วันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2564

ศักเคียส คนเก็บภาษี

 


ศักเคียส คนเก็บภาษี

ส่วนศักเคียสนั้นยืนขึ้นทูลองค์พระผู้เป็นเจ้าว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า ทรัพย์สิ่งของของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ยอมให้คนยากจนครึ่งหนึ่ง และถ้าข้าพระองค์โกงอะไรของใครมา ก็ยอมคืนให้เขาสี่เท่า”

ลูกา 19: 8

ศักเคียสเป็นคนเก็บภาษี คนในเมืองไม่นิยมเขา เพราะว่ากันว่าคนเก็บภาษีมักโกงเงินประชาชน ด้วยเหตุที่ผู้คนจึงพากันดูหมิ่นและเกลียดชังคนเก็บภาษี ศักเคียสโดดเดี่ยวเพราะเลือกอาชีพที่ไม่มีใครอยากคบหาสมาคมด้วย  ความร่ำรวยไม่ได้ช่วยให้เขามีความสุข  และเงินทองไม่ใช่คำตอบสุดท้ายสำหรับเขา

โชคดีที่เขาได้ยินมาว่าคนชื่อ “เยซู” ยินดีต้อนรับคนเก็บภาษีและคนบาปอย่างเขา  เขาจึงอยากรู้ว่าพระองค์จะตรัสกับเขาว่าอย่างไร ?  ศักเคียสจึงพยายามแสวงหาความรักของพระเจ้ามาเติมเต็มชีวิตของเขา และเมื่อพระเยซูมาถึงเมืองเยรีโค พระองค์ทรงเรียกศักเคียส (ซึ่งตอนนนั้นเขาปีนขึ้นไปอยู่บนต้นไม้เพื่อดูพระเยซูที่กำลังอยู่ท่ามกลางฝูงชน) พระเยซูเรียกหาเขาและต้องการใช้เวลากับศักเคียส  พระเยซูได้เปลี่ยนชีวิตของชายเก็บภาษีคนนี้

ศักเคียสได้ประกาศว่าเขาจะมอบทรัพย์สมบัติครึ่งหนึ่งให้กับคนยากจน และเขาจะตอบแทนใครก็ตามที่เขาเคยโกงมาด้วย ไม่เพียงแต่เขาจะชดใช้เท่านั้น แต่เขายังต้องการจ่ายเงินให้อีกสี่เท่าด้วย! การได้พบพระเยซูเจ้า ทำให้ศักเคียสเปลี่ยนชีวิตใหม่ทั้งหมด ศักเคียสเป็นวีรบุรุษเพราะเขาได้มองเห็นสิ่งที่ตนเคยทำผิด  เขายินยอมให้พระเยซูเข้ามาเปลี่ยนชีวิตของเขา จากนั้นเขาก็ทำงานอย่างหนักเพื่อทำให้สิ่งต่างๆให้มันถูกต้อง

เช่นเดียวกัน หากพระเยซูได้ชี้ให้คุณเห็นถึงบางสิ่งที่คุณเคยทำผิด หรือกำลังทำผิด หรือคิดจะทำผิด จงเป็นเหมือนศักเคียสและจะเลือกทำแต่สิ่งที่ถูกต้อง

ศักเคียสไม่เพียงเปลี่ยนแปลงความคิดและจิตใจเท่านั้น แต่เขาเปลี่ยนแปลงการกระทำด้วย เขาทำให้พวกเราเห็นว่า คำพูดยืนยันใดๆ ย่อมไร้ค่าหากปราศจากการกระทำ!

พระเยซูได้ทรงเปลี่ยนแปลงฐานะของเราแล้ว   ใน พระคัมภีร์ 2 โครินธ์ 5:17 กล่าวว่า ถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์ ผู้นั้นก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว สิ่งสาระพัดที่เก่าๆ ก็ล่วงไป นี่แน่ะกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น เมื่อฐานะของเราถูกเปลี่ยนไป เราก็ควรดำเนินชีวิตที่สมกับฐานะใหม่  ที่เราได้เป็นลูกของความสว่าง เราควรดำเนินชีวิตอย่างคนที่เป็นลูกของความสว่าง  เราได้เป็นบุตรของพระเจ้าแล้ว เราจึงควรดำเนินชีวิตตามพระวิญญาณบริสุทธิ์ โดยการยกเลิกที่จะตอบสนองความต้องการของเนื้อหนัง

วันนี้ พระเยซูเจ้าทรงเรียกร้องให้เราเปลี่ยนแปลงใหม่ไม่ใช่แค่เพียงคำพูด แต่เราต้องเปลี่ยนแปลงทั้งชีวิต นี่คือเคล็ดลับที่ทำให้พระองค์ตรัสว่า “วันนี้ ความรอดพ้นมาสู่บ้านนี้แล้ว” !!!

คำอธิษฐาน

ข้าแต่พระเยซู โปรดช่วยให้ลูกกล้าหาญที่จะแก้ไขเเพื่อทำสิ่งที่ผิดให้มันกลับมาถูกต้อง เหมือนที่ศักเคียสทำ และโปรดช่วยให้ลูกหนักแน่นมั่นคงที่จะถือซื่อสัตย์และยึดหลักความถูกต้อง มากกว่าถูกใจ อย่าให้ลูกแพ้การผจญและต้องกลับไปตกอยู่ในบาปอีกเลย อาเมน

ขอขอบคุณข้อความหนุนใจจาก

หนังสือ One minute devotions

 tyrannusthai.com

 kamsonbkk.com


วันเสาร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2564

ความเชื่อของนายร้อยทหารกองทัพโรมัน

 


ความเชื่อของนายร้อยทหารของกองทัพโรมัน

10เมื่อพระเยซูทรงได้ยินดังนั้นก็ประหลาดพระทัยนัก ตรัสกับบรรดาคนที่ตามพระองค์ว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า เราไม่เคยพบศรัทธาที่ไหนมากเท่านี้แม้ในอิสราเอล

มัทธิว 8:10

นายร้อยทหารของกองทัพโรมันขอให้พระเยซูรักษาผู้รับใช้ของเขาที่ป่วยหนัก พระเยซูบอกว่าพระองค์จะไปรักษาคนรับใช้ให้เขา แต่นายร้อยบอกกับพระเยซูว่า ขอเพียงพระองค์ตรัสเขาก็จะหายดี 

นายร้อยเชื่อว่าพระเยซูสามารถรักษาคนของเขาได้ด้วยคำพูดของพระเยซูที่ตรัสออกมาแค่นั้นก็เพียงพแล้วสำหรับเขา  พระเยซูประหลาดใจในความเชื่อของชายผู้นี้ ในความเป็นจริงพระองค์กล่าวว่าเจ้าหน้าที่โรมันคนนี้แสดงความเชื่อมากกว่าชาวยิวที่ควรจะยอมรับว่าพระเยซูเป็นพระเมสสิยาห์ของพวกเขาเสียอีก

ไม่มีการเอ่ยชื่อของนายร้อยทหารผู้นี้ แต่เขาเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่พระเยซูพูดถึงว่ามีศรัทธามากๆ หากคุณต้องการให้พระเยซูทำอัศจรรย์ใจในศรัทธาของคุณ จงเชื่อมั่นในคำพูดที่พระองค์ตรัสไว้ให้คุณและเชื่อตามนั้นเถิด

ดังนั้นความเชื่อแบบที่ไม่สงสัยใด  ๆ และปรารถนาต้องการให้พระเจ้าทำงานผ่านคำอธิษฐาน นั้นจะสำเร็จและเป็นจริงได้อย่างแน่นอน วันนี้ความเชื่อเราเป็นแบบไหน เรามีความเชื่อแบบนายร้อยท่านนี้แค่ไหน  เหตุการณ์ที่เข้ามาในชีวิตของเรานั้น เราจะตอบสนองอย่างไร เราจะมีความเชื่ออย่างนายร้อยได้มากเท่าไหน   สิ่งเดียวที่จะวัดได้ก็คือเมื่อเราเผชิญสถานการณ์เหล่านี้ ณ เวลานั้น เราจะใช้ความเชื่อตามแบบพระคัมภีร์ เราจะเชื่ออย่างนายร้อยไหม เราจะถ่อมตัวเข้ามพึ่งพาฤทธิ์อำนาจพระเยซู มากแค่ไหน นี้คือสิ่งที่เราต้องตอบสนอง ให้ถูกต้อง

คำอธิษฐาน

ข้าแต่พระเยซู ลูกอยากเป็นเหมือนนายร้อยทหารที่เชื่อมั่นในพลังอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ โปรดทรงทำให้ความเชื่อของลูกเพิ่มพูนขึ้นด้วยเทอญ  อาเมน

ขอขอบคุณข้อความหนุนใจจาก

หนังสือ One minute devotions

 kaiserbooth.com


วันศุกร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2564

โยเซฟ บิดาตามกฎหมายของพระเยซูเจ้า

 


โยเซฟ

เมื่อโยเซฟยังคิดเรื่องนี้อยู่ ก็มีทูตสวรรค์องค์หนึ่งขององค์พระผู้เป็นเจ้ามาปรากฏแก่โยเซฟในความฝันว่า “โยเซฟบุตรดาวิด อย่ากลัวที่จะรับมารีย์มาเป็นภรรยาของท่านเลย เพราะว่าผู้ซึ่งปฏิสนธิในครรภ์ของเธอเป็นโดยเดชพระวิญญาณบริสุทธิ์

มัทธิว 1:20

มารีย์​หมั้น​กับ​ช่าง​ไม้​ที่​ชื่อ​โยเซฟ​ไว้​แล้ว เธอ​รู้​ดี​ว่า​ตาม​กฎหมาย​ที่​พระเจ้า​ให้​กับ​คน​อิสราเอล       ผู้​หญิง​ที่​มี​คู่​หมั้น​แล้ว และ​ไป​มี​เพศ​สัมพันธ์​กับ​คน​อื่น​จะ​ต้อง​ถูก​หิน​ขว้าง​จน​ตาย (เฉลย​ธรรมบัญญัติ 22:23, 24) ถึง​แม้​มารีย์​ไม่​ได้​ทำ​ผิด​ศีลธรรม แต่​เธอ​คง​ไม่​รู้​ว่า​จะ​บอก​เรื่อง​นี้​กับ​โยเซฟ​อย่าง​ไร และ​ไม่​รู้​ว่า​ชีวิต​ของ​เธอ​จะ​เป็น​อย่าง​ไร​ต่อ​ไป

มารีย์​​พยายาม​อย่าง​ดี​ที่​สุดที่​จะ​อธิบาย​ให้​โยเซฟ​เข้าใจ​ว่า​เธอ​ตั้ง​ท้อง​ด้วย​พลัง​บริสุทธิ์​ของ​พระเจ้า คุณ​คิด​ว่า​โยเซฟ​จะ​รู้สึก​อย่าง​ไร? เขา​คง​สับสน​และ​ไม่​อยาก​จะ​เชื่อใช่ไหม?

โยเซฟ​คิด​ทบทวน​เรื่อง​นี้​จน​หลับ​ไป แล้ว​ทูตสวรรค์​ของ​พระ​เจ้า​ก็​มา​เข้า​ฝัน​และ​บอก​เขา​ว่า “แต่งงาน​ กับ​มารีย์​เถอะ ไม่​ต้อง​กลัว เพราะมารีย์ตั้งครรภ์ด้วยเดชะพระจิต  เธอ​จะ​คลอด​ลูก​ชาย ให้​ตั้ง​ชื่อ​เด็ก​ว่า​เยซู เพราะ​เขา​จะ​ช่วย​ผู้​คน​ให้​พ้น​จาก​บาป”

พอ​โยเซฟ​ตื่น​ขึ้น เขา​ดีใจ​มาก​ที่​เรื่อง​ทุก​อย่าง​คลี่คลาย! เขา​ทำ​ตาม​ที่​ทูตสวรรค์​บอก​ทันที โดย​รับ​มารีย์​มา​อยู่​ที่​บ้าน นี่​เป็น​เหมือน​พิธี​แต่งงาน เป็น​การ​กระทำ​ที่​บอก​ให้​ทุก​คน​รู้​ว่า​โยเซฟ​กับ​มารีย์​เป็น​สามี​ภรรยา​กัน​แล้ว แต่​โยเซฟ​ไม่​ได้​มี​เพศ​สัมพันธ์​กับ​มารีย์​เลย ตลอด​ช่วง​เวลา​ที่​เธอ​ท้อง​พระ​เยซู โยเซฟไม่ได้รับการพูดถึงมากนักในพระคัมภีร์ แต่ท่านก็มีความ สำคัญต่อชีวิตของพระเยซูเช่นกัน

พระเจ้าทรงเลือกมารีย์ให้เป็นมารดาของพระเยซู และพระองค์ยังทรงเลือกให้โยเซฟทำหน้าที่เป็นบิดาตามกฎหมาย   โยเซฟเป็นวีรบุรุษเพราะท่านฟังพระเจ้า  แม้ว่าสิ่งที่พระเจ้าตรัสให้ทำนั้นจะเป็นเรื่องยากก็ตาม

โยเซฟได้รับการยกย่องให้เป็น องค์อุปถัมภ์ของผู้กำลังสิ้นใจ เพราะท่านละโลกนี้ไปด้วยความเชื่อยิ่งใหญ่และมีสันติในดวงใจ โดยพระเยซูเจ้าและพระแม่มารีย์ดูแลอยู่เคียงข้าง   ก่อนที่พระเยซูเจ้าจะทรงเริ่มภารกิจของพระองค์  ท่านเป็น ผู้ปกป้องพรหมจรรย์ เพราะตลอดชีวิตของท่าน ท่านให้ความเคารพต่อมารีย์ในฐานะที่เป็นพระมารดาพระเจ้า ในเวลาเดียวกัน โยเซฟได้รับการเคารพนับถือในฐานะ องค์อุปถัมภ์ของพระศาสนาจักรสากล และท่านให้ความช่วยเหลือทุกคนที่เรียกหาท่านมาโดยตลอด

แม้เราจะไม่ทราบถึงชีวิตในบั้นปลายของท่าน แต่ในพระวรสารก็บอกเราว่าท่านเป็น“ผู้ชอบธรรม” (มธ. 1:19) คือ ผู้ที่เลือกทำในสิ่งที่ถูกต้องเสมอ และแม้ว่าพระวรสารจะก็ไม่บันทึกคำพูดของท่านไว้แม้แต่คำเดียว ก็ทำให้เห็นว่า ท่านเป็นผู้ชอบ “ทำ” มากกว่าพูดอย่างแท้จริง ท่านได้รับพันธกิจที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน นอกจากดูแลมารีย์แล้ว นั่นคือการได้เป็นผู้ปกป้องดูแล พระเยซูเจ้า พระผู้ไถ่ของเรา

นักบุญโยเซฟจึงเป็นแบบฉบับสำหรับผู้มีความเชื่อทุกคน ดังนั้น เราจึงควรเรียนรู้ถึงชีวิตของท่านและขอให้ท่านวอนขอพระเจ้าได้โปรดประทานพระหรรษทาน เพื่อช่วยเราให้เรียนรู้ที่จะดำเนินชีวิตให้เป็นที่พอพระทัยพระเจ้า เลือกทำแต่สิ่งที่ถูกต้องเสมอตามแบบอย่างของท่านนักบุญโยเซฟ

ข้อควรจำ

   1. ท่านเป็น“ผู้ชอบธรรม” (มธ. 1:19) คือ ผู้ที่เลือกทำในสิ่งที่ถูกต้องเสมอ

   2. นักบุญโยเซฟได้รับพันธกิจ คือการได้เป็นผู้ปกป้องดูแล พระเยซูคริสต์เจ้า พระผู้ไถ่

   3. นักบุญโยเซฟดำเนินชีวิตอย่างเงียบ ๆ แต่พร้อมเสมอที่จะปฏิบัติตามพระประสงค์ ของพระเจ้า

   4. นักบุญโยเซฟเป็นแบบฉบับสำหรับผู้มีความเชื่อทุกคน

คำอธิษฐาน

ข้าแต่พระบิดา ขอโปรดช่วยให้ลูกเชื่อฟังสิ่งที่พระองค์ต้องการให้ลูกทำเสมอ ขอโปรดมอบศรัทธาในการเชื่อฟังให้กับลูก ขอให้ลูกกล้าหาญที่จะทำตามน้ำพระทัยของพระองค์ถึงแม้จะเป็นเรื่องยากก็ตาม  ลูกขออธิษฐานในนามพระเยซูคริสต์ อาเมน

 ขอขอบคุณข้อความหนุนใจจาก

 jw.org

 salit.org

 kamsondeedee.com

วันพฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2564

กิเดโอน

 


กิเดโอน

ท่านจึงทูลว่า “องค์เจ้านายของข้าพระองค์ ข้าพระองค์จะช่วยอิสราเอลได้อย่างไร? นี่แน่ะ ตระกูลบิดาของข้าพระองค์ต่ำต้อยที่สุดในเผ่ามนัสเสห์ และตัวข้าพระองค์ก็เป็นคนเล็กน้อยที่สุดในบ้านบิดาข้าพระองค์”

ผู้วินิจฉัย 6:15

พระเจ้าสามารถใช้ใครก็ได้ พระองค์แค่มองหาคนที่รักพระองค์และเต็มใจที่จะเชื่อฟังพระองค์ พระเจ้าสามารถใช้คุณได้ถ้าคุณปล่อยให้พระองค์ทำ กิเดโอนเป็นเด็กตัวเล็กที่สุดในครอบครัวของเขาและครอบครัวของเขาก็อ่อนแอที่สุดในบรรดาตระกูลอื่น ๆ ในเผ่าของพวกเขา ดังนั้นเมื่อพระเจ้าบอกเขาว่า พระองค์จะใช้เขา กิเดโอนก็กลัวเล็กน้อยเพราะเขาคิดว่าพระเจ้าอาจเลือกผิด  แต่จริงๆแล้วพระเจ้าไม่ได้เลือกผิดเลย

พระเจ้าเลือกกิเดโอนและใช้เขาเพื่อปราบศัตรูของอิสราเอล พระเจ้าเลือกใช้กิเดโอนได้  พระองค์ก็ใช้คุณได้เช่นกัน ไม่สำคัญว่าคุณจะยังเด็กหรือตัวเตี้ยหรือตัวเล็กหรือยากจนไม่ว่าสภาพร่างกาย หรือสถานะทางสังคมของคุณจะเป็นอย่างไร ถ้าคุณรักพระองค์และเต็มใจที่จะเชื่อฟังพระองค? พระเจ้าก็สามารถใช้คุณทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้ วันนี้ลองถามตัวเองสิว่า คุณรักพระเจ้าไหม? คุณอยากเชื่อฟังพระองค์ไหม? ถ้าคำตอบคือใช่  คุณก็ได้เริ่มต้นอย่างยอดเยี่ยมแล้ว!

ให้เราทูลขอความกล้าหาญจากพระเจ้าในยามที่เราต้องลุกขึ้นยืนหยัดเพื่อสิ่งที่ถูกต้องและเมื่อเราต้องการความช่วยเหลือจากพระองค์ในการดำเนินชีวิตอยู่ในทางของพระองค์

คำอธิษฐาน

ข้าแต่พระบิดา ขอพระองค์โปรดใช้ลูก เพราะลูกต้องการที่จะเชื่อฟังพระองค์ ดังนั้นโปรดบอกให้ลูกรู้ว่าพระองค์ต้องการให้ลูกทำอะไร ลูกขออธิษฐานในนามพระเยซูคริสต์ อาเมน

ขอขอบคุณข้อความหนุนใจจาก

หนังสือ One minute devotions

 wonderfulwordproject.org  


วันพุธที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2564

สเทเฟน ผู้มีใจกล้าหาญในการเดินตามพระวิญญาณบริสุทธิ์

 


สเทเฟน

59ขณะที่พวกเขาเอาหินขว้างสเทเฟนอยู่นั้น ท่านร้องทูลว่า “ข้าแต่พระเยซู องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอทรงรับจิตวิญญาณของข้าพระองค์ด้วย” 60แล้วสเทเฟนก็คุกเข่าลงร้องเสียงดังว่า “ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า ขอโปรดอย่าถือโทษพวกเขาเพราะบาปนี้” เมื่อกล่าวอย่างนี้แล้วก็สิ้นใจ

กิจการ 7: 59-60

สเทเฟนมีใจกล้าหาญในการเดินตามพระวิญญาณบริสุทธิ์ เขารู้ทั้งรู้ว่า… หากยืนหยัดอย่างแข็งขัน ในสภาพที่ตกอยู่ในวงล้อมของสมาชิกสภาผู้มีอำนาจการเมืองอยู่ในมือ เขาอาจตายได้ แต่เขาไม่กลัวความตาย กลับใช้โอกาสนี้ในการประกาศพระนามพระเจ้าอย่างกล้าหาญชัดเจนแจ่มแจ้งเป็นครั้งสุดท้าย เพราะมีบางคนไม่ชอบสิ่งที่สเทเฟนพูดถึง ดังนั้นพวกเขาจึงจ่ายเงินให้กับผู้ชายสองสามคนเพื่อโกหกและกล่าวหาว่าสเทเฟนทำผิดกฎหมาย และเพราะคำโกหก สเทเฟนจึงถูกฆ่า

แต่ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตสเทเฟนได้ทำสิ่งที่น่าอัศจรรย์   เขาได้อธิษฐานเผื่อคนที่ฆ่าเขา! อาจมีหลายอย่างในชีวิตที่อยู่เหนือการควบคุมของคุณ ถ้าเพื่อนบ้าน หรือเพื่อนร่วมงาน กล่าวร้าย ขอคุณอย่าโกรธพวกเขา แต่ให้แทนที่ด้วยการอธิษฐานเผื่อพวกเขา ดังเช่นที่สตีเฟนทำ หากการเชื่อในพระเยซู และการแบ่งปันพระวาจาของคุณ ถูกญาติพี่น้อง หรือคนอื่นหัวเราะเยาะ หรือมองว่าเป็นเรื่องตลกในสายตาพวกเขา จงอย่าโกรธเขา แต่ให้คุณอธิษฐาน เผื่อว่าวันหนึ่งญาติพี่น้องของคุณและคนอื่นๆจะได้รู้จักและสัมผัสพระเยซูเช่นเดียวกับที่คุณได้รับโอกาสนั้น

สิ่งที่สเทเฟนตั้งใจตอบสนองพระเจ้าอย่างดีกลับเป็นแบบอย่างในอนาคตให้กับเปาโล(เซาโล)ได้… ในขณะที่เราตั้งใจเดินติดตามพระเจ้าของเราอย่างดี เราไม่อาจรู้ได้ว่าจะมีผลต่อใคร ในเวลาใดบ้าง … แต่มันอาจเป็นเมล็ดพันธุ์แห่งแรงบันดาลใจให้ใครสักคน โดยที่เราไม่รู้ตัวก็เป็นได้ แต่มีผลต่อแผ่นดินและแผนการณ์พระเจ้า

การเพ่งสายตาของเราไปที่เบื้องบน ทำให้ไม่หวั่นไหวต่อสภาพรอบด้าน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าจะมีแรงต้านและแรงกดดันเพียงใดก็ตาม แต่ตรงกันข้าม … ท่ามกลางสภาวะแบบนั้นพระเจ้าจะสำแดงแผ่นดินอันแสนสงบสุข ให้เราได้พักสงบและมั่นคงในองค์พระผู้เป็นเจ้า แน่นนอนท่ามกลางความว้าวุ่นตรงนั้น ไม่มีใครสามารถมองเห็นได้อย่างสเทเฟน มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่ได้รับ เพราะมีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่สงบและเพ่งสายตาของตนไปที่เบื้องบน ทั้งนี้ใครก็ตามที่สามารถเพ่งสายตาของตนเองได้แบบนี้ เขาผู้นั้นย่อมจะได้รับเช่นเดียวกับ สเทเฟน

เมื่อใครสักคนยืนหยัดในการเดินตามพระวิญญาณบริสุทธิ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีผลของการทำงานของพระวิญญาณบริสุทธิ์ปรากฏให้เห็นแล้ว  ควรระลึกเสมอว่า เราต่างรับใช้พระเจ้าองค์เดียวกัน เราต่างร่วมกันทำแผนการณ์ของพระเจ้าในแต่ละส่วนให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี   เป็นการดีเสียยิ่งกว่าใดๆ อย่าคิดว่าผู้ที่ไม่ได้ทำเหมือนตน ไม่ได้อยู่ร่วมทีมกับตน คิดต่างจากตน ทำต่างจากตน หรืออย่าคิดเพียงว่าตนเท่านั้นที่ถูก เพราะเราต่างรักพระเจ้า และกำลังยืนหยัดเดินติดตามพระเจ้าของตนอย่างสุดใจ สุดความสามารถ ไม่มีใครต่อสู้ใคร แต่ต่างเสริมสร้างกันจนครบบริบูรณ์ต่างหาก ในเมื่อพระเจ้าที่เราเชื่อ …คือ… พระเจ้าองค์เดียวกัน

 คำอธิษฐาน

ข้าแต่พระเยซูคริสต์ โปรดช่วยสอนให้ลูกรู้จักอธิษฐานเผื่อผู้อื่นอย่างจริงใจ และโปรดสำแดงวิธีการที่ลูกจะสามารถนำเขาเหล่านั้นมารู้จักกับพระองค์ ขอให้ลูกเข้มแข็งในการดำเนินชีวิตที่ติดตามพระองค์อย่างซื่อสัตย์ด้วยเทอญ  อาเมน

ขอขอบคุณข้อความหนุนใจจาก

หนังสือ One minute devotions

 harpandbowlministry.com

วันอังคารที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2564

เปาโลกับสิลาสถูกขังยังห้องชั้นใน

 


เปาโล

24เมื่อนายคุกรับคำสั่ง จึงพาเปาโลกับสิลาสไปขังยังห้องชั้นใน เอาเท้าใส่ขื่อแน่นหนา

25แต่ในเวลาประมาณเที่ยงคืน ขณะเปาโลกับสิลาสกำลังอธิษฐานและร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าและนักโทษทั้งหลายในคุกกำลังฟังอยู่

กิจการ 16: 24-25

เปาโลถูกจับในข้อหาประกาศข่าวประเสริฐของพระเยซู  แต่นั่นไม่เคยหยุดยั้งเขาได้ เปาโลและสิลาส เขาทั้งสองถูกกล่าวหา ถูกจับถอดเสื้อและถูกเฆี่ยนด้วยไม้  และถูกโยนเข้าคุก การถูกขังอยู่ในคุกชั้นในนั้นเสมือนอยู่ในความมืด และเขาทั้งสองคนไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เพราะเท้าถูกใส่ขื่ออย่างแน่นหนา  แต่ทั้งสองคนได้อธิษฐานทูลต่อพระเจ้าอย่างเปิดเผยและได้ร้องเพลงสรรเสริญพระองค์ด้วย เปาโลเองไม่ได้รู้สึกหดหู่หรือโกรธพระเจ้า เปาโลเป็นฮีโร่ก็เพราะเขามักจะใช้ทุกสถานการณ์เพื่อบอกคนอื่น ๆ เกี่ยวกับพระเยซู

เปาโลและสิลาสร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าแม้ว่าพวกเขาจะถูกล่ามโซ่ ในชีวิตของคุณเองก็เช่นกัน หากมีสิ่งเลวร้ายเกิดขึ้นจงอย่าโกรธและเสียใจอยู่เลย ให้คุณหาวิธีขอบคุณพระเจ้าและบอกคนอื่น ๆ เกี่ยวกับสิ่งที่พระองค์ทำเพื่อคุณแทน  

“พี่น้องทั้งหลาย เมื่อใดที่ท่านเผชิญความทุกข์ยากนานาประการ จึงถือเป็นเรื่องน่ายินดี เพราะท่านรู้ว่าการทดสอบความเชื่อของท่านนั้นทำให้เกิดความอดทนบากบั่น จงอดทนบากบั่นให้ถึงที่สุด เพื่อท่านจะเติบโตเต็มที่และสมบูรณ์เพียบพร้อมไม่มีสิ่งใดบกพร่องเลย” (ยากอบ 1:1-3 อมตธรรม) การที่เราสรรเสริญพระเจ้าท่ามกลางสถานการณ์ที่เลวร้ายที่เรากำลังเผชิญหน้านั้น การสรรเสริญของเราเป็นพลังที่จะนำให้เราสามารถทะลุผ่านสถานการณ์ที่เลวร้ายเหล่านั้น และยิ่งกว่านั้นสิ่งที่เราได้คือ การทรงเสริมสร้างเราให้เข้มแข็งขึ้น เป็นคนใหม่ตามพระประสงค์ของพระเจ้า “...เรายังชื่นชมยินดีในความทุกข์ยากของเราด้วย เพราะรู้ว่าความทุกข์ยากนั้นก่อให้เกิดความบากบั่น ความบากบั่นทำให้เกิดอุปนิสัยที่พิสูจน์แล้วว่าใช้การได้ และอุปนิสัยเช่นนั้นทำให้เรามีความหวัง และความหวังทำให้เราไม่ผิดหวัง...”(โรม 5:3-5)

ไม่ว่าเราจะต้องพบพานเผชิญหน้ากับความทุกข์แบบใดขนาดไหนก็ตาม เป็นการคุ้มค่าอย่างยิ่งที่เราจะสรรเสริญพระเจ้า เมื่อต้องตกในความทุกข์ยากลำบาก หรือ ตกอยู่ในความเครียด เศร้าใจ ให้เราเลือกที่สรรเสริญพระเจ้า เลือกที่จะไว้วางใจในแผนงานของพระองค์ข้างหน้าที่มีสำหรับชีวิตของเราตามแผนการของพระองค์(แม้เราจะไม่รู้ว่าจะเป็นเช่นไรในข้างหน้า)

ในทุกสถานการณ์ชีวิตให้เราเลือกที่จะสรรเสริญพระเจ้า ไม่ว่าเราจะต้องได้รับบาดแผลและเจ็บปวด แล้วท่านจะประหลาดใจอย่างยิ่งว่า การสรรเสริญนำความชื่นชมยินดีเข้ามาในชีวิตของเรา

เมื่อเรากล้าหาญที่จะขอบคุณและสรรเสริญพระเจ้า ด้วยน้ำตาและความอ่อนแอของเรา คนอื่นๆก็จะเห็นว่ามีบางสิ่งที่แตกต่าง และก็คงเป็นเหมือนผู้คุมในคุกที่พบว่านักโทษทั้งสองคนนี้มีบางสิ่งบางอย่างที่ดึงดูดความสนใจของพวกเขาเป็นอย่างยิ่ง  ผลที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์นี้คือ ผู้คุมในคุกและทุกคนในครัวเรือนของเขากลับใจและเชื่อในองค์พระเยซูคริสต์ 

ขอขอบคุณข้อความหนุนใจจาก

หนังสือ One minute devotions

 suthailand.org

prasitemmaus.blogspot


วันจันทร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2564

เปโตรจึงลงจากเรือแล้วเดินบนน้ำไปหาพระเยซู

 


เปโตร

พระองค์ตรัสว่า “มาเถิด” เปโตรจึงลงจากเรือเดินบนน้ำไปหาพระเยซู

มัทธิว 14:29

เมื่อสาวกของพระองค์กำลังล่องเรืออยู่ในพายุ พระเยซูเสด็จมาหาพวกเขาและเดินอยู่บนน้ำ เมื่อเปโตรเห็นพระเยซู  เปโตรจึงทูลตอบพระองค์ว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า ถ้าเป็นพระองค์แน่แล้ว ขอตรัสให้ข้าพระองค์เดินบนน้ำไปหาพระองค์  พระองค์ตรัสว่า “มาเถิด” เปโตรจึงลงจากเรือเดินบนน้ำไปหาพระเยซู แต่เมื่อเขาเห็นลมพัดแรงก็กลัว และเมื่อกำลังจะจมก็ร้องว่า “องค์ พระผู้เป็นเจ้า ช่วยข้าพระองค์ด้วย” พระเยซูจึงเอื้อมพรหัตถ์จับเขาไว้ทันที แล้วตรัสว่า “ช่างมีความเชื่อน้อย ท่านสงสัยทำไม?”

เปโตรดูเหมือนจะกล้าหาญในตอนแรก เขาวางใจในพระเยซูมากพอที่จะปีนออกมาจากเรือและเดินไปหาพระองค์  แต่เปโตรก็กลัวเมื่อเห็นคลื่นซัดเข้ามารอบตัวเขา เมื่อเปโตรหยุดนึกถึงพระเยซู ความเชื่อและความมั่นใจก็สั่นคลอน และตัวเขาเองก็กำลังจะจมลงไป!  

คนบางคนรู้สึกกลัวตลอดเวลาและไม่เคยไว้วางใจพระเจ้า หรือบางคนเริ่มวางใจพระเจ้า แต่กลับกลัวเมื่อชีวิตต้องเผชิญกับปัญหา พระเจ้าต้องการให้คุณไว้วางใจพระองค์ตลอดเวลา คริสเตียนควรดำเนินชีวิตโดยความเชื่อในพระดำรัสของพระคริสต์ บางครั้งในชีวิตเราอาจต้องพบกับพายุปัญหาที่ทำให้ความหวาดวิตกเกิดขึ้น นั่นเป็นเพราะ ;

- แทนที่เราจะมั่นคงในพระดำรัส เรากลับเชื่อในความรู้สึกของตนเอง

- แทนที่เราจะมองดูพระเยซูเรากลับไปจดจ่อมองดูพายุแห่งปัญหาที่จู่โจม

กว่าจะรู้ตัวเอง เราก็กำลังจมลงไป!

จงอย่ารีรอ จงร้องเรียกหาพระเยซูทันที

"พระองค์เจ้าข้า ช่วยลูกด้วย!"

แล้วพระองค์จะยุดเราไว้และช่วยให้พ้นจากภัยอันน่ากลัว ชีวิตคริสเตียนคงอยู่ได้ไม่ใช่เพราะเรายึดพระเจ้า แต่เป็นเพราะพระเจ้าทรงยึดเราไว้ต่างหากละ...!

อย่าตำหนิตัวเองเพียงเพราะขาดความเชื่อ แต่จงเพิ่มความเชื่อให้กับตนเองด้วยการกลับมาสนใจพระดำรัสของพระองค์ นั่นคือ พระวจนะ อ่านพระคัมภีร์วันละนิดชีวิตแจ่มใส เบิกบาน มั่นคง และเป็นสุข

"ผู้ใส่ใจพระวจนะจะเจริญรุ่งเรือง และคนที่วางใจในพระยาห์เวห์จะสุขสบาย" (สุภาษิต.16:20)

คำอธิษฐาน

ข้าแต่พระบิดา ลูกอยากจะเชื่อใจพระองค์ให้มากพอที่จะทำในสิ่งที่พระองค์ทรงเรียกให้ลูกทำ แต่บางครั้งลูกก็ยังรู้สึกกลัว ขอโปรดช่วยลูกให้กล้าหาญและมีศรัทธาในพระองค์สุดความคิด และสุดจิตวิญญาณ ลูกขอขอบพระคุณที่ทำให้ลูกมั่นใจว่า พระองค์ทรงอยู่กับลูกทุกที่ทุกเวลา เมื่อลูกร้องหาพระองค์ ลูกขออธิษฐานในนามพระเยซูคริสต์ อาเมน

ขอขอบคุณข้อความหนุนใจจาก

หนังสือ One minute devotions

เฟสพระวจนะที่มีชีวิต

 thaiodb.org


ข้อคิดหนุนใจประจำวัน อิสระที่จะโบยบิน

  พระเยซูตรัสว่าพระองค์ทรงถูกส่งมาจากพระเจ้าเพื่อประกาศอิสรภาพ ในฐานะผู้เชื่อ นี่คือสิ่งที่เราควรทำเช่นกัน ข้อคิดหนุนใจประจำวัน   อิสระที...