าเลย เกรงว่าเมื่อท่านถอนข้าวละมาน ท่านจะถอนข้าวสาลีติดมาด้วย 30 จงปล่อยให้ข้าวสองชนิดงอกงามขึ้นด้วยกันจนถึงฤดูเก็บเกี่ยว แล้วฉันจะบอกคนเก็บเกี่ยวว่า จงเก็บข้าวละมานก่อน มัดเป็นฟ่อน เผาไฟเสีย ส่วนข้าวสาลีนั้น จงเก็บเข้ายุ้งของฉัน’

ฮีบรู 10:23
 23 เราจงยึดมั่นโดยไม่หวั่นไหวในการประกาศความหวังที่เรามีอยู่ เพราะว่าพระองค์ผู้ประทานพระสัญญานั้นทรงซื่อสัตย์

kamsonbkk.com



ทำไม​คน​ดี​ต้อง​เจอ​กับ​เรื่อง​ร้าย ๆ?
เนื่อง​จาก​พระ​เจ้าเป็น​พระ​ผู้​สร้าง​และ​เป็น​พระเจ้า​องค์​ใหญ่​ยิ่ง​สูง​สุด หลาย​คน​จึง​คิด​ว่า​พระองค์​ต้อง​รับผิดชอบ​ทุก​สิ่ง​ที่​เกิด​ขึ้น​บน​โลก รวม​ทั้ง​เรื่อง​ร้าย ๆ ด้วย แต่​ให้​เรา​มา​ดู​ว่า​คัมภีร์​ไบเบิล​บอก​อะไร​เกี่ยว​กับ​พระเจ้า​เที่ยง​แท้​องค์​นี้
17 พระ​เจ้าทำ​ทุก​สิ่ง​อย่าง​ถูก​ต้องและ​ด้วย​ความ​ภักดี   สดุดี 145:17

พระเจ้า​ผู้​เป็น​เหมือน​หิน​ที่​แข็ง​แกร่ง สิ่ง​ที่​พระองค์​ทำ​ดี​เยี่ยม​ไม่​มี​ที่​ติเพราะ​แนว​ทาง​ทั้ง​หมด​ของ​พระองค์​ยุติธรรม
พระองค์​เป็น​พระเจ้า​ที่​ซื่อ​สัตย์+และ​ยุติธรรม​เสมอ+พระองค์​เป็น​พระเจ้า​ที่​เที่ยงธรรม*และ​ซื่อ​ตรง  เฉลยธรรมบัญญัติ 32:4

เรา​ถือ​ว่า​คน​ที่​อด​ทน​ก็​มี​ความ​สุข*+ พวก​คุณ​เคย​ได้​ยิน​เรื่อง​ความ​อด​ทน​ของ​โยบ+และ​รู้​ว่า​ตอน​จบ​พระ​เจ้า*ให้​อะไร​กับ​เขา​บ้าง+ นั่น​แสดง​ว่า​พระเจ้า*เมตตา+และ​มี​ความ​เห็น​อก​เห็น​ใจ​จริง ๆ  ยากอบ 5:11

ถ้า​พระเจ้า​ไม่​ได้​เป็น​ต้น​เหตุ​ของ​เรื่อง​ร้าย ๆ แล้ว​พระองค์​เป็น​ผู้​ยุยง​ให้​คน​อื่น​ทำ​สิ่ง​เลว​ร้าย​ไหม? คำตอบคือ ไม่ คัมภีร์​ไบเบิล​บอก​ว่า “เมื่อ​ถูก​ทดสอบ อย่า​ให้​ใคร​บอก​ว่า ‘พระเจ้า​ทรง​ลอง​ใจ​ข้าพเจ้า’” ทำไม​เรา​ไม่​ควร​พูด​แบบ​นั้น? เพราะ เมื่อ​เจอ​ความ​ลำบาก*อย่า​พูด​ว่า “พระเจ้า​ลอง​ใจ​ฉัน”( เพราะ​พระองค์​ไม่​เคย​ลอง​ใจ​ใคร​ด้วย​ความ​ชั่ว​และ​ไม่​มี​ใคร​ลอง​ใจ​พระเจ้า​ให้​ทำ​ชั่ว​ได้   ยากอบ1:13 )  พระเจ้า​ไม่​ทดสอบ​หรือ​ลอง​ใจ​มนุษย์ แต่​ถ้า​พระเจ้า​ไม่​ได้​เป็น​ต้น​เหตุ​และ​ไม่​ใช่​ผู้​ยุยง แล้ว​ใคร​หรือ​อะไร​เป็น​ต้น​เหตุ​ของ​เรื่อง​ร้าย ๆ ทั้ง​หมด​ที่​เกิด​ขึ้น​ล่ะ?

การอยู่​ผิด​ที่​ผิด​เวลา
คัมภีร์​ไบเบิล​บอก​ว่า​สาเหตุ​หนึ่ง​ที่​ทำ​ให้​ผู้​คน​ต้อง​ทน​ทุกข์​ก็​เพราะ“วาระ​กับ​โอกาส​มา​ถึง​เขา​ทุก​คน”  (ยัง​มี​อีก​อย่าง​ที่​เรา​เห็น​คือ คน​วิ่ง​เร็ว​ไม่​ได้​ชนะ​การ​แข่งขัน​เสมอ​ไป คน​แข็งแรง​ไม่​ได้​รบ​ชนะ​ทุก​ครั้ง คน​มี​ปัญญา​ไม่​ได้​มี​อาหาร​กิน​อยู่​ตลอด คน​ฉลาด​ไม่​ได้​ร่ำรวย​กัน​ทุกคน และ​คน​มี​ความ​รู้​อาจ​ไม่​ประสบ​ความ​สำเร็จ​ก็​ได้เพราะ​เหตุ​การณ์​ที่​ไม่​คาด​คิด​อาจ​เกิด​ขึ้น​กับ​พวก​เขา​ทุก​คน​ใน​เวลา​ที่​คาด​ไม่​ถึง  ปัญญาจารย์ 9:11 )เมื่อ​มี​เหตุ​การณ์​ที่​ไม่​คาด​คิด​หรือ​อุบัติเหตุ​เกิด​ขึ้น คน​เรา​จะ​ได้​รับ​อันตราย​หรือ​ไม่​ก็​ขึ้น​อยู่​กับ​ว่า​ตอน​นั้น​เขา​อยู่​ที่​ไหน นาน​เกือบ 2,000 ปี​มา​แล้ว พระ​เยซู​คริสต์​พูด​ถึง​อุบัติเหตุ​ร้ายแรง​ที่​ทำ​ให้​มี​คน​ตาย​ถึง 18 คน ( ตอน​นั้น​มี​บาง​คน​มา​เล่า​ให้​พระ​เยซู​ฟัง​ว่า ปีลาต​ฆ่า​คน​กาลิลี​กลุ่ม​หนึ่ง​ตอน​ที่​พวก​เขา​กำลัง​ถวาย​เครื่อง​บูชา 2 ท่าน​จึง​ถาม​พวก​เขา​ว่า “พวก​คุณ​คิด​ว่า สิ่ง​นี้​เกิด​ขึ้น​กับ​พวก​เขา​เพราะ​พวก​เขา​มี​บาป​มาก​กว่า​คน​กาลิลี​คน​อื่น ๆ ไหม? 3 ผม​จะ​บอก​ให้​ว่า ไม่​ใช่​หรอก แต่​ถ้า​พวก​คุณ​ไม่​กลับ​ใจ คุณ​ทุก​คน​ก็​จะ​ต้อง​พินาศ​เหมือน​กัน 4 หรือ 18 คน​ที่​ถูก​หอคอย​ที่​สระ​สิโลอัม​พัง​ลง​มา​ทับ​ตาย​นั้น พวก​คุณ​คิด​ว่า​พวก​เขา​ทำ​ผิด​มาก​กว่า​คน​อื่น ๆ ที่​อยู่​ใน​กรุง​เยรูซาเล็ม​ไหม? 5 ผม​จะ​บอก​ให้​ว่า ไม่​ใช่​หรอก แต่​ถ้า​พวก​คุณ​ไม่​กลับ​ใจ คุณ​ทุก​คน​จะ​ต้อง​พินาศ​เหมือน​พวก​เขา” ลูกา 13:1-5)  สาเหตุ​ที่​คน​เหล่า​นั้น​ตาย​ไม่​ใช่​เพราะ​พวก​เขา​ประพฤติ​ตัว​ไม่​ดี​หรือ​เป็น​คน​ชั่ว แต่​เพราะ​พวก​เขา​อยู่​ใน​หอคอย​ตอน​ที่​มัน​ถล่ม​ลง​มา​พอ​ดี เมื่อ​ไม่​นาน​มา​นี้ ใน​เดือน​มกราคม ปี ค.ศ. 2010 เกิด​แผ่นดิน​ไหว​รุนแรง​ที่​ก่อ​ความ​เสียหาย​ย่อยยับ​ใน​ประเทศ​เฮติ รัฐบาล​ประกาศ​ว่า​มี​คน​ตาย​มาก​กว่า 300,000 คน ผู้​เสีย​ชีวิต​จาก​โศกนาฏกรรม​ครั้ง​นั้น​มี​ทุก​เพศ​ทุก​วัย​และ​ทุก​ชน​ชั้น นอก​จาก​นั้น ความ​เจ็บ​ป่วย​ก็​อาจ​ทำ​ให้​คน​เรา​เสีย​ชีวิต​ได้​ทุก​เมื่อ 

บาง​คน​สงสัย​ว่า ‘พระเจ้า​ป้องกัน​ไม่​ให้​เรื่อง​ร้าย ๆ เกิด​ขึ้น​ได้​ไหม? ทำไม​พระองค์​ไม่​คุ้มครอง​คน​ดี​ให้​รอด​พ้น​จาก​ความ​หายนะ​ล่ะ?’ เพื่อ​พระเจ้า​จะ​ป้องกัน​ไม่​ให้​เรื่อง​เลว​ร้าย​เกิด​ขึ้น​ได้ พระองค์​ก็​ต้อง​รู้​ล่วง​หน้า​ใช่​ไหม? ใช่ พระองค์​มี​ทั้ง​อำนาจ​และ​ความ​สามารถ​ที่​จะ​รู้​อนาคต แต่​เพื่อ​จะ​เข้าใจ​เรื่อง​นี้ เรา​ต้อง​รู้​ก่อน​ว่า​พระองค์​เป็น​พระเจ้า​แบบ​ไหน พระองค์​เลือก​ใช้​อำนาจ​อย่าง​ไร พระองค์​ใช้​อำนาจ​อย่าง​เต็ม​ที่​และ​คอย​ดู​ตลอด​เวลา​ไหม​ว่า​จะ​มี​อะไร​เกิด​ขึ้น​ใน​อนาคต? ( ดู​สิ เรื่อง​ต่าง ๆ ที่​เรา​เคย​บอก​ไว้​ได้​เกิด​ขึ้น​แล้วตอน​นี้​เรา​จะ​บอก​เรื่อง​ใหม่เรา​จะ​บอก​ให้​รู้ ก่อน​ที่​มัน​จะ​เกิด​ขึ้น” อิสยาห์ 42:9)

ข้อ​คัมภีร์​หนึ่ง​บอก​ว่า “พระเจ้า . . . อยู่​ใน​ฟ้า​สวรรค์ สิ่ง​ใด​ที่​พระองค์​พอ​พระทัย​พระองค์​ก็​ทรง​กระทำ” (พระเจ้า​ของ​พวก​เรา​อยู่​ใน​สวรรค์พระองค์​ทำ​ทุก​อย่าง​ที่​พระองค์​พอ​ใจ สดุดี 115:3) พระ​เจ้า​สามารถ​ทำ​ทุก​สิ่ง​ได้ แต่​พระองค์​เลือก​ทำ​เฉพาะ​สิ่ง​ที่​จำเป็น และ​พระองค์​ใช้​หลัก​นี้​กับ​การ​รู้​อนาคต​ด้วย ตัว​อย่าง​เช่น ใน​อดีต​เมือง​โซโดม​และ​โกโมร์ราห์​มี​แต่​คน​ชั่ว พระเจ้า​บอก​กับ​อับราฮาม​บรรพบุรุษ​คน​หนึ่ง​ของ​มนุษย์​ว่า “เรา​จะ​ลง​ไป​ตรวจ​ดู​ว่า​คน​ทั้ง​หลาย​ได้​กระทำ​เหมือน​เสียง​ร้อง​ที่​เรา​ได้​ยิน​นั้น​ทั้ง​สิ้น​หรือ​ไม่ ถ้า​หา​ไม่​เรา​ก็​จะ​ได้​รู้” (แล้ว​พระ​เจ้า​พูด​ว่า “บาป​ของ​เมือง​โสโดม​และ​โกโมราห์​ร้ายแรง​มาก+ เรา​ได้​ยิน​ผู้​คน​ร้อง​บ่น​เกี่ยว​กับ​สอง​เมือง​นี้+ 21 เรา​จะ​ลง​ไป​ดู​ให้​รู้​ว่า พวก​เขา​ทำ​ชั่ว​อย่าง​ที่​เรา​ได้​ยิน​เสียง​ร้อง​บ่น​ว่า​นั้น​หรือ​เปล่า” ปฐมกาล 18:20-21 ) นี่​แสดง​ว่า​มี​ช่วง​หนึ่ง​ที่​พระ​เจ้าเลือก​จะ​ไม่​รับ​รู้​ว่า​ผู้​คน​ใน​เมือง​นั้น​ทำ​สิ่ง​เลว​ร้าย​ขนาด​ไหน และ​ทำ​ให้​เรา​เข้าใจ​ว่า​พระ​ยะโฮวา​สามารถ​เลือก​ที่​จะ​รู้​หรือ​ไม่​รู้​อะไร​ก็​ได้ ( ทูตสวรรค์*พูด​ว่า “อย่า​ทำ​อันตราย​ลูก​ของ​เจ้า อย่า​ทำ​อะไร​เขา​เลย ตอน​นี้​เรา​รู้​แล้ว​ว่า​เจ้า​เกรง​กลัว​พระเจ้า เพราะ​เจ้า​ไม่​ได้​หวง​ลูก​ชาย​คน​เดียว​ของ​เจ้า​ไว้ แต่​ยอม​ยก​ให้​เรา” ปฐมกาล 22:12)  เรื่อง​นี้​ไม่​ได้​แปล​ว่า​พระเจ้า​บกพร่อง​หรือ​มี​จุด​อ่อน เพราะ “กิจการ​ของ​พระองค์​ดี​รอบคอบ” พระเจ้า​ใช้​ความ​สามารถ​ของ​พระองค์​อย่าง​เหมาะ​สม​เพื่อ​จะ​รู้​อนาคต​ใน​ส่วน​ที่​เกี่ยว​ข้อง​กับ​ความ​ประสงค์​ของ​พระองค์ พระเจ้า​ไม่​เคย​ใช้​อำนาจ​นี้​เพื่อ​ลิขิต​ชีวิต​มนุษย์* (พระเจ้า​ผู้​เป็น​เหมือน​หิน​ที่​แข็ง​แกร่ง สิ่ง​ที่​พระองค์​ทำ​ดี​เยี่ยม​ไม่​มี​ที่​ติ+เพราะ​แนว​ทาง​ทั้ง​หมด​ของ​พระองค์​ยุติธรรม+พระองค์​เป็น​พระเจ้า​ที่​ซื่อ​สัตย์+และ​ยุติธรรม​เสมอ+พระองค์​เป็น​พระเจ้า​ที่​เที่ยงธรรม*และ​ซื่อ​ตรง เฉลยธรรมบัญญัติ 32:4 )

ถ้า​อย่าง​นั้น ข้อ​สรุป​คือ​อะไร? พูด​ง่าย ๆ ก็​คือ พระเจ้า​ใช้​อำนาจ​อย่าง​รอบคอบ​และ​เลือก​จะ​รับ​รู้​บาง​เรื่อง​เท่า​นั้น

มนุษย์​ต้อง​รับผิดชอบ​ไหม?
มนุษย์​ก็​มี​ส่วน​ต้อง​รับผิดชอบ​สำหรับ​เรื่อง​ร้าย ๆ ที่​เกิด​ขึ้น​ด้วย คัมภีร์​ไบเบิล​บอก​ว่า​มนุษย์​อาจ​ทำ​สิ่ง​ที่​ก่อ​ผล​เสียหาย​ร้ายแรง​ได้​เพราะ “ทุก​คน​ถูก​ทดสอบ​โดย​ที่​ความ​ปรารถนา​ของ​เขา​เอง​ชัก​นำ​และ​ล่อ​ใจ เมื่อ​ความ​ปรารถนา​นั้น​มาก​พอ​จะ​เกิด​ผล ก็​จะ​ทำ​ให้​เกิด​บาป แล้ว​เมื่อ​มี​การ​ทำ​บาป บาป​นั้น​ก็​ทำ​ให้​เกิด​ความ​ตาย” ( แต่​ทุก​คน​ถูก​ล่อ​ใจ​เมื่อ​ความ​ต้องการ​ของ​ตัว​เอง​ชัก​นำ​และ​ล่อ​ลวง+ 15 เมื่อ​ความ​ต้องการ​เพิ่ม​ขึ้น​จน​เต็ม​ที่​แล้ว​ก็​ทำ​ให้​เกิด​บาป และ​เมื่อ​มี​การ​ทำ​บาป บาป​นั้น​ก็​ทำ​ให้​เกิด​ความ​ตาย+  ยากอบ 1:14,15)  เมื่อ​มนุษย์​ทำ​ตาม​ความ​ปรารถนา​ที่​ไม่​ดี​หรือ​กิเลส​ของ​ตัว​เอง เขา​ก็​ต้อง​รับ​ผล​เสียหาย​จาก​การ​กระทำ​นั้น  (ดัง​นั้น ข้าพเจ้า​เห็น​ว่า​มี​กฎ​ข้อ​หนึ่ง​อยู่​ใน​ตัว​ข้าพเจ้า คือ เมื่อ​ข้าพเจ้า​อยาก​ทำ​สิ่ง​ที่​ถูก​ต้อง สิ่ง​ชั่ว​ก็​อยู่​ใน​ตัว​ข้าพเจ้าจริง ๆ แล้ว​ใจ​ข้าพเจ้า​ชอบ​กฎหมาย​ของ​พระเจ้า แต่​ข้าพเจ้าเห็น​กฎ​อีก​อย่าง​หนึ่ง​ใน​ร่าง​กาย*ที่​ต่อ​สู้​กับ​กฎ​ใน​ใจ​ข้าพเจ้า และ​ทำ​ให้​ข้าพเจ้าตก​อยู่​ใต้​บังคับ​กฎ​ของ​บาปที่​อยู่​ใน​ร่าง​กายข้าพเจ้า  โรม 7:21-23   )ประวัติศาสตร์​ให้​หลักฐาน​ว่า​มนุษย์​ทำ​สิ่ง​เลว​ร้าย​หลาย​อย่าง​และ​ก่อ​ให้​เกิด​ความ​ทุกข์​มาก​มาย นอก​จาก​นั้น คน​ชั่ว​ก็​ยัง​ยุยง​คน​อื่น​ให้​ทำ​ชั่ว​เหมือน​กัน เรื่อง​ร้าย ๆ จึง​มี​ให้​เห็น​อยู่​เต็ม​ไป​หมด ลูก​พ่อ ถ้า​คน​บาป​มา​ชักจูง​ลูก อย่า​ไป​ฟัง​เขา+11 ถ้า​พวก​เขา​พูด​ว่า “ไป​กัน​เถอะไป​ดัก​ฆ่า​คน​กันเรา​จะ​ซุ่ม​รอ​เล่น​งาน​คน​ที่​ไม่​มี​ความ​ผิด12 เรา​จะ​เป็น​เหมือน​หลุม​ศพ*ที่​กลืน​พวก​เขา​ทั้ง​เป็น
เหมือน​หลุม​ที่​กลืน​คน​ลง​ไป​ทั้ง​ตัว13 เรา​จะ​ยึด​ของ​มี​ค่า​ของ​พวก​เขา​ให้​หมดแล้ว​เอา​ของ​ที่​ปล้น​ได้​มา​เก็บ​ไว้​ให้​เต็ม​บ้าน14 ไป​กับ​เรา​สิแล้ว​เรา​จะ​เอา​ของ​ที่​ขโมย​มา​แบ่ง​กัน เรา​จะ​แบ่ง​ให้​เท่า ๆ กัน”*15 ลูก​พ่อ อย่า​ไป​กับ​พวก​เขา
อย่า​ตาม​พวก​เขา​ไป+16 เพราะ​พวก​เขา​รีบ​ไป​ทำ​ชั่วพวก​เขา​รีบ​ไป​ฆ่า​คน สุภาษิต 1:10-16 

มนุษย์​ทำ​สิ่ง​เลว​ร้าย​หลาย​อย่าง​และ​ก่อ​ให้​เกิด​ความ​ทุกข์​มาก​มาย
พระเจ้า​ควร​เข้า​มา​แทรกแซง​และ​ป้องกัน​ไม่​ให้​คน​ทำ​ชั่ว​ไหม? เพื่อ​ตอบ​คำ​ถาม​นี้ ให้​เรา​มา​ดู​ว่า​มนุษย์​ถูก​สร้าง​ขึ้น​อย่าง​ไร คัมภีร์​ไบเบิล​บอก​ว่า​พระเจ้า​สร้าง​มนุษย์​ตาม​แบบ​ของ​พระองค์ นี่​หมาย​ความ​ว่า มนุษย์​สามารถ​สะท้อน​คุณลักษณะ​ของ​พระเจ้า​ได้  (พระเจ้า​พูด​ว่า “ให้​เรา+สร้าง​มนุษย์​ตาม​แบบ​เรา+และ​มี​ลักษณะ​คล้าย​เรา+ และ​ให้​ปลา​ใน​ทะเล สัตว์ที่​บิน​ใน​ท้องฟ้า สัตว์​ที่​เชื่อง สัตว์​เลื้อยคลาน​ทุก​ชนิด​ที่​อยู่​บน​แผ่นดิน และ​โลก​ทั้ง​โลก​อยู่​ใต้​อำนาจ​พวก​เขา” ปฐมกาล  1:26 ) พระเจ้า​ให้​มนุษย์​มี​อิสระ​ทาง​ความ​คิด เรา​จึง​เลือก​ได้​ว่า​จะ​รัก​และ​ซื่อ​สัตย์​ต่อ​พระองค์​หรือ​ไม่ มนุษย์​เลือก​จะ​เชื่อ​ฟัง​และ​ทำ​สิ่ง​ที่​พระองค์​ต้องการ​ได้(  ขอ​ให้​ฟ้า​ดิน​เป็น​พยาน​ใน​วัน​นี้​ว่า ข้าพเจ้า​ได้​ตั้ง​ชีวิต​และ​ความ​ตาย คำ​อวยพร​และ​คำ​สาป​แช่ง​ไว้​ตรง​หน้า​คุณ+ ขอ​ให้​คุณ​เลือก​เอา​ชีวิต​เพื่อ​จะ​ได้​มี​ชีวิต​อยู่+ ทั้ง​ตัว​คุณ​และ​ลูก​หลาน​ของ​คุณ​ด้วย+ 20 โดย​รัก​พระ​ยะโฮวา​พระเจ้า+ เชื่อ​ฟัง​พระองค์ และ​ซื่อ​สัตย์​ต่อ​พระองค์​เสมอ+ เพราะ​พระองค์​เป็น​ผู้​ให้​ชีวิต​พวก​คุณ และ​พระ​ยะโฮวา​จะ​ทำ​ให้​คุณ​มี​ชีวิต​ยืน​ยาว​อยู่​ใน​แผ่นดิน​ที่​พระองค์​สาบาน​ว่า​จะ​ยก​ให้​บรรพบุรุษ​ของ​คุณ คือ อับราฮัม อิสอัค และ​ยาโคบ”  เฉลยธรรมบัญญัติ 30:19, 20 ) ถ้า​พระเจ้า​ลิขิต​ชีวิต​มนุษย์​ให้​เดิน​ตาม​เส้น​ที่​พระองค์​ขีด​ไว้ พระองค์​จะ​ให้​มนุษย์​มี​อิสระ​ทาง​ความ​คิด​ทำไม​ตั้ง​แต่​แรก? หรือ​ถ้า​โชค​ชะตา​กำหนด​ไว้​แล้ว​ว่า​เรา​ต้อง​ทำ​อะไร​และ​ต้อง​เจอ​อะไร มนุษย์​ก็​คง​เป็น​เหมือน​หุ่น​ยนต์​ไร้​ชีวิต​จิตใจ​ที่​แค่​ทำ​ตาม​คำ​สั่ง​ใน​โปรแกรม! เรา​น่า​จะ​ดีใจ​ที่​พระเจ้า​ให้​เกียรติ​เรา​เลือก​ทาง​เดิน​ชีวิต​ของ​ตัว​เอง แต่​นี่​ไม่​ได้​หมาย​ความ​ว่า​ข้อ​ผิด​พลาด​หรือ​การ​ตัดสิน​ใจ​ที่​ไม่​ดี​ของ​มนุษย์​จะ​ก่อ​ผล​เสียหาย​ร้ายแรง​ต่อ​ทุก​คน​บน​โลก​ตลอด​ไป

เป็น​เพราะ​กรรม​แต่​ชาติ​ปาง​ก่อน​ไหม?
ถ้า​คุณ​ถาม​คน​ที่​นับถือ​ศาสนา​ฮินดู​หรือ​ศาสนา​พุทธ​ว่า “ทำไม​คน​ดี​ต้อง​เจอ​กับ​เรื่อง​ร้าย ๆ?” เขา​อาจ​บอก​คุณ​ว่า “มัน​ก็​เป็น​กฎ​แห่ง​กรรม​นั่น​แหละ เขา​ต้อง​ชด​ใช้​กรรม​ที่​เคย​ทำ​ไว้​ใน​ชาติ​ที่​แล้ว”*

ถ้า​เรา​รู้​ว่า​คัมภีร์​ไบเบิล​พูด​อย่าง​ไร​เกี่ยว​กับ​ความ​ตาย เรา​จะ​เข้าใจ​ว่า​คำ​สอน​เรื่อง​กรรม​เก่า​ที่​หลาย​คน​เชื่อ​นั้น​มี​เหตุ​ผล​หรือ​ไม่ ตอน​ที่​พระเจ้า​สร้าง​อาดาม​มนุษย์​คน​แรก​ใน​สวน​เอเดน พระ​ผู้​สร้าง​บอก​เขา​ว่า “บรรดา​ผลไม้​ทุก​อย่าง​ใน​สวน​นี้​เจ้า​กิน​ได้​ทั้ง​หมด เว้น​แต่​ต้น​ไม้​ที่​ให้​รู้​ความ​ดี​และ​ชั่ว ผล​ของ​ต้น​นั้น​เจ้า​อย่า​กิน​เป็น​อัน​ขาด ถ้า​เจ้า​ขืน​กิน​ใน​วัน​ใด เจ้า​จะ​ตาย​ใน​วัน​นั้น​เป็น​แน่ ( ​พระเจ้า​สั่ง​เขา​ว่า “เจ้า​กิน​ผล​จาก​ต้น​ไม้​ทุก​ต้น​ใน​สวน​นี้​ได้​จน​พอ​ใจ+ 17 แต่​ห้าม​กิน​ผล​จาก​ต้น​ไม้​ที่​ให้​รู้​ดี​รู้​ชั่ว ถ้า​เจ้า​กิน​ผล​จาก​ต้น​นั้น​ใน​วัน​ไหน เจ้า​จะ​ต้อง​ตาย​ใน​วัน​นั้น” ปฐมกาล2:16, 17) ถ้า​อาดาม​เชื่อ​ฟัง​พระเจ้า​และ​ไม่​ได้​ทำ​บาป เขา​จะ​มี​ชีวิต​อยู่​ได้​ตลอด​ไป แต่​เขา​ไม่​เชื่อ​ฟัง​คำ​สั่ง​ของ​พระเจ้า เขา​จึง​ต้อง​รับ​โทษ​คือ​ความ​ตาย หลัง​จาก​นั้น เมื่อ​ลูก​หลาน​ของ​เขา​เกิด​มา “ความ​ตาย​จึง​ลาม​ไป​ถึง​ทุก​คน”( ที่​เป็น​อย่าง​นี้​ก็​เพราะ​ว่า บาป​เข้า​มา​ใน​โลก​เพราะ​คน​คน​เดียว และ​ความ​ตาย​เกิด​ขึ้น​เพราะ​บาป​นั้น+ ความ​ตาย​จึง​ลาม​ไป​ถึง​ทุก​คน​เพราะ​ทุก​คน​เป็น​คน​บาป โรม 5:12 )ดัง​นั้น คัมภีร์​ไบเบิล​บอก​ว่า “ค่า​จ้าง​ที่​บาป​จ่าย​คือ​ความ​ตาย” ( ค่า​จ้าง​ที่​บาป​จ่าย​คือ​ความ​ตาย+ แต่​ของ​ขวัญ​ที่​พระเจ้า​ให้​คือ​ชีวิต​ตลอด​ไป+ผ่าน​ทาง​พระ​คริสต์​เยซู​ผู้​เป็น​นาย​ของ​เรา โรม 6:23) และ “คน​ที่​ตาย​แล้ว​ก็​พ้น​โทษ​จาก​บาป​ของ​ตน” (คน​ที่​ตาย​แล้ว​ก็​พ้น​โทษ*จาก​บาป​ของ​เขา โรม  6:7)  นี่​หมาย​ความ​ว่า​เมื่อ​คน​เรา​ตาย เขา​ก็​ไม่​ต้อง​ชด​ใช้​บาป​ของ​ตัว​เอง​อีก​ต่อ​ไป

หลาย​ล้าน​คน​ใน​ทุก​วัน​นี้​บอก​ว่า​ปัญหา​และ​ความ​ทุกข์​ที่​มนุษย์​ต้อง​เจอ​เป็น​ผล​จาก​กรรม​เก่า คน​ที่​เชื่อ​เรื่อง​นี้​ก็​ก้ม​หน้า​รับ​กรรม​ของ​ตัว​เอง​ไป และ​เขา​ก็​ไม่​รู้สึก​เดือดร้อน​ใจ​เท่า​ไร​เมื่อ​เห็น​คน​อื่น​ทน​ทุกข์​เพราะ​คิด​ว่า​มัน​เป็น​กรรม​เก่า​ของ​เขา แต่​ที่​จริง​แนว​ความ​คิด​แบบ​นี้​ไม่​ได้​ทำ​ให้​มนุษย์​มี​ความ​หวัง​ว่า​เรื่อง​ร้าย ๆ จะ​หมด​ไป ผู้​คน​เชื่อ​กัน​ว่า​ทาง​เดียว​ที่​จะ​หลุด​พ้น​จาก​การ​เวียน​ว่าย​ตาย​เกิด​คือ การ​ถือ​ศีล​ทำ​บุญ​และ​ศึกษา​ธรรมะ​จน​รู้​แจ้ง​เห็น​จริง แต่​แนว​คิด​นี้​แตกต่าง​กัน​มาก​จาก​สิ่ง​ที่​คัมภีร์​ไบเบิล​บอก*

ตัวการ​สำคัญ!
สาเหตุ​หลัก​ของ​เรื่อง​เลว​ร้าย​ที่​เกิด​ขึ้น​บน​โลก​ไม่​ได้​มา​จาก​มนุษย์ แต่​ตัวการ​สำคัญ​คือ ซาตาน​พญา​มาร มัน​เคย​เป็น​ทูตสวรรค์​ที่​ซื่อ​สัตย์​ต่อ​พระเจ้า แต่​มัน “ไม่​ได้​ยึด​มั่น​กับ​ความ​จริง” และ​นำ​บาป​เข้า​มา​ใน​โลก (พวก​คุณ​มา​จาก​มาร​ซึ่ง​เป็น​พ่อ​ของ​พวก​คุณ และ​พวก​คุณ​อยาก​ทำ​ตาม​ที่​พ่อ​ของ​พวก​คุณ​ต้องการ+ มัน​เป็น​ฆาตกร​ตั้ง​แต่​แรก+ และ​มัน​ไม่​ได้​ยึด​มั่น​ใน​ความ​จริง เพราะ​มัน​ไม่​มี​ความ​จริง มัน​โกหก​ตาม​สันดาน​ของ​มัน เพราะ​มัน​เป็น​จอม​โกหก​และ​เป็น​พ่อ​ของ​การ​โกหก ยอห์น 8:44) มัน​ยุยง​มนุษย์​คู่​แรก​ให้​ขืน​อำนาจ​ต่อ​พระเจ้า​ใน​สวน​เอเดน ( ใน​สัตว์​ป่า​ทั้ง​หมด​ที่​พระ​ยะโฮวา​พระเจ้า​สร้าง​นั้น งู+เป็น​สัตว์​ที่​เจ้า​เล่ห์​ที่​สุด* มัน​พูด​กับ​ผู้​หญิง​ว่า “พระเจ้า​ไม่​ให้​พวก​คุณ​กิน​ผลไม้​ทุก​ต้น​ใน​สวน​นี้​จริง ๆ หรือ?”+ 2 ผู้​หญิง​ตอบ​งู​ว่า “ผลไม้​ใน​สวน​นี้​พวก​เรา​กิน​ได้+ 3 แต่​พระเจ้า​พูด​ถึง​ผล​ของ​ต้น​ที่​อยู่​กลาง​สวน+ว่า ‘ห้าม​กิน​ผล​จาก​ต้น​นั้น อย่า​แม้​แต่​จะ​ไป​แตะ​ต้อง ไม่​อย่าง​นั้น พวก​เจ้า​จะ​ต้อง​ตาย’” 4 งูจึง​พูด​กับ​ผู้​หญิง​ว่า “พวก​คุณ​จะ​ไม่​ตาย​หรอก+ 5 จริง ๆ แล้ว​พระเจ้า​ก็​รู้​ว่า ใน​วัน​ที่​พวก​คุณ​กิน​ผล​ของ​ต้น​นั้น พวก​คุณ​จะ​ตา​สว่าง​และ​จะ​เป็น​เหมือน​พระเจ้า รู้*ว่า​อะไร​ดี​อะไร​ชั่ว” ปฐมกาล 3:1-5) พระ​เยซู​คริสต์​เรียก​มัน​ว่า “ตัว​ชั่ว​ร้าย” และ “ผู้​ปกครอง​โลก”  (ขอ​พระองค์​ช่วย​ปก​ป้อง​พวก​เรา​ไว้​จาก​ซาตาน​ตัว​ชั่ว​ร้าย+ และ​ช่วย​ให้​เอา​ชนะ​การ​ล่อ​ใจ​ได้’ มัทธิว6:13;   ต่อ​ไป​นี้ ผม​จะ​ไม่​พูด​อะไร​กับ​พวก​คุณ​มาก ผู้​ปกครอง​โลก+จะ​มา​แล้ว แต่​ผู้​นั้น​ไม่​มี​อำนาจ​เหนือ​ผม ยอห์น 14:30) ผู้​คน​ส่วน​ใหญ่​ติด​ตาม​ซาตาน​และ​แนว​คิด​ของ​มัน​ที่​บอก​ว่า​มนุษย์​ไม่​จำเป็น​ต้อง​สนใจ​พระ​ยะโฮวา​พระเจ้า (อย่า​รัก​โลก​หรือ​สิ่ง​ของ​ใน​โลก+ ถ้า​ใคร​รัก​โลก เขา​ก็​ไม่​ได้​รัก​พระเจ้า​ผู้​เป็น​พ่อ+ 16 เพราะ​ทุก​สิ่ง​ใน​โลก​นี้ ไม่​ว่า​จะ​เป็น​ความ​ต้องการ​ของ​ร่าง​กาย​ที่​มี​บาป+ ความ​ต้องการ​ที่​เกิด​จาก​ตา+ หรือ​การ​โอ้อวด​ทรัพย์​สมบัติ* ไม่​ได้​มา​จาก​พระเจ้า​ผู้​เป็น​พ่อ แต่​มา​จาก​โลก ยอห์น 2:15, 16) ใน​หนังสือ (ยอห์น  5:19 เรา​รู้​ว่า​เรา​เป็น​คน​ของ​พระเจ้า แต่​โลก​ทั้ง​โลก​อยู่​ใน​อำนาจ​ซาตาน​ตัว​ชั่ว​ร้าย) บอก​ว่า “โลก​ทั้ง​โลก​อยู่​ใน​อำนาจ​ตัว​ชั่ว​ร้าย” นอก​จาก​นี้ ยัง​มี​ทูตสวรรค์​องค์​อื่น ๆ อีก​ที่​หัน​ไป​ทำ​ชั่ว​และ​กลาย​เป็น​พวก​ของ​ซาตาน คัมภีร์​ไบเบิล​บอก​ว่า​ซาตาน​และ​ผี​ปิศาจ​พรรค​พวก​ของ​มัน “ชัก​นำ​ทั้ง​โลก​ให้​หลง​ผิด” ทำ​ให้ ‘แผ่นดิน​โลก​เกิด​วิบัติ’ (พญา​นาค​ใหญ่+ถูก​เหวี่ยง​ลง​มา​บน​โลก+ ทูตสวรรค์​ที่​อยู่​ฝ่าย​มัน​ก็​ถูก​เหวี่ยง​ลง​มา​ด้วย พญา​นาค​ใหญ่​คือ​งู​ตัว​แรก​นั้น+ที่​ถูก​เรียก​ว่า​มาร+และ​ซาตาน+ซึ่ง​กำลัง​หลอก​ลวง​ทั้ง​โลก​ให้​หลง​ผิด วิวรณ์ 12:9, 12) ดัง​นั้น ถ้า​จะ​โทษ​ใคร​ว่า​เป็น​ต้น​เหตุ​ของ​เรื่อง​ร้าย ๆ ที่​เกิด​ขึ้น ก็​ต้อง​โทษ​ตัวการ​สำคัญ​ซึ่ง​ก็​คือ​ซาตาน​พญา​มาร​นี่​แหละ

เห็น​ได้​ชัด​ว่า พระเจ้า​ไม่​ใช่​ผู้​ที่​ต้อง​รับผิดชอบ​เมื่อ​มี​สิ่ง​เลว​ร้าย​เกิด​ขึ้น พระองค์​ไม่​ได้​ทำ​ให้​มนุษย์​ทุกข์​ทรมาน แต่​ตรง​กัน​ข้าม พระองค์​สัญญา​ว่า​จะ​กำจัด​ความ​ทุกข์​ให้​หมด​ไป ลอง​อ่าน​ดู​ใน​บทความ​ถัด​ไป​ว่า​พระองค์​จะ​ทำ​อย่าง​ไร

คุณ​รู้​ไหม​ว่า​ตัวการ​สำคัญ​ที่​ทำ​ให้​เกิด​เรื่อง​ร้าย ๆ ก็​คือ​ซาตาน​พญา​มาร “ผู้​ปกครอง​โลก” (ต่อ​ไป​นี้ ผม​จะ​ไม่​พูด​อะไร​กับ​พวก​คุณ​มาก ผู้​ปกครอง​โลก+จะ​มา​แล้ว แต่​ผู้​นั้น​ไม่​มี​อำนาจ​เหนือ​ผม ยอห์น14:30)
wol.jw.org

อย่างไรก็ตาม ยังมีสิ่งหนึ่งที่เราต้องทำคือ เราต้องเชื่อว่าพระเจ้าทรงรักเรามากและได้ทรงส่งพระบุตรสุดที่รักลงมาเพื่อไถ่บาปให้เรา จงยอมรับการอภัยโทษบาปซึ่งพระองค์ทรงเปิดทางให้เราได้รับ ความผิดพลาดของเราทั้งหมด ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต และหนี้ทางศีลธรรมทั้งหมดของเรา พระเจ้าทรงจัดการทั้งหมด โดยการที่พระเยซูทรงถูกตรึงกางเขนและตายเพื่อเรา   เราต้องเชื่อว่าพระเจ้าได้ทรงกระทำสิ่งนี้เพื่อเรา แล้วเราจึงจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพระเจ้าอีกครั้ง และจงอย่าทำผิดซ้ำอีก และเมื่อเราทำเช่นนั้น ความผิดพลาดในของเราก็จะถูกแก้ไขให้ถูกต้องในสายพระเนตรพระเจ้า เราจะมีอิสระที่จะอยู่กับพระองค์ตลอดไป เหมือนกับที่พระเจ้าทรงตั้งพระทัยให้สิ่งต่าง ๆ เป็นในตอนเริ่มแรก การทำดีหรือทำชั่วของเราในแต่ละวัน ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการที่พระเจ้าจะยกโทษให้เราหรือไม่ เพราะสาเหตุที่แท้จริงที่พระเจ้ายกโทษให้เรา คือเพราะเห็นแก่พระโลหิตต่างหาก
พระเจ้าทรงยกโทษให้เราทุกครั้งที่เราสารภาพบาปต่อพระองค์แน่นอน  

ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่าน
KC LOVE GOD









วันเสาร์ที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2560

ทูตสวรรค์คือใคร



มีบางคนคิดว่า แต่ละคนมีทูตสวรรค์ประจำตัวที่เรียกว่า “อารักขเทวดา” ทูตสวรรค์นี้ได้รับมอบหมายให้เฝ้าดูและปกป้องบุคคลนั้น เราไม่รู้อย่างแน่ชัดว่าแต่ละคนมีอารักขเทวดา แต่เรารู้ว่าพระเจ้าทรงใช้ทูตสวรรค์ให้กระทำตาม พระประสงค์ของพระองค์


ทูตสวรรค์ของฉันทำอะไร

ทูตสวรรค์เป็นผู้ช่วยของพระเจ้า พวกท่านอยู่ในสวรรค์กับพระองค์ บ่อยครั้งที่พระเจ้าทรงให้ทูตสวรรค์มาปกป้องมนุษย์ จากความชั่วร้ายของซาตาน ที่มาล่อล่วงพวกเขา   ทูตสวรรค์นำพระประสงค์ของพระเจ้ามาสู่ชีวิตมนุษย์ ทูตสวรรค์ช่วยเราให้กระทำตามสิ่งที่พระเจ้าทรงปรารถนาให้เรากระทำ

ข้อความสำคัญ   

พระเยซูเจ้าตรัสว่า “จงระวังให้ดี อย่าดูหมิ่นคนธรรมดาๆ เหล่านี้คนใดเลย เราบอกท่านทั้งหลายว่า ตลอดเวลาในสวรรค์      ทูตสวรรค์ของเขาเฝ้าชมพระพักตร์พระบิดาของเราผู้สถิตในสวรรค์” (มัทธิว 18:10)

พระคัมภีร์ที่เกี่ยวข้อง
ปฐมกาล 24:7
พระยาห์เวห์ พระเจ้าแห่งสวรรค์และแผ่นดิน ทรงนำฉันออกจากบ้านของบิดาและจากแผ่นดินของญาติพี่น้องของฉัน ทรงสัญญากับฉันโดยทรงปฏิญาณไว้ว่า “จะประทานแผ่นดินนี้ให้แก่ลูกหลานของฉัน” พระองค์จะทรงส่งทูตสวรรค์ของพระองค์นำหน้าท่านไป เพื่อท่านจะสามารถหาภรรยาจากที่นั่นให้ลูกชายของฉันได้

กันดารวิถี 22:15-35
ทูตสวรรค์ของพระยาห์เวห์มายืนขวางถนนตอนที่แคบระหว่างสวนองุ่น มีกำแพงกั้นอยู่ทั้งสองข้าง  ลาเห็นทูตสวรรค์ของพระยาห์เวห์จึงเดินชิดกำแพง ทำให้เท้าข้างหนึ่งของบาลาอัมเบียดกำแพง เขาจึงตีมันอีก
ทูตสวรรค์ของพระยาห์เวห์เดินไปยืนกั้นถนนตรงที่แคบมากจนไม่มีทางเลี่ยงไปได้ทั้งสองข้าง ลาเห็นทูตสวรรค์ของพระยาห์เวห์ ก็นอนลงทั้งๆ ที่บาลาอัมยังขี่อยู่ เขาโกรธมาก เอาไม้ตีลา

ดาเนียล 3:28; 6:22; 
กษัตริย์เนบูคัดเนสซาร์ตรัสว่า “ขอถวายพระพรแด่พระเจ้าของชัดรัค เมชาค และอาเบดเนโก พระองค์ทรงส่งทูตสวรรค์มาช่วยกอบกู้ผู้รับใช้ที่วางใจในพระองค์ เขายอมละเมิดคำสั่งของเรา และยอมพลีร่างกาย ดีกว่าที่จะรับใช้และนมัสการเทพเจ้าอื่นนอกจากพระเจ้าของตน
พระเจ้าของข้าพเจ้าทรงส่งทูตสวรรค์มาปิดปากสิงโตไว้ ไม่ให้มันทำอันตรายข้าพเจ้าได้ เพราะทรงเห็นว่าข้าพเจ้าไม่มีความผิดเฉพาะพระพักตร์ ข้าแต่พระราชา ข้าพเจ้ามิได้กระทำผิดประการใดต่อพระองค์อีกด้วย”

มัทธิว 1:21-24; 4:11;
นางจะให้กำเนิดบุตรชาย ท่านจงตั้งชื่อบุตรนั้นว่าเยซู เพราะเขาจะช่วยประชากรของเขาให้รอดพ้นจากบาป”  เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพื่อพระดำรัสขององค์พระผู้เป็นเจ้าที่ตรัสผ่านประกาศก จะเป็นความจริงว่า
หญิงพรหมจารีจะตั้งครรภ์ และจะคลอดบุตรชาย  
ซึ่งจะได้รับนามว่า “อิมมานูเอล”
แปลว่า พระเจ้าสถิตกับเรา”  เมื่อโยเซฟตื่นขึ้น เขาก็ทำตามที่ทูตสวรรค์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าสั่งไว้ คือรับภรรยามาอยู่ด้วย  แต่เขามิได้มีเพศสัมพันธ์กับนาง ต่อมานางให้กำเนิด บุตรชาย โยเซฟตั้งชื่อกุมารนั้นว่า เยซู

ทูตสวรรค์มีลักษณะเหมือนกับอะไร
guardian-angelคำว่าทูตสวรรค์ หมายถึง “ผู้นำสาร”   ทูตสวรรค์เป็นผู้นำสารของพระเจ้า พวกท่านอาจเป็นนักรบของพระเจ้า  ในพระคัมภีร์เราอ่านพบว่า มีบางคนได้พบกับทูตสวรรค์ ซึ่งในบางครั้ง ผู้ที่พบรู้ว่าท่านเป็นทูตสวรรค์  แต่บางครั้งก็ไม่ทราบว่าเป็นใคร  บางครั้งพระคัมภีร์บรรยายไว้ว่า ทูตสวรรค์มีปีก ทูตสวรรค์เหล่านั้นเรียกว่าเครูบิม แต่ส่วนมากแล้วทูตสวรรค์ที่ถูกกล่าวไว้ในพระคัมภีร์ มีลักษณะเหมือนมนุษย์ธรรมดา เราไม่รู้ว่าทูตสวรรค์มีลักษณะเหมือนกับอะไรในสวรรค์

ข้อความที่สำคัญ  
ข้าพเจ้ายอห์นได้ยินและได้เห็นสิ่งเหล่านี้ เมื่อข้าพเจ้าได้ยินและได้เห็นแล้วจึงคุกเข่าลงกราบนมัสการ ทูตสวรรค์ที่สำแดงสิ่งเหล่านี้แก่ข้าพเจ้า  แต่เขากล่าวแก่ข้าพเจ้าว่า “อย่าเลย ข้าพเจ้าเป็นผู้รับใช้พระเจ้าเหมือนกับท่านและเหมือนกับพี่น้องของท่าน คือบรรดาประกาศกและผู้ที่ปฏิบัติตามถ้อยคำของม้วนหนังสือนี้ จงนมัสการพระเจ้าเท่านั้น” (วิวรณ์ 22:8-9)

พระคัมภีร์ที่เกี่ยวข้อง  
ปฐมกาล 19:1;
เมื่อทูตสวรรค์สององค์มาถึงเมืองโสโดมในเวลาเย็น โลทกำลังนั่งอยู่ที่ประตูเมืองโสโดม เมื่อโลทเห็นเข้า เขาก็ลุกขึ้นไปต้อนรับ กราบลงกับพื้นดิน

ฮีบรู 13:2
อย่าละเลยที่จะต้อนรับแขกแปลกหน้า เพราะเมื่อต้อนรับแขกแปลกหน้า บางคนได้ต้อนรับทูตสวรรค์โดยไม่รู้ตัว

 kamsonbkk.com



วันเสาร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

คริสตชนคือใครและทำไมทุกคนจึงไม่เป็นคริสตชน



คริสตชนคือใคร
1. คำ “คริสตชน คริสเตียน คริสตัง (คริสต+องค์) มาจากคำ “คริสต์” คริสตชนจึงแปลว่า ผู้นับถือพระคริสตเจ้า เมื่อพูดว่าใครผู้หนึ่ง “ดำรงชีวิตแบบคริสตชน” ย่อมหมายความว่าผู้นั้นตัดสินใจแน่วแน่เด็ดขาดที่จะจงรักภักดี และเดินตามพระฉบับแบบของพระคริสตเจ้า นับเป็นการมีชีวิตร่วมสนิทกับพระองค์ ผู้เป็นพระเชษฐาพระผู้ไถ่ และเจ้านายของมนุษย์ทั้งหลาย

2. พระคริสตเจ้าทรงเป็นผู้กระตุ้นปลุกชีวิตของคริสตชน เป็นแบบฉบับของคริสตชนไม่ว่าในกิจการใดๆในเหตุการณ์ต่างๆของชีวิต ไม่ว่าเวลายินดีหรือขัดสน ไม่ว่าเวลาทำงานหรือหยุดพักผ่อน รวมถึงเวลาเสี่ยงภัยและประจญภัย ตลอดเวลากระสับกระส่ายใกล้จะตาย คริสตชนสามารถมองดูพระเยซูคริสตเจ้า ผู้เสด็จมาก่อนและสอนว่า ต้องไปหาพระเป็นเจ้าอย่างไร คริสตชนเมื่ออ่านพระวรสารบ่อยๆจนคุ้น ก็จะพบพระวาจาและพระฉบับของพระคริสตเจ้า ซึ่งทรงแนะให้ประพฤติอย่างไรในภาวะการณ์ต่างๆ

3. การถือตามพระฉบับแบบของพระคริสตเจ้าทุกๆเวลานั้น ไม่ใช่เป็นเพียงการเอาอย่างในข้อปลีกย่อยภายนอกเท่านั้นที่เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ แต่เป็นการลอกแบบสภาพจิตใจ ซึ่งพระคริสตเจ้าได้สำแดงให้เห็นประจักษ์ในพระชนม์ชีพโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการรับทนทรมานและสิ้นพระชนม์ของพระบิดาและความรักต่อมนุษย์ด้วยน้ำใจกว้างขวาง ตามที่พระองค์ตรัสว่า “เราไม่ได้มาเพื่อให้คนอื่นรับใช้ แต่เพื่อรับใช้ผู้อื่นและอุทิศชีวิตเป็นค่าไถ่มนุษย์ทั้งหลาย” (มธ.20.28) อัครธรรมทูตเปาโลก็เขียนไว้ว่า “ขอให้พวกท่านมีความรู้สึกแบบเดียวกับที่มีอยู่ในองค์พระเยซูคริสตเจ้าเถิด” (ฟป.2.5)

4. ความพยายามของคริสตชนที่จะถือตามพระคริสตเจ้านี้ พระจิตเป็นผู้ปลุกให้เกิดขึ้นและบำรุงให้คงอยู่ พระจิตเป็นผู้เปลี่ยนแปลงภายในคริสตชน และดลใจให้มีความรู้สึกเหมือนกับพระคริสตเจ้า คือให้มีความจงรักภักดีเยี่ยงบุตรต่อพระบิดาและให้มีน้ำใจดีต่อมนุษย์ คริสตชนที่มีผู้นำทางเช่นนี้ย่อมปฏิบัติการต่างๆได้เยี่ยงบุตรของพระเป็นเจ้า และเดินตามรอยพระยุคลบาทของพระคริสตเจ้าอย่างอิสระ

ทำไมทุกคนจึงไม่เป็นคริสตชน

มิใช่ทุกคนที่ปรารถนาจะเป็นคริสตชน และพระเจ้าไม่ทรงปรารถนาจะบังคับให้ผู้ใดติดตามพระเยซูเจ้า   มีบางคนมิใช่แต่เพียงปฏิเสธพระคริสตเจ้าเท่านั้น แต่ยังกระทำการเลวร้ายต่อคริสตชนอีกด้วย นั่นเป็นเพราะว่า พวกเขาไม่เข้าใจถึงความรักที่พระเจ้ามีต่อพวกเขา  เราต้องพยายามบอกพวกเขาให้ทราบถึงความรักของพระเจ้าที่มีต่อพวกเขา

ข้อความสำคัญ   
พระเยซูเจ้าภาวนาว่า “แต่บัดนี้ ข้าพเจ้ากำลังกลับไปเฝ้าพระองค์ ข้าพเจ้ากล่าววาจานี้ ขณะที่ยังอยู่ในโลก เพื่อบรรดาผู้ที่พระองค์ทรงมอบให้ข้าพเจ้าจะมีความยินดีบริบูรณ์พร้อมกับข้าพเจ้า ข้าพเจ้ามอบพระวาจาของพระองค์ให้เขาเหล่านั้นแล้วและโลกเกลียดชังเขาเพราะเขาไม่เป็นของโลก เช่นเดียวกับที่ข้าพเจ้าไม่เป็นของโลก ข้าพเจ้าไม่ได้วอนขอพระองค์ให้ทรงยกเขาออกจากโลกแต่วอนขอให้ทรงรักษาเขาให้พ้นจากมารร้าย เขาไม่เป็นของโลกเช่นเดียวกับที่ข้าพเจ้าไม่เป็นของโลก” (ยอห์น 17:13-16)
  
พระคัมภีร์ที่เกี่ยวข้อง   
มัทธิว 7:14;
ประตูและทางซึ่งนำไปสู่ชีวิตนั้นคับแคบ คนที่พบทางนี้มีจำนวนน้อย

ยอห์น 15:9
พระบิดาของเราทรงรักเราอย่างไร เราก็รักท่านทั้งหลายอย่างนั้น จงดำรงอยู่ในความรักของเราเถิด

kamsonbkk.com


ข้อคิดหนุนใจประจำวัน จดจ่อที่รางวัลแห่งชัยชนะ

  หากเรามัวแต่จ้องมอง " ยักษ์ใหญ่ " ( อุปสรรคปัญหา ) ของเรามากเกินไป ความกลัวต่อสิ่งเหล่านั้นจะเข้าครอบงำจิตใจเรา จงจดจ่อสายตาไ...