วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

อธิษฐานขอการเยียวยารักษา

 


อธิษฐานขอการเยียวยารักษา

โดยความเชื่อในพระนามของพระองค์ พระนามนั้นจึงทำให้คนนี้ที่ท่านทั้งหลายเห็นและรู้จักมีกำลังขึ้น เป็นความเชื่อที่มาทางพระองค์ ทำให้คนนี้หายเป็นปกติต่อหน้าท่านทั้งหลาย

กิจการ 3:16

พระเยซูเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องการรักษาผู้คนจากโรคภัยไข้เจ็บ หลังจากที่พระองค์เสด็จขึ้นสู่สวรรค์ สาวกของพระองค์ก็ทำหน้าที่นี้ต่อ พวกเขาอธิษฐานวิงนวอนขอการรักษาเพื่อคนที่ต้องการมัน  หลายคนได้รับการรักษาเมื่อเหล่าสาวกอธิษฐานเผื่อพวกเขา ในพระนามของพระเยซู

เพราะพระเยซูทรงสิ้นพระชนม์เพราะบาปของเราและฟื้นขึ้นจากความตายอีกครั้ง พระเยซูจึงมีอำนาจเหนือชีวิตและความตาย เมื่อผู้เชื่ออธิษฐานเพื่อขอการรักษา พวกเขาจะสวดอ้อนวอนให้กับคนเจ็บป่วยและขอการรักษาในนามของพระเยซู ดังนั้นเมื่อคุณอธิษฐานไม่ว่าจะด้วยเรื่องอะไร อย่าลืมว่าพลังในคำอธิษฐานของคุณนั้นมาจากพระนามของพระเยซู

ทำไมเราต้องอธิษฐานในนามของพระเยซู?

คำ​ตอบ​จากพระ​คัมภีร์

เรา​ต้อง​อธิษฐาน​ถึง​พระเจ้า​ใน​นาม​ของ​พระ​เยซู​เพราะ​นี่​เป็น​ทาง​เดียว​เท่า​นั้น​ที่​เรา​จะ​เข้า​เฝ้า​พระเจ้า​ได้​อย่าง​ที่​พระองค์​ทรง​ยอม​รับ พระ​เยซู​ตรัส​ว่า “เรา​เป็น​ทาง​นั้น เป็น​ความ​จริง และ​เป็น​ชีวิต ไม่​มี​ใคร​จะ​มา​ถึง​พระ​บิดา​ได้​นอก​จาก​มา​ทาง​เรา” (ยอห์น 14:6) พระ​เยซู​ยัง​บอก​แก่​อัครสาวก​ที่​ซื่อ​สัตย์​ด้วย​ว่า “เรา​บอก​เจ้า​ทั้ง​หลาย​ตาม​จริง​ว่า ถ้า​พวก​เจ้า​ทูล​ขอ​สิ่ง​ใด​จาก​พระ​บิดา​ใน​นาม​ของ​เรา พระองค์​จะ​ทรง​ประทาน​สิ่ง​นั้น​แก่​พวก​เจ้า”—ยอห์น16:23

ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไรก็ตาม เราก็ควรที่จะอธิษฐานต่อพระเจ้า

 

คำอธิษฐาน

ข้าแต่พระบิดา ข้าพระองค์ขอบพระคุณพระองค์สำหรับโอกาสในการอธิษฐานในพระนามของพระเยซูและได้รับคำตอบ ขอบพระคุณพระองค์สำหรับฤทธิ์เดชที่อยู่ในพระนามนั้น ไม่มีสิ่งใดที่เป็นไปไม่ได้สำหรับข้าพระองค์เพราะว่าข้าพระองค์อธิษฐานในสิทธิอำนาจและฤทธิ์เดชแห่งพระนามของพระเยซู!    อาเมน

 ขอขอบคุณข้อความหนุนใจจาก

หนังสือ One minute devotions

 rorthai.com

jw.org


วันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

จงอธิษฐานเพื่อกันและกัน

 


อธิษฐานเผื่อผู้อื่น

จงอธิษฐานเพื่อกันและกัน

ยากอบ 5:16

หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน หรือไม่ค่อยเชื่อว่าคำอธิษฐานจะเป็นของขวัญที่เรามอบให้กันได้จริง   และด้วยหัวใจที่มีความเชื่อ จึงทำให้เรามีความหวัง และคำอธิษฐานของคุณจะส่งผลช่วยทำให้เขาเข้มแข็งในเวลาที่ยากลำบาก และยังช่วยหนุนใจทุกคนในครอบครัวของคุณและคนอื่นๆได้ด้วย

ยังมีคนรอบตัวเราอีกมากมายที่ต้องการได้รับความรักและคำอธิษฐานเผื่อจากเรา วันนี้ให้เราทำตามแบบอย่างของพระเยซู คือทูลขอให้พระเจ้าช่วยเหลือและกระทำกิจในชีวิตพวกเขา พระเจ้าจะช่วยเราเมื่อเราทูลขอให้พระองค์ช่วยเราเรียนรู้ที่จะอธิษฐานเผื่อคนอื่น ให้เราทูลขอต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าที่เป็นที่รักของเราโปรดประทานกำลังให้เราสามารถมอบคำอธิษฐานเพื่อเป็นของขวัญให้ผู้อื่นด้วยใจกว้างขวาง

หนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการรักผู้อื่นก็คือ การอธิษฐานเผื่อกันและกัน พระเยซูทรงเป็นแบบอย่างที่ดีเลิศในเรื่องนี้ พระคัมภีร์พันธสัญญาใหม่หลายตอนเล่าว่า พระเยซูทรงอธิษฐานเพื่อผู้อื่นและเราได้เห็นว่า พระองค์ทูลพระบิดาเพื่อเราอยู่เสมอ ในโรม 8:34 กล่าวว่าพระเยซู “ทรงสถิต ณ เบื้องขวาพระหัตถ์ของพระเจ้า และทรงอธิษฐานขอเพื่อเราทั้งหลาย” และแม้พระองค์จะได้ทรงสำแดงความรักอันเสียสละที่บนกางเขน และทรงเป็นขึ้นอีกครั้งจากความตาย และเสด็จสู่สวรรค์แล้ว พระองค์ยังคงสำแดงถึงความห่วงใยต่อเราโดยการอธิษฐานเพื่อเราในเวลานี้ด้วย

การอธิษฐานเผื่อผู้อื่นจึงเป็นสิ่งเดียวที่คุณทำได้ เพราะหากมีบางสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุมของคุณ กาไว้รวางใจในพระเจ้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ วันนี้ให้คุณเริ่มอธิษฐานเพื่อผู้อื่นให้มากที่สุด การอธิษฐานเพื่อคนอื่นแสดงว่าคุณห่วงใยพวกเขา บางคนอาจชอบอธิษฐานเพื่อตัวเองเท่านั้น แต่พระเจ้าทรงโปรดปรานที่จะเห็นคุณไม่เห็นแก่ตัว ไม่คิดถึงแต่ตนเองและเรียนรู้ที่จะอธิษฐานเผื่อความต้องการของคนอื่นด้วยเช่นกัน

คำอธิษฐาน

ข้าแต่พระบิดา โปรดประทานสติปัญญาให้ข้าพระองค์รู้วิธีที่จะอธิษฐานเพื่อผู้อื่น  โปรดช่วยให้ข้าพระองค์รับใช้พระองค์และผู้อื่นด้วยการอธิษฐานอย่างสัตย์ซื่อในวันนี้ด้วยเทอญ อาเมน

 ขอขอบคุณข้อความหนุนใจจาก

หนังสือ One minute devotions

 thaiodb.org


วันศุกร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

คำอธิษฐานของนางฮันนาห์

 


คำอธิษฐานของนางฮันนาห์

นางขมขื่นใจมากจึงอธิษฐานต่อพระยาห์เวห์และร้องไห้อย่างหนัก 11นางบนไว้ว่า “ข้าแต่พระยาห์เวห์จอมทัพ ถ้าพระองค์จะทอดพระเนตรความทุกข์ใจของผู้รับใช้ของพระองค์จริงๆ ทรงระลึกถึงข้าพระองค์ และไม่ทรงลืมผู้รับใช้ของพระองค์ แต่จะประทานบุตรชายแก่ผู้รับใช้ของพระองค์สักคน แล้วข้าพระองค์จะถวายเขาแด่พระยาห์เวห์ตลอดชีวิตของเขา และมีดโกนจะไม่แตะต้องศีรษะของเขาเลย”

1 ซามูเอล 1:11

พระวรสารในวันนี้ได้กล่าวถึงเรื่องราวของนางฮันนาห์ ซึ่งเป็นภรรยาของชายที่มีเมียสองคน นางเป็นหมันไม่สามารถมีบุตรได้ พระคัมภีร์บันทึกไว้ว่าพระเจ้าทรงปิดครรภ์ของนาง ส่วนเมียอีกคนหนึ่งกลับมีบุตรหลายคน และมักเยาะเย้ยถากถางนางฮันนาห์อยู่เป็นประจำ   นางฮันนาห์เป็นคนอ่อนโยน ไม่ขี้วีนโวยวาย นางเก็บความอึดอัดคับข้องใจเอาไว้ และร้องไห้เป็นอย่างเดียว บางครั้งก็กินไม่ได้ สามีของฮันนาห์ก็รักนางมากกว่าเมียอีกคน เพราะเวลาที่เขามีของดีๆเขาก็มักจะนำมาแบ่งให้นาง และคอยปลอบใจนางอยู่เสมอ

ขณะ​ที่นาง​กำลัง​ทุกข์​ทรมาน​ใจ แม้จะ​ต้องเจ็บ​ปวด​เพียง​ไร​ที่ต้อง​ถูกเยาะเย้ย​โดย​ไม่​มี​เหตุ​ผล นางไม่เคยโต้ตอบ นางฮันนาห์​ได้​วาง​แบบ​อย่าง​ที่​ยอด​เยี่ยมให้กับพวกเรา​ใน​ด้าน​ความ​เชื่อ. นั่นคือนาง​ไม่​ปล่อย​ให้​ความ​ไม่​สมบูรณ์​ของ​มนุษย์​มา​ขัด​ขวาง​การ​นมัสการ​พระ​เจ้าได้

เมื่อ​เรา​รู้สึก​หดหู่​ท้อ​ใจ​หรือ​เป็น​ทุกข์ นับ​ว่า​ดีถ้า​เรา​จะ​ทำ​ตาม​ตัว​อย่าง​ของ​ฮันนาห์ และ​ทูล​ทุก​สิ่ง​ต่อพระเจ้า “ผู้​สดับ​คำ​อธิษฐาน.” (เพลง. 65:2) ถ้า​เรา​ทำ​เช่น​นั้น​ด้วย​ความ​เชื่อ เรา​จะ​ประสบ​เช่น​กัน​ว่า “สันติ​สุข​ของ​พระเจ้า​ซึ่ง​เหนือ​กว่า​ความ​คิด​ทุก​อย่าง” จะ​เข้า​มา​แทน​ที่​ความ​ทุกข์​ใจ​ของ​เรา.—ฟิลิปปี. 4:6, 7

หลาย​เดือน​ผ่าน​ไป สันติ​สุข​ใน​ใจ​ของ​ฮันนา​เปลี่ยน​ไป​เป็น​ความ​ยินดี​อย่าง​เหลือ​ล้น. นาง​ตั้ง​ครรภ์! แม้​นาง​จะ​ปีติ​ยินดี แต่​นาง​ไม่​เคย​ลืม​ว่า​ได้​พระ​พร​นี้​มา​อย่าง​ไร. เมื่อ​คลอด​บุตร​ นางให้กำเนิดบุตรที่รักหลังการเป็นหมันมาหลายปี หลังการทนทุกข์จากการถูกเหยียดหยามจากภรรยาร่วม เมื่อนางให้กำเนิดบุตรคนนี้ นางตั้งชื่อบุตรว่า ซามูเอล ซึ่งมีความหมายว่า “พระนามของพระเจ้า” นางหาได้ลืมคำมั่นที่มีต่อองค์พระผู้เป็นเจ้าของนาง หรือละเลยไม่  แต่นางกล้าที่จะมอบคนที่รักและห่วงใย มอบถวายเลือดเนื้อเชื้อไขให้กับพระเจ้า ด้วยการตระหนักว่าพระพรการมีบุตรในครั้งนี้มาจากพระหัตถ์พระเจ้า นาง​อยู่​ที่​บ้าน​กับ​ลูก​น้อย​เป็น​เวลา​สาม​ปี​จน​เขา​หย่า​นม. การ​ทำ​เช่น​นั้น​ช่วย​ให้​นาง​มี​จิตใจ​เข้มแข็ง​เพื่อ​จะ​รับมือ​ได้​ใน​วัน​ที่​ต้อง​จาก​ลูก​ชาย​สุด​ที่​รัก.

ไม่​ใช่​เรื่อง​ง่าย​ที่​ต้องแยก​จาก​กันกับลูกชาย. จริง​อยู่ ฮันนาห์​ รู้​ว่า​ซามูเอล​จะ​ได้​รับ​การ​ดู​แล​อย่าง​ดี​ที่​ชีโลห์ อาจ​โดย​ผู้​หญิง​ที่​รับใช้​อยู่​ที่​พลับพลา. แต่​เขา​ยัง​เด็ก​มาก และ​มี​แม่​คน​ไหน​บ้าง​ที่​ไม่​อยาก​อยู่​กับ​ลูก​น้อย​ของ​ตน? ไม่​ว่า​จะ​อย่าง​ไร ฮันนา​กับ​เอ็ลคานา​ก็​พา​ลูก​ชาย​ไป​ที่​นั่น ไม่​ใช่​ด้วย​ฝืน​ใจ​แต่​ด้วย​ความ​สำนึก​บุญคุณ​ที่​มี​ต่อ​พระเจ้า. พวก​เขา​ถวาย​เครื่อง​บูชา​ที่​พระ​นิเวศ​ของ​พระเจ้า มอบ​ซามูเอล​ให้​เอลี​และ​บอก​เขา​เกี่ยว​กับ​คำ​ปฏิญาณ​ที่​ฮันนา​ให้​ไว้​เมื่อ​สาม​ปี​ก่อน.

พระคัมภีร์บันทึกคำอธิษฐานของนางฮันนาห์หลังจากส่งมอบบุตรชาย เป็นคำอธิษฐานที่มีแต่ความขอบคุณพระเจ้าและสรรเสริญพระองค์ จิตใจของนางยอมปล่อยมือกับสิ่งที่นางรักมากที่สุดคืนกลับให้แก่พระเจ้า ด้วยใจเปรมปรีดิ์ ปราศจากความขมขื่น

ฮันนาห์ยังคงไปวิหารของพระเจ้าในทุกๆ ปีดังเช่นเดิม นั่นหมายถึง นางได้พบกับลูกเพียงปีละครั้ง    นางต้องใช้ความวางใจมากเพียงใด? เพื่อจะเชื่อและวางใจว่าพระเจ้าทรงดูแลบุตรของตนได้ดียิ่งกว่ามือของนางเอง สะท้อนถึงความเชื่อที่นางมีต่อพระเจ้าของตน

นางไม่ได้ละทิ้งบุตรของนาง โดยปราศจากความรับผิดชอบแห่งผู้เป็นแม่  ซึ่งตามธรรมชาตินี้เอง ความรัก ห่วงหา คิดถึง การอยากครอบครอง อยากอยู่ใกล้ อยากเห็นหน้า ย่อมมีเป็นปกติธรรมดา … แต่นางถวายซามูเอลไว้ในวิหารของพระเจ้าด้วยความเต็มใจ  มอบสิทธิต่างๆ ที่พึงมีให้กับพระเจ้าอย่างแท้จริง ยิ่งคิดถึงสักเพียงใด  นางยิ่งต้องวางใจในพระเจ้ามากเพียงนั้น นางมีความกล้าในการมอบถวายให้แด่พระเจ้า สะท้อนถึงความวางใจพระเจ้าในชีวิตนาง

ถามใจตนเอง เรายอมปล่อยมือกับสิ่งที่รักที่สุดมั๊ย เมื่อพระเจ้าเรียกหา? ยามสูญเสียหรือขาดแคลนเราขมขื่น ชี้นิ้วไปที่พระองค์หรือเปล่า? ใจของแม่ที่ต้องปล่อยลูกที่เพิ่งหย่านมหลุดมือไป ต้องเข้มแข็งมากขนาดไหน? และต้องวางใจพระองค์ขนาดไหนถึงได้มีความเข้มแข็งขนาดนี้ได้?

ทุกอย่างมาจากความเข้าใจว่าเราเป็นใคร พระเจ้าเป็นใคร ความถ่อมใจเป็นพื้นฐานของความรักและความวางใจในพระองค์ ส่วนพระเจ้าจะเรียกอะไรจากคุณ แต่ละคนจะรู้ตัวเองดีที่สุด

คำอธิษฐานของนางฮันนาห์ 1 ซามูเอล 2:1-10

1นางฮันนาห์อธิษฐานว่า

“จิตใจของข้าพเจ้าชื่นชมในพระยาห์เวห์

ในพระยาห์เวห์ กำลังของข้าพเจ้าก็เข้มแข็ง

ปากของข้าพเจ้าหัวเราะพวกศัตรูของข้าพเจ้า

เพราะข้าพเจ้ายินดีในความรอดของพระองค์

2“ไม่มีใครบริสุทธิ์ดังพระยาห์เวห์

ไม่มีใครเปรียบเหมือนพระองค์

ไม่มีใครปกป้องเหมือนพระเจ้าของพวกเรา

3อย่าพร่ำพูดเย่อหยิ่งโอหังอีกต่อไป

อย่าให้ความจองหองออกมาจากปากของพวกเจ้า

เพราะพระยาห์เวห์ทรงเป็นพระเจ้าผู้ทรงรู้

ผู้ตรวจการกระทำทั้งหลาย

4คันธนูของนักรบก็หัก

แต่คนอ่อนแอก็ได้รับการเสริมกำลัง

5บรรดาคนที่เคยกินอิ่มก็ต้องออกรับจ้างหากิน

แต่บรรดาคนที่หิวก็หยุดหิว

คนที่เป็นหมันมีบุตรเจ็ดคน

แต่นางที่มีบุตรมากก็ร่วงโรยไป

6พระยาห์เวห์ทรงประหารและทรงให้มีชีวิต

พระองค์ทรงนำลงไปถึงแดนคนตายและทรงนำขึ้นมา

7พระยาห์เวห์ทรงทำให้ยากจนและทรงทำให้มั่งคั่ง

ทรงทำให้ต่ำลงและทรงยกขึ้น

8ทรงยกคนยากจนขึ้นจากผงคลี

ทรงยกคนขัดสนขึ้นจากกองขี้เถ้า

ทรงทำให้พวกเขานั่งร่วมกับพวกเจ้านาย

และได้ที่นั่งอันมีเกียรติเป็นมรดก

เพราะว่าบรรดาเสาแห่งพิภพเป็นของพระยาห์เวห์

พระองค์ทรงวางพิภพไว้บนเสาเหล่านั้น

9“พระองค์จะทรงดูแลย่างเท้าของธรรมิกชนของพระองค์

แต่คนอธรรมจะต้องถูกทำลายในความมืด

เพราะว่ามนุษย์จะชนะด้วยกำลังของเขาก็หาไม่

10บรรดาผู้ต่อสู้พระยาห์เวห์จะถูกทำลาย

พระองค์จะทรงส่งฟ้าร้องจากสวรรค์ต่อสู้เขา

พระยาห์เวห์จะทรงพิพากษาจนสุดปลายพิภพ

พระองค์จะประทานกำลังแก่พระราชาของพระองค์

และจะทรงเสริมอำนาจของผู้ที่พระองค์ทรงเจิมไว้”

อาเมน

ขอขอบคุณข้อความหนุนใจจาก

หนังสือ One minute devotions

เฟสบุคBible story

 panarat.com

วันพฤหัสบดีที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

คุณอธิษฐานได้ทุกเรื่อง

 


คุณอธิษฐานได้ทุกเรื่อง

จนบัดนี้พวกท่านก็ยังไม่ได้ขอสิ่งใดในนามของเรา จงขอเถิดแล้วจะได้ เพื่อความชื่นชมยินดีของท่านจะมีเต็มเปี่ยม

ยอห์น 16:24

หนึ่งอธิษฐานทุกเรื่องต่อพระเจ้า ไม่ว่าจะเป็นตอนตื่นเช้าหรือก่อนเข้านอน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียนหรือเรื่องงาน เขาขอบคุณพระเจ้าที่เขาสามารถทำทุกหน้าที่ที่เขารับผิดชอบให้ผ่านพ้นไปได้ดี ก่อนที่เขาจะกินอาหารเขาก็จะอธิษฐานเพื่ออวยพรอาหารและขอบคุณพระเจ้าที่จัดเตรียมอาหารให้เขา  หนึ่งจะอธิษฐานเผื่อคนรอบข้างอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นคนที่เขารักและใกล้ชิด หรือแม้แต่คนที่ไม่รักเขา(คนที่ชอบแกล้งเขาที่โรงเรียน หรือคนที่ชอบนินทาหาเรื่องเขาในที่ทำงาน)  เขายังอธิษฐานเผื่อคนทั่วไปที่เขาพบเห็นระหว่างวันแม้ว่าเขาจะไม่รู้จักคนเหล่านั้นก็ตาม

เขาถึงกับอธิษฐานต่อพระเจ้าเมื่อเขามองดูมดและเห็นว่ามดมันทำงานกันอย่างไร เขาก็ภาวนาต่อพระองค์ว่าเขาอยากจะเป็นคนที่ทำงานหนักเหมือนอย่างมด เพราะเขาเห็นมันทำกันเป็นระบบระเบียบ เขาสวดอ้อนวอนเกี่ยวกับเรื่องง่ายๆอยู่ตลอดเวลา คุณเองก็เช่นกัน คุณไม่จำเป็นต้องรอให้ปัญหาใหญ่เกิดขึ้นก่อนแล้วค่อยอธิษฐาน หรือต้องวางแผนก่อนอธิษฐาน คุณสามารถอธิษฐานได้ทุกเรื่อง อธิษฐานในสิ่งที่ง่ายที่สุดที่กำลังเกิดขึ้นในระหว่างวันของคุณ

การอธิษฐานควรเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกในเช้าวันใหม่ เพื่อให้เราตระหนักว่าเราต้องการความช่วยเหลือจากพระเจ้า พระเจ้าทรงต้องการให้เราอธิษฐานก่อนที่เราจะทำสิ่งใดๆ วันนีี้การอธิษฐานนำชีวิตของคุณอยู่หรือไม่? หรือเป็นเพียงที่พึ่งสุดท้ายเมื่อคุณมีปัญหา เราหลายคนอาจติดนิสัยในการวางแผนก่อนลงมือทำ แล้วจึงทูลขอให้พระเจ้าทรงอวยพรแผนการนั้นให้สำเร็จลุล่วง หรืออธิษฐานเมื่ออับจนหนทางแล้วเท่านั้น พระเจ้าทรงต้องการให้เราเข้าหาพระองค์ในเวลาที่เราต้องการความช่วยเหลือก็จริง แต่ก็ทรงต้องการให้เราระลึกเสมอว่า เราต้องการพระองค์ตลอดเวลา (สภษ.3:5-6)

คำอธิษฐาน

พระเจ้าที่รัก ขอทรงนำข้าพระองค์ในการดำเนินชีวิต ขอทรงช่วยให้ข้าพระองค์ไม่พึ่งพาเพียงสติปัญญาของตนเอง แต่แสวงหาน้ำพระทัยของพระองค์ในทุกสถานการณ์ ขอโปรดประทานสติปัญญาให้ข้าพระองค์รู้วิธีที่จะอธิษฐานเพื่อผู้อื่น อาเมน

ขอขอบคุณข้อความหนุนใจจาก

หนังสือ One minute devotions

 thaiodb.org

CBN Thailand

วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

การอธิษฐานสงบเงียบตามลำพัง

 


การอธิษฐานสงบเงียบตามลำพัง

เมื่อพระเยซูทรงทราบแล้ว จึงทรงลงเรือเสด็จไปจากที่นั่น ไปยังที่สงบตามลำพัง เมื่อฝูงชนทราบ เขาทั้งหลายก็ออกจากเมืองต่างๆ เดินตามพระองค์ไป  

มัทธิว 14:13

ซีและพ่อของเขากำลังตกปลา ซีชอบใช้เวลาอยู่กับพ่อมาก บางครั้งพวกเขาไม่จำเป็นต้องพูดคุยกันเลยเพราะการได้ออกไปเที่ยวชมวิวก็เพียงพอแล้วที่จะสร้างความทรงจำที่ยั่งยืนร่วมกัน คุณเองก็เช่นกัน คุณสามารถออกไปเที่ยวพักผ่อนกับพระเจ้าเหมือนกับที่ซีทำกับพ่อของเขา คุณไม่จำเป็นต้องพูดอะไรเยอะแยะมากมายเลย  คุณสามารถไปที่ห้องส่วนตัวของคุณ หรือนั่งใต้ต้นไม้ในสวนหลังบ้านก็ได้ พระเจ้าจะไม่พูดกับเราถ้าชีวิตของเราเต็มไปด้วยสารพัดเสียง  เราจึงต้องหาเวลาที่จะอยู่ตามลำพัง  เป็นที่สงบเงียบ หรือที่เราเรียกว่ามุมสงบ

 ในช่วงชีวิตของพระเยซูเจ้า พระองค์ได้ปลีกตัว อยู่ตามลำพังบ่อยครั้ง การอยู่ตามลำพังของพระเยซูเจ้าพระองค์กระทำด้วยใจอิสระ ด้วยความตั้งใจ ไม่ใช่เพราะอัครสาวกไม่ได้อยู่กับพระองค์หรือเบื่อที่จะทำภารกิจของพระบิดา ในพระวรสารคุณจะพบว่าพระองค์ปลีกตัวไปภาวนาตั้งแต่เช้าตรู่บ้าง หรือช่วงเวลาค่ำ ๆ บ้าง พระองค์ขึ้นไปภาวนาบนภูเขาบ้าง หรือไปสถานที่ที่พระวรสารเรียกว่า “ที่เปลี่ยว” บ้าง

ก่อนที่คุณจะเริ่มต้นทำสิ่งนี้ อย่าลืมอธิษฐานขอให้พระเจ้าประทับอยู่กับคุณในขณะที่คุณกำลังใช้เวลาเงียบ ๆ อยู่กับพระองค์ จากนั้นให้คุณคิดถึงสิ่งมหัศจรรย์ของพระเจ้าและสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างหนึ่งในนั้นหมายถึงตัวคุณด้วย การอธิษฐานแบบเงียบสงบเป็นการแสดงให้พระเจ้าเห็นว่าคุณได้พยายามปล่อยวางสิ่งอื่น ๆ ในชีวิตของคุณแล้วมุ่งเน้นจดจ่อไปที่พระองค์เท่านั้น ให้คุณปิดทีวี-คอมพิวเตอร์และโทรศัพท์ แล้วอธิษฐานต่อพระเจ้าเพื่อเราจะได้ไม่ถูกล่อลวงให้เสแสร้งต่อพระพักตร์พระเจ้า  หาที่นั่งสงบที่เรียบง่ายแล้วเปิดใจต่อพระองค์  เพื่อเราจะได้จดจ่ออยู่กับพระเจ้าและเลิกคิดถึงแต่เรื่องของตัวเอง  แล้วคุณจะได้สัมผัสกับพระคุณของพระเจ้า

คำอธิษฐาน

ข้าแต่พระเจ้า ลูกขอให้พระองค์ประทับอยู่กับลูกในขณะที่ลูกกำลังใช้เวลาสงบเงียบนี้กับพระองค์ ลูกต้องการจดจ่อไปที่พระองค์เพียงผู้เดียว  อย่าให้ลูกวอกแวกไปกับสิ่งล่อลวงใด ๆ ที่จะเข้ามารบกวนเวลาของลูกกับพระองค์ด้วยเทอญ ลูกขออธิษฐานในนามพระเยซูคริสต์ อาเมน

ขอขอบคุณข้อความหนุนใจจาก

หนังสือ One minute devotions

 thaiodb.org

 kamsonchan.com


วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

คำอธิษฐานในพระคัมภีร์

 


คำอธิษฐานในพระคัมภีร์

ขอทรงค้ำชูข้าพระองค์ เพื่อข้าพระองค์จะรอด

และจะนับถือกฎเกณฑ์ของพระองค์เสมอ

สดุดี 119: 117

อีธานมักจะกลัวการนั่งรถบัสรับส่งไปโรงเรียน เพราะบนรถมีเด็กบางคนใจร้าย ชอบแกล้งเพื่อน และเขาก็ไม่อยากโดนแกล้ง ครูคำสอนในห้องเรียนวันอาทิตย์ของเขาได้ให้ข้อพระคัมภีร์หนึ่งบทแก่เขาและบอกให้เขาอธิษฐานและนึกถึงมันทุกครั้งที่เขารู้สึกกลัว อีธานท่องจำพระคำข้อนี้ไว้ในใจตลอดการเดินทางบนรถบัสโรงเรียน เขาพูดกระซิบกับตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า

หลังจากนั้น เขาไม่เพียง แต่รู้สึกดีขึ้น แต่เขากล้าที่จะยืนหยัดเพื่อเด็กคนอื่น ๆ เมื่อเห็นพวกเขาถูกแกล้ง เขาไม่กลัวอีกแล้ว เช่นเดียวกับที่ผู้เขียนสดุดีได้เขียนเอาไว้ว่าเขาอธิษฐานและตั้งสติ  ไม่ว่าคุณจะตกอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม ให้คุณพูดพระคำของพระเจ้าซ้ำไปซ้ำมาแล้วคุณจะได้รับความช่วยเหลืออีธาน เพราะเมื่อใดก็ตามที่คุณคิดและอธิษฐานด้วยถ้อยคำจากพระคัมภีร์ ก็เท่ากับคุณได้ยอมให้คำสัญญาของพระเจ้ามีชีวิตขึ้นมาในชีวิตของคุณแล้ว

การอธิษฐานที่มีพลัง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการใช้เสียงของเรา บางคนบอกว่าต้องใช้เสียงแรง ๆ ตะโกนดัง ๆ จึงจะได้ผล นี่ไม่เป็นความจริง

การอธิษฐานที่มีพลัง ไม่ได้เกี่ยวกับท่าทีในการอธิษฐาน บางคนชอบนั่ง บางคนชอบยืน บางคนชอบนอน จะเป็นในที่เปลี่ยวหรือในที่แจ้ง สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพลังในการอธิษฐาน

พลังของการอธิษฐาน ขึ้นอยู่กับความเชื่อที่เรามีในองค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา

ความเชื่อเกิดขึ้นจากการได้ยินและการได้เห็น นั่นคือ การได้ยินเรื่องข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์ และการได้เห็นถึงสิ่งที่พระเยซูคริสต์ได้สำแดงในชีวิตของเขา

เมื่อมีความเชื่อในการรู้จักกับองค์พระเยซูคริสต์แล้ว ความเชื่อนั้นจะแสดงออกผ่านทางคำพูดและการกระทำของเรา ความเชื่อมีอาการที่เราจะเห็นและสัมผัสได้

ไม่ว่าเราจะเป็นคริสเตียนหรือไม่เป็นคริสเตียน ชีวิตกับความเชื่อแยกจากกันไม่ได้ เพราะเมื่อเรามีความเชื่อในพระเจ้า ชีวิตของเราก็จะแสดงออกถึงอาการจากการที่มีความเชื่อเช่นกัน

คำอธิษฐานจะเกิดผลเมื่อเรา

-        -  รู้จักพระเจ้าที่เราเชื่อ

-        -  เข้าหาพระเจ้าที่เราเชื่อ

-       -   รู้น้ำพระทัยของพระเจ้าผ่านทางพระวจนะในการอธิษฐาน

ถ้าเราเข้าสนิทกับพระองค์ และถ้อยคำพระองค์ฝังสนิทในเรา เราขออะไรก็จะได้

คำอธิษฐาน

ข้าแต่พระเจ้า ลูกขอฝากการดำเนินชีวิตของลูกตลอดทั้งวันไว้กับพระองค์ ลูกต้องการให้พระองค์มาเป็นที่หนึ่งของทุกเรื่อง และนำทุกก้าวย่างของลูกไปในทางของพระองค์ ลูกต้องการมุ่งเน้นไปที่พระคำของพระองค์ เพื่อให้คำสัญญาของพระองค์เป็นจริงในชีวิตของฉัน ลูกขออธิษฐานในนามพระเยซูคริสต์ อาเมน

ขอขอบคุณข้อความหนุนใจจาก

หนังสือ One minute devotions

 followhissteps.com


วันจันทร์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

คำอธิษฐานของหัวใจ

 


คำอธิษฐานของหัวใจ

ข้าแต่พระยาห์เวห์ ขอทรงสดับคำร้องขอความยุติธรรม ขอทรงฟังเสียงร้องทูลของข้าพระองค์  ขอเงี่ยพระกรรณฟังคำอธิษฐานของข้าพระองค์ซึ่งมาจากริมฝีปากที่ไม่หลอกลวง

สดุดี 17: 1

เคนออกเดินทางไกลซึ่งมันทำให้เขาได้เห็นสิ่งดีๆมากมายและได้พบกับผู้คนที่น่าสนใจในระหว่างการเดินทาง แต่เขาก็ต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นกัน มีหลายครั้งที่เคนคิดถึงครอบครัวของเขาอย่างมากและรู้สึกว่าเขากำลังอยู่อย่างโดดเดี่ยว ซึ่งบางครั้งเขาเองก็ต้องการความช่วยเหลือ แต่ก็ไม่มีใครที่เขาจะสามารถร้องขอความช่วยเหลือได้เลยในตอนนั้น

ในที่สุดเคนก็ได้กลับบ้านและเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทางให้พ่อของเขาฟัง เขาเคยแอบหวังว่าถ้าหากเขาได้คุยกับพ่อของเขาในช่วงเวลาที่เขาต้องเผชิญกับเวลาที่ยากลำบาก-เวลาที่โดดเดี่ยวหรือเวลาที่เขาต้องการความช่วยเหลือ  มันคงจะทำให้เขารู้สึกดีกว่าการที่เขาต้องคิดและตัดสินใจเพียงลำพัง

ในชีวิตของเรา คุณไม่จำเป็นต้องรอวันเวลาที่เหมาะสมเพื่อจะพูดคุยกับพระเจ้า เพราะคุณสามารถพูดคุยกับพระองค์ได้ทุกที่ทุกเวลา คุณสามารถเปิดใจของคุณกับพระเจ้าได้ทุกเมื่อที่คุณต้องการและคุณสามารถแบ่งปันทุกสิ่งอย่างกับพระองค์ คุณไม่ต้องรอ! คุณคุยกับพระองค์ได้ตอนนี้เลยนะ

สิ่งสำคัญที่เราควรใส่ใจในทุกๆวัน คือเราควรรวมเอาการภาวนามาใส่ไว้ในกิจวัตรประจำวันของเรา เราต้องฝึกเริ่มต้นวันใหม่ด้วยการทักทายพระเจ้าสั้น ๆ หรือด้วยสนทนายาว ๆ ก็ได้ เพียงแต่ต้องทำให้การสนทนานั้นเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในยามเช้าของเรา ในทุกเช้าเราไม่ต้องคิดเลยใช่ไหมว่าเราจะแปรงฟันหรือไม่ เพราะนั่นเป็นส่วนหนึ่งของกิจวัตรที่เราต้องทำ เราต้องทำมันโดยไม่โอดครวญ เพราะเรารู้ว่าเมื่อเราทำแล้วสิ่งนั้นเกิดผลดีสำหรับเราแน่นอน การภาวนาก็เช่นเดียวกัน เราควรทำด้วยใจที่ชื่นชมยินดี ทำโดยอัตโนมัติไม่ต้องรออให้ใครมาบอกให้ทำ

ถ้าคุณชอบตื่นเช้า หรือจำเป็นต้องตื่นเช้า คุณอาจเลือกช่วงเวลาหนึ่งโดยเฉพาะเพื่อสานความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับพระเจ้า ก่อนที่คุณจะหาเวลาว่างอีกไม่ได้เลยในวันนั้น บางคนตื่นแต่เช้าตรู่ และดื่มด่ำกับความสงบเงียบในยามเช้า บางคนใช้เวลาหลังอาหารเช้าพูดคุยกับพระเจ้าถ้าพวกเขาไม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน วันนี้หวังว่าคุณคงไม่ลืมที่จะจัดเวลาให้เป็นพิเศษสำหรับการอธิษฐานภาวนา

คำอธิษฐาน

   ข้าแต่พระเจ้า ลูกขอขอบพระคุณพระองค์สำหรับวันใหม่ ขอทรงอภัยในสิ่งที่ลูกเคยทำในอดีตซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สมควรทำ และสิ่งที่ลูกควรทำแต่ลูกกลับไม่ได้ทำ ในวันนี้ ขอโปรดนำทุกย่างเท้าของลูกไปในทางของพระองค์  โปรดประทานพระพรแก่ลูกขณะที่ลูกเริ่มต้นวันใหม่นี้พร้อมกับพระองค์ โปรดให้ลูกตั้งมั่นอยู่ในความจริง เพื่อลูกจะได้ดำเนินชีวิตอย่างถูกต้อง โปรดให้ลูกกล้าหาญที่จะเผชิญหน้ากับความจริงกับสิ่งที่ลูกได้เคยเดินทางผิดไป ขอให้ลูกเข้มแข็งและไม่กลับไปทำผิดซ้ำอีก ลูกจะไม่วิงวอนขอสิ่งที่ลูกต้องการ แต่ลูกจะวิงวอนขอสิ่งที่พระองค์ทรงทราบว่าจำเป็นสำหรับลูก     ลูกขอถวายวันนี้ และถวายตัวลูกเองเพื่อพระองค์  และแด่พระองค์ ในพระนามของพระเยซูเจ้า อาเมน

ขอขอบคุณข้อความหนุนใจจาก

หนังสือ One minute devotions

kamsonbkk.com

ข้อคิดหนุนใจประจำวัน จดจ่อที่รางวัลแห่งชัยชนะ

  หากเรามัวแต่จ้องมอง " ยักษ์ใหญ่ " ( อุปสรรคปัญหา ) ของเรามากเกินไป ความกลัวต่อสิ่งเหล่านั้นจะเข้าครอบงำจิตใจเรา จงจดจ่อสายตาไ...