วันเสาร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

คุณควรอธิษฐานอย่างไร?

 


คุณควรอธิษฐานอย่างไร?

และขอพระองค์ทรงสดับคำวิงวอนของผู้รับใช้ของพระองค์ และของอิสราเอลประชากรของพระองค์ เมื่อเขาทั้งหลายอธิษฐานต่อสถานที่นี้ ขอพระองค์เองทรงสดับจากที่ประทับของพระองค์คือฟ้าสวรรค์ และเมื่อพระองค์ทรงสดับแล้ว ก็ขอทรงอภัย

2 พงศาวดาร 6:21

บี ได้พบกับประธานาธิบดีของประเทศของเขา เขารู้สึกตื่นเต้นและเป็นกังวลมาก เมื่อประธานาธิบดีพูดกับเขา บี จะตอบแค่ว่า "ใช่ครับ" และ "ไม่ครับ" บีแสดงความเคารพต่อประธานาธิบดีเพราะพระคัมภีร์สอนว่าเราต้องให้เกียรติผู้นำของเราและเราต้องถ่อมตัวด้วย

เช่นเดียวกัน เมื่อคุณอธิษฐานอย่าลืมว่าคุณกำลังเข้าเฝ้ามหาราชาแห่งจักรวาล ท่าทีและทัศนคติของคุณจึงมีความสำคัญมากด้วย คุณควรเข้าหาพระองค์ด้วยใจเคารพและนอบน้อม สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่ว่าคุณจะอธิษฐานได้ถูกวิธีหรือไม่? แต่มันอยู่ที่ว่าคุณอธิษฐานด้วยใจที่ถูกต้องหรือไม่ต่างหาก? หากคุณเข้าหาพระเจ้าด้วยใจที่ถ่อมตนและแสดงความเคารพอย่างสูงต่อพระองค์ พระองค์จะได้ยินทุกคำอธิษฐานของคุณ

พระเจ้าทรงเสนอที่จะตอบคำอธิษฐานของลูกของพระองค์ (คนทั้งหลายที่ได้ยอมรับพระองค์เข้าในชีวิตของเขาและแสวงหาโอกาสที่จะติดตามพระองค์) พระองค์ทรงขอให้เรานำความห่วงกังวลทั้งหลายมาไว้ที่พระองค์ โดยการอธิษฐาน และพระองค์จะทรงกระทำการของพระองค์ตามน้ำพระทัย เมื่อเราต้องเผชิญกับความยากลำบาก เราควรที่จะวางความห่วงใยทั้งหลายเอาไว้ที่พระองค์ และรับเอาสันติสุขจากพระองค์ซึ่งอยู่เหนือสถานการณ์เหล่านั้น พื้นฐานของความหวังและความเชื่อศรัทธาของเราอยู่ที่พระลักษณะของพระเจ้าเอง ยิ่งเรารู้จักพระองค์ ดีขึ้นมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งไว้วางใจพระองค์ได้ง่ายขึ้นมากเท่านั้นด้วย

เมื่อเราอธิษฐาน ขอให้ใจเราน้อมลงด้วยความเคารพเทิดทูน ขอบพระคุณและถ่อมลงต่อพระเจ้าผู้ทรงรัก เพราะเรารู้ว่าพระเนตรของพระองค์ “ทรงลืมอยู่และ…พระกรรณของพระองค์สดับคำอธิษฐาน” (2 พศด.6:40)

การอธิษฐานอันสูงส่งที่สุดมาจากก้นบึ้งของหัวใจที่ถ่อม

คำอธิษฐาน

ข้าแต่พระบิดา ขอทรงนำให้ลูกจดจ่อที่พระองค์เสมอและขอทรงสอนลูกให้ติดตามพระองค์ด้วยความเชื่อฟังและความรัก ขอพระองค์โปรดสอนให้ลูกเข้าหาพระองค์ด้วยทัศนคติที่ถูกต้อง   รู้จักเคารพและนอบน้อม ยำเกรงต่อพระองค์อย่างจริงใจ อาเมน

 ขอขอบคุณข้อความหนุนใจจาก

หนังสือ One minute devotions

  thaiodb.org


วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

การอธิษฐานคืออะไร?

 




การอธิษฐานคืออะไร?

 โอ ข้าอยากทราบว่าจะพบพระองค์ได้ที่ไหน

เพื่อข้าจะมาถึงที่ประทับของพระองค์

โยบ 23:3

เมื่อ ซี กลับจากโรงเรียนเขาคุยโทรศัพท์กับพ่ออยู่พักหนึ่ง หลังจากนั้นเขาก็แชทคุยออนไลน์กับเพื่อนของเขาชื่อเคน และหลังจากนั้นเขาก็เล่นเกมออนไลน์กับเพื่อนชื่อ เอ. ซี ใช้เวลาช่วงบ่ายของเขาคุยกับคนสามคนในสามวิธีที่แตกต่างกัน

การอธิษฐานต่อพระเจ้าก็เป็นเช่นนั้น เรามีหลายวิธีในการพูดคุยกับพระองค์และเนื่องจากพระเจ้าอยู่ทุกที่ คุณจึงสามารถคุยกับพระองค์ได้จากทุกที่ คุณไม่จำเป็นต้องมีโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ หรือวิดีโอเกมหรือแม้แต่เครื่องใช้ไฟฟ้า -อินเทอร์เน็ต-ไวไฟ คุณไม่จำเป็นต้องยืนหรือคุกเข่า คุณไม่จำเป็นต้องรอไปโบสถ์เท่านั้นถึงจะอธิษฐาน สิ่งที่คุณต้องการคือความเต็มใจความตั้งใจที่จะคุยกับพระองค์ คำอธิษฐานไม่ต้องซับซ้อน ให้มันเป็นการพูดคุยของคุณกับพระเจ้าที่ออกมาจากใจจริง

การอธิษฐาน คือ การพูดคุยกับพระเจ้าโดยคำพูดของเราเอง การอธิษฐานไม่ใช่การฝึกสมาธิ หรือการตั้งจิตปรารถนาให้เป็นไปตามความตั้งใจของเรา และการอธิษฐานก็ไม่ได้เป็นเพียงการทูลขอสิ่งต่าง ๆ จากพระเจ้าเท่านั้น แต่การอธิษฐานเป็นส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับพระเจ้า

การอธิษฐานเปรียบเสมือนลมหายใจ

เราต้องหายใจเข้าออกตลอดเวลาเพื่อจะสามารถมีชีวิตอยู่ได้ฉันใด

เราก็ต้องอธิษฐานอยู่ตลอดเวลาเพื่อเราจะมีความสัมพันธ์สนิทกับพระเจ้าฉันนั้น

ดังนั้น ไม่ว่าเราจะทำอะไร อยู่ที่ไหน เราก็สามารถคุยกับพระเจ้าได้ตลอดเวลา ได้ทุกวินาที

เราจะอธิษฐานอย่างไร

  สรรเสริญพระเจ้าในสิ่งที่พระองค์เป็น

  ขอบคุณพระเจ้าในสิ่งที่พระองค์ทำ

  สารภาพความผิดบาปในแต่ละวันต่อพระเจ้า

  ทูลขอพระเจ้าในความปรารถนาของคุณ

  ทูลขอพระเจ้าเผื่อผู้อื่น

 จงอธิษฐานตลอดเวลา

คำอธิษฐาน

ข้าแต่พระบิดา ลูกต้องการอธิษฐานให้มาก ๆ ดังนั้นขอพระองค์ทรงเตือนให้ลูกระลึกเสมอว่าลูกสามารถอธิษฐานกับพระองค์ได้ทุกที่ทุกเวลา  อาเมน

 ขอขอบคุณข้อความหนุนใจจาก

หนังสือ One minute devotions

 gotquestions.org

CBN Thailand


วันพฤหัสบดีที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

คำอธิษฐานของพระเยซู

 


คำอธิษฐานของพระเยซู

เพราะฉะนั้นพวกท่านจงอธิษฐานเช่นนี้ว่า

‘ข้าแต่พระบิดาของข้าพระองค์ทั้งหลาย ผู้สถิตในสวรรค์

ขอให้พระนามของพระองค์เป็นที่เคารพสักการะ

มัทธิว 6: 9

ถ้าวันนี้คุณยังไม่รู้ว่าจะอธิษฐานอย่างไร คุณก็ไม่ต้องกังวล เพราะพระเยซูทรงให้แบบแผนเพื่อช่วยคุณในการอธิษฐาน

คำอธิษฐานของพระเยซูในมัทธิว 6 แสดงให้คุณเห็นถึงส่วนที่สำคัญที่สุดของการอธิษฐาน เริ่มต้นด้วยการมุ่งเน้นไปที่พระเจ้าและพูดถึงความศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์   ดังนั้นเมื่อคุณสวดอ้อนวอนขอให้เริ่มต้นอย่างที่พระเยซูทำในคำอธิษฐานของพระองค์โดยมุ่งเน้นไปที่พระเจ้าและพระองค์ทรงยอดเยี่ยมเพียงใด จากนั้นคุณสามารถอธิษฐานเกี่ยวกับอาณาจักรของพระเจ้าที่จะมา และทูลขอพระองค์ในสิ่งที่คุณต้องการ และอธิษฐานขอการให้อภัย ตามแบบแผนที่พระเยซูให้คุณไว้!

คำอธิษฐานขององค์พระผู้เป็นเจ้าไม่ใช่คำอธิษฐานที่เราจะต้องจำเพื่อท่องกลับคืนให้กับพระเจ้า มันเป็นเพียงตัวอย่างว่าเราควรอธิษฐานอย่างไรเท่านั้น มีอะไรผิดไหมที่เราจะท่องจำคำอธิษฐานของพระเจ้า? ไม่มีแน่นอน! มีอะไรผิดไหมที่เราจะอธิษฐานคำอธิษฐานของพระเจ้ากลับไปหาพระองค์? ไม่มี  หากท่านอธิษฐานจากใจของท่านและหมายความอย่างนั้นจริง ๆ จงจำไว้ว่าในการอธิษฐานพระเจ้าทรงสนพระทัยในการที่เราสื่อสารกับพระองค์โดยการพูดออกมาจากใจมากกว่าคำพูดที่เราใช้ ในหนังสือฟีลิปปี 4:5-7 กล่าวว่า “จงให้จิตใจที่อ่อนสุภาพของท่านประจักษ์แก่คนทั้งปวง องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงอยู่ใกล้แล้ว อย่าทุกข์ร้อนในสิ่งใดๆเลย แต่จงทูลเรื่องความปรารถนาของท่านทุกอย่างต่อพระเจ้า ด้วยการอธิษฐาน การวิงวอน กับการขอบพระคุณ แล้วสันติสุขแห่งพระเจ้า ซึ่งเกินความเข้าใจ จะคุ้มครองจิตใจและความคิดของท่านไว้ในพระเยซูคริสต์”

การอธิษฐานเราควรเทใจของเราให้กับพระเจ้า (ฟีลิปปี 4:6-7) ไม่ใช่ท่องคำพูดให้พระองค์ฟัง

คำอธิษฐาน

9เพราะฉะนั้นพวกท่านจงอธิษฐานเช่นนี้ว่า

‘ข้าแต่พระบิดาของข้าพระองค์ทั้งหลาย ผู้สถิตในสวรรค์

ขอให้พระนามของพระองค์เป็นที่เคารพสักการะ

10ขอให้แผ่นดินของพระองค์มาตั้งอยู่

ขอให้เป็นไปตามพระทัยของพระองค์

ในสวรรค์เป็นอย่างไรก็ให้เป็นไปอย่างนั้นในแผ่นดินโลก

11ขอประทานอาหารประจำวันแก่พวกข้าพระองค์ในวันนี้

12และขอทรงยกบาปผิดของพวกข้าพระองค์

เหมือนพวกข้าพระองค์ยกโทษบรรดาคนที่ทำผิดต่อข้าพระองค์

13และขออย่าทรงนำพวกข้าพระองค์เข้าไปในการทดลอง

แต่ขอให้พวกข้าพระองค์พ้นจากความชั่วร้าย อาเมน

 ขอขอบคุณข้อความหนุนใจจาก

หนังสือ One minute devotions

 gotquestions.org

 rorthai.com


วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

พลังของการอธิษฐาน

 


พลังของการอธิษฐาน

ขอเหยียดพระหัตถ์ของพระองค์จากที่สูง

ขอทรงฉวยและช่วยกู้ข้าพระองค์ให้พ้นจากน้ำมากหลาย

ให้พ้นจากมือคนต่างชาติ

สดุดี 144: 7

โจเห็นในทีวีว่ามีข่าวแผ่นดินไหวครั้งใหญ่และทำให้ผู้คนจำนวนมากไม่มีที่อยู่อาศัยและไม่มีอาหาร ในตอนนั้นโจได้สวดอธิษฐานอ้อนวอนต่อพระเจ้าอย่างตั้งใจเพื่อขอพระองค์ช่วยเยียวยาช่วยบรรเทาให้กับคนที่ได้รับผลกระทบ

คำอธิษฐานของโจเป็นคำอธิษฐานที่มาจากใจจริงเขาวิงวอนขอให้พระเจ้าเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ยิ่งใหญ่ การอธิษฐานขอให้พระเจ้าเลี้ยงดูผู้ที่หิวโหยและยุติความอดอยากเป็นตัวอย่างหนึ่งของการอธิษฐานที่ทรงพลัง แม้ว่าตัวคุณจะอยู่ห่างออกไปหลายพันไมล์จากสถานที่ที่เกิดเหตุ คุณก็สามารถสร้างความแตกต่างในชีวิตของคนอื่น ๆ ได้โดยการอธิษฐานเพื่อพวกเขา

เวลาที่เรารู้สึกทนทุกข์เพราะคนที่เรารักหรือเห็นคนอื่นๆ เผชิญปัญหา และกลัวว่าสถานการณ์นั้นจะไม่ดีขึ้น เราอาจคิดไปว่าพระเจ้าจะไม่ทรงจัดการอะไร แต่เราไม่ควรดูแคลนพลังของการอธิษฐาน เพราะพระเจ้าที่รักเราทรงได้ยินคำร้องทูลของเรา แม้เราไม่รู้เลยว่าพระองค์จะตอบสนองคำอ้อนวอนของเราอย่างไร แต่เราต้องไม่ลืมว่าว่าพระบิดาทรงปรารถนาให้เราเชื่อมั่นในความรักและวางใจในความสัตย์ซื่อของพระองค์

โปรดจำไว้ว่าพระเจ้าทรงรักและรับฟังเมื่อผู้คนอธิษฐานและไว้วางใจพระองค์   พระองค์ทรงรับฟังทุกคำอธิษฐานที่กลั่นออกมาจากใจจริง

มีใครบ้างที่คุณจะอธิษฐานเผื่อได้ในวันนี้

คำอธิษฐาน

พระบิดาเจ้า วิธีที่พระองค์ทรงฟังและตอบคำอธิษฐานนั้นช่างน่าอัศจรรย์ใจยิ่งนัก ขอเสริมความเชื่อของเราเพื่อเราจะเชื่อในความดีงามและความรักของพระองค์เสมอ

 ขอขอบคุณข้อความหนุนใจจาก

หนังสือ One minute devotions

 thaiodb.org


วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

คำอธิษฐานของผู้ชอบธรรม

 


คำอธิษฐานของผู้ชอบธรรม

เอลียาห์ชาวทิชบีอาศัยอยู่ในกิเลอาด ได้ทูลอาหับว่า “พระยาห์เวห์พระเจ้าแห่งอิสราเอล ผู้ซึ่งข้าพระบาทปรนนิบัติ ทรงพระชนม์อยู่แน่ฉันใด จะไม่มีน้ำค้างหรือฝนในปีเหล่านี้ฉันนั้น นอกจากตามคำของข้าพระบาท”

1 พงษ์กษัตริย์ 17: 1

ในพันธสัญญาเดิมได้กล่าวถึงการอธิษฐานของผู้ชอบธรรมมีพลังทำให้เกิดผล  มีเรื่องราวมากมายในพระคัมภีร์ที่ช่วยยืนยันความจริงนี้ พระวรสารในวันนี้กล่าวถึงเรื่องราวของเอลียาห์  และกษัตริย์อาหับ เอลียาห์เป็นคน​ซื่อ​สัตย์​ ​กล้า​หาญ และ​มี​ความ​เชื่อ​ในพระเจ้ามาก ส่วนกษัตริย์อาหับ ผู้ชั่วร้าย มีนิสัย​ละโมบ​และ​อ่อนแอ เขาเชื่อและนมัสการพระบาอัล มีชายาชื่อนางเยเซเบล  

ชาวอิสราเอลเรียกตัวเองว่า "ประชากรของพระเจ้า" และฟังสิ่งที่พระองค์ตรัสกับพวกเขา โดยเฉพาะเวลาที่พวกเขามีปัญหากับศัตรู แต่เมื่อพระเจ้าทรงช่วยให้พวกเขาได้มีเวลาอันสงบสุข ปลอดสงคราม พวกเขาก็ลืมพระเจ้าและเริ่มคิดว่าบรรดาพระเทียมเท็จของผู้คนรอบข้างก็ดีเหมือนกัน หนึ่งในพระเทียมเท็จเป็นรูปเคารพชื่อว่า พระบาอัล มีผู้นับถือมากมาย และเอลียาห์ผู้รับใช้ของพระเจ้าได้ท้าชวนผู้นับถือพระบาอัลมาประชันกันว่า ใครคือพระเจ้าที่แท้จริง?

 เอลียาห์จึงอธิษฐานขอให้ฝนไม่ตก เพราะเขาต้องการพิสูจน์ให้อาหับเห็นว่าพระเจ้านั่นยิ่งใหญ่ อยู่ในการควบคุมและอาหับควรบูชาพระเจ้าเท่านั้น

หลังจากการประชันกันระหว่างพระบาอัลและพระเจ้า ประชาชนก็ตระหนักว่าใครคือพระเจ้าที่แท้จริง และกำจัดพวกผู้เผยพระวจนะของพระบาอัลออกไป แล้วประชาชนก็กลับมาเชื่อฟังและติดตามพระเจ้าของบรรพบุรุษของพวกเขา คือ อับราฮัม อิสอัคและยาโคบอีกครั้ง แต่กษัตริย์อาหับไม่ได้ทรงกลับใจ เอลียาห์ยังคงรับใช้พระเจ้าต่อไป  

 จงจำไว้ว่าพระเจ้าทรงมีอำนาจในทุกสถานการณ์ ไม่มีอะไรยากเกินไปสำหรับพระองค์

ตัว​อย่าง​ของ​เอลียาห์​สอน​เรา​หลาย​อย่าง​ใน​เรื่อง​การ​อธิษฐาน. สิ่ง​สำคัญ​ที่​สุด​สำหรับ​เอลียาห์​คือ​การ​เห็น​พระ​ประสงค์​ของ​พระเจ้า​สำเร็จ​เป็น​จริง. เมื่อ​อธิษฐาน​เรา​ควร​จำ​ไว้​ว่า “สิ่ง​ใด​ก็​ตาม​ที่​เรา​ทูล​ขอ ถ้า​สิ่ง​นั้น​สอดคล้อง​กับ​พระ​ประสงค์​ของ [พระเจ้า] พระองค์​จะ​ทรง​ฟัง​เรา.”   ถ้า​เรา​อยาก​ให้​พระเจ้า​ฟัง​คำ​อธิษฐาน เรา​ต้อง​รู้​ว่า​พระ​ประสงค์​ของ​พระองค์​คือ​อะไร. ดัง​นั้น จึง​สำคัญ​ที่​เรา​จะต้อง​ศึกษา​คัมภีร์​ไบเบิล​เป็น​ประจำ​ทุก​วัน.

 ขอขอบคุณข้อความหนุนใจจาก

หนังสือ One minute devotions

 rorthai.com

 thaibigbiblechallenge.com

 thaiodb.org


วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

คำอธิษฐานเมื่อมีความทุกข์ทางกาย-ทางใจ

 


คำอธิษฐานเมื่อมีความทุกข์ทางกาย-ทางใจ

เมื่อมีความทุกข์ลำบาก ข้าพเจ้าร้องทูลพระยาห์เวห์

ข้าพเจ้าทูลขอความช่วยเหลือจากพระเจ้าของข้าพเจ้า

จากพระวิหารของพระองค์ พระองค์ทรงสดับเสียงของข้าพเจ้า

และเสียงร้องของข้าพเจ้าได้ยินไปถึงพระกรรณของพระองค์

สดุดี 18: 6

แทนและเพื่อนของเขากำลังปั่นจักรยานไปบนเส้นทางขึ้นภูเขา แต่ระหว่างทางเกิดอุบัติเหตุพวกเขาได้รับบาดเจ็บและจักรยานก็พัง พวกเขาเจ็บปวดมากจนเดินไม่ได้ แทนจึงเริ่มอธิษฐานขอให้พระเจ้าทรงบรรเทาความเจ็บปวดของเพื่อน และของเขา เพื่อให้พวกเขาสามารถเดินทางกลับไปบ้านได้อย่างปลอดภัย แทนเจ็บมากจนร้องไห้ออกมาในขณะที่เขาอธิษฐาน เขากล่าวคำอธิษฐานซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้งอย่างไม่ลดละ

คำอธิษฐานแห่งความทุกข์ทรมานนั้นหมายถึง  คุณได้มอบความเจ็บปวดของตนเองหรือความเจ็บปวดของคนอื่นให้กับพระเจ้า อันที่จริงความเจ็บปวดก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนเรา เมื่อถึงจุดหนึ่งที่คุณจะต้องเจ็บปวดอย่าลืมที่จะไว้วางใจให้พระเจ้าดูแลคุณ  บางครั้งอาจเป็นความเจ็บปวดทางร่างกายหรือบางครั้งอาจเป็นความเจ็บปวดทางจิตใจ-อารมณ์ แต่ไม่ว่าจะเป็นความเจ็บปวดในรูปแบบใด อย่าลืมอธิษฐานและมอบสิ่งนั้นแด่พระเจ้า

คำอธิษฐาน

ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์กำลังเผชิญกับความเจ็บปวด ข้าพระองค์จึงมาทูลขอความช่วยเหลือจากพระองค์ ข้าพระองค์ต้องการมอบความเจ็บปวดที่มีทั้งหมดนี้ไว้กับพระองค์  ข้า​พระ​องค์​เข้ามา​ทูล​ขอ​ความ​ช่วยเหลือ​จาก​พระ​องค์ ​และ​พระ​องค์​ทรง​รักษา​ข้า​พระ​องค์​ให้​หาย ลูกขออธิษฐานในนามพระเยซูคริสตเจ้า อาเมน

 ขอขอบคุณข้อความหนุนใจจาก

หนังสือ One minute devotions


วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

พอเพียง เพียงพอ



 อย่าอาย... ถ้าเราไม่ได้ใส่เสื้อผ้าสวย หรือมีแฟชั่นใหม่ๆใส่ หรือมีของยี่ห้อเหมือนคนอื่นใส่ จงใส่แค่ที่เรามีใส่ และไม่ทำตัวสกปรก รกรุงรังก็พอ หมั่นทำความสะอาดร่างกาย หมั่นออกกำลังกายเพื่อให้มีสุขภาพดี แบบนี้ย่อมดีกว่าการดูดีแค่เปลือกนอก ทำจิตใจของเราให้เบิกบาน จิตใจดี ร่างกาย่อมดี

อย่าอาย..ถ้าไม่มีกระเป๋าคอเลคชั่นใหม่ถือ จงใช้ใบที่เรามีต่อไปถ้ามันยังไม่ขาด ถึงจะไม่ใช่แบรนด์ดังแต่นิยามของมันก็คือเอาไว้ใส่ของ
อย่าอาย...ถ้านาฬิกาที่เราใส่ ดูเก่า ถ้าหากมันยังบอกเวลาเราได้ตรงอยู่ ก็ไม่เห็นต้องเป็นทุกข์ว่ามันจะเก่าหรือใหม่
อย่าอาย...ที่มีมือถือรุ่นเก่า หน้าจอแตก ถ้าหากมันยังโทรออกได้ รับสายได้ ถ้าสภาพของมันยังเอื้ออำนวยต่อกิจวัตรการงานของเราได้ก็พอไม่ใช่หรือ ลดความอยากของเราลงแล้วเก็บเงินเอาไว้ซื้อในสิ่งที่จำเป็นมากกว่าก็ได้
อย่าอาย...ที่จะต้องนั่งกินข้าวข้างทาง ถึงมันจะไม่ได้ดูหรูหราหมาเห่า แต่ถ้ากินแล้วอร่อยถูกปากก็กินไป คนเรากระเพาะเท่านี้จะใส่อะไรเข้าไปนักหนา?
อย่าอาย...ถ้ารถของเรามันเก่า เพราะถ้ามันยังพาเราไปไหนมาไหนได้ ถึงที่หมายปลอดภัยก็จงพอใจ ถ้าเรากดต่อมความอยากได้ของตัวเองได้ เราก็จะไม่ทุกข์ ส่วนใครจะดูถูกดูแคลนเราก็เรื่องของเขา
อย่าอาย..ถ้าไม่มีบัตรเครดิตใช้ ให้เรารู้จักใช้เท่าที่เรามีก็พอ อย่าไปสร้างหนี้ อย่าไปซื้อของที่เราแค่อยากได้ เพราะหลังจากที่ได้มันมาคุณจะรู้สึกว่ามันคือภาระ
อย่าอาย...ถ้าเจอคนหวังดีแต่ประสงค์ร้ายมาวิพากษ์วิจารณ์เรา อย่าจมอยู่กับคำคนจนสูญเสียความเป็นตัวเอง อย่าพยายามเป็นเหมือนคนอื่น ให้เราใส่ใจกับจิตวิญญาณของตัวเรา ให้เราดำเนินชีวิตและตั้งมั่นอยู่บนสามสิ่งนี้ คือความเชื่อ ความหวังใจ ความรัก แต่ความรักใหญ่ที่สุด 1 โครินธ์ 13:13
อย่าอาย...ถ้าทำดี -ยึดความถูกต้อง- ยึดความซื่อสัตย์ทั้งต่อตนเองและผู้อื่นก็แล้ว แต่ยังไม่ได้ดี จงจำไว้ว่า ทุกอย่างมีวาระของมันเสมอ พระองค์ทรงมองเห็นสิ่งที่เราทำ ถึงแม้มนุษย์จะมองไม่เห็น รางวัลและคำชื่นชมจากพระเจ้าสำคัญกว่าจากใครๆ จงวางใจและรอเวลาของพระองค์
แต่จงอาย...ถ้าเรามีงานทำ มีรายได้ แต่ยังไม่มีเงินเก็บ และยังหนี้สินบานเบอะ ชักหน้าไม่ถึงหลัง เพียงเพราะเราอยากได้อยากมีเกินแรงกำลังของตน วิ่งยืมคนนี้ที คนนั้นที และมันจะทำให้เราอายที่สุด คือถ้าเราไปเอ่ยยืมใครแล้วเขาปฏิเสธแถมดูถูกเหยียดหยามมาอีก (การเป็นหนี้บางกรณีอาจไม่มีทางเลือก แต่ถ้าหากคุณเลือกได้จงคิดให้ดีก่อนตัดสินใจเป็นหนี้)
การที่เขาไม่ให้ยืม เขาก็ไม่ผิด เราก็อย่าไปโกรธเกลียดกันเลย ให้นึกถึงใจเขาใจเรา เงินทองมันหายากนะ ไม่ได้เสกมาง่าย ๆ วันนี้ให้เราปรับเปลี่ยนความคิด ชีวิต จิตใจ และการกระทำของตัวเองใหม่ ถ้าอยากเห็นสิ่งใหม่ๆเกิดขึ้นในชีวิต เราก็ต้องไม่ใช้ชีวิตแบบเดิม ๆ นะจ๊ะ
KC
วันนี้ลองนั่งนึกตรึกตรองนัยของคำว่า "พอเพียง"
จริงๆ แล้ว คำนี้สามารถนำไปใช้ได้
กับทุกๆ เรื่องราวในชีวิตคนเรา
เพราะหากเรารู้สึกว่า
เรามีสิ่งต่างๆ อยู่พอเพียงและเพียงพอแล้ว
การดิ้นรนแสวงหาหรือไขว่คว้า
มันก็จะลดลงไปด้วย
ความสุขที่เราได้รับมา ก็จะเพียงพอ
ไม่มากเกินไปหรือน้อยเกินไป
จนเกิดสุขมากก็ทุกข์มาก
แต่จะกลายเป็น
ชีวิตและความสุข...
ที่พอเพียงและเพียงพอ

คนแต่ละคนก็มีคำนิยามของคำว่า ‘ความสุข’ ที่แตกต่างกันออกไป บางคนกล่าวว่า “ความสุข คือ สภาวะที่บุคคลรับรู้ว่าตนเองได้ทำในสิ่งที่ตนต้องการและทำได้สำเร็จ มีความพึงพอใจในสิ่งที่ตนมีและได้มา” บางคนก็ว่า “ความสุข ก็คือ การมีสิ่งที่ตนพึงพอใจ เช่นมีครอบครัวที่ดี มีสุขภาพที่ดี มีฐานะการเงิน และมีหน้าที่การงานที่ดี มีชื่อเสียงที่ดี” ฯลฯ

ในความเป็นจริง เราก็แค่เป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง ที่มีความสุขในชีวิตได้ ใช้ชีวิตที่เรียบง่าย ทานอาหารแต่ละมื้อได้อย่างอิ่มหนำสำราญ มีเวลาได้ดูหนังดีๆ มีโอกาสฟังเพลงเพราะๆ มีห้วงเวลาที่ได้อยู่กับคนที่เรารัก ได้ทำอะไรดีๆ แก่เขา ได้สังสรรค์กับครอบครัว พูดคุย หัวเราะ ต่อกระซิก ปรึกษาหารือกัน ทำให้คนในครอบครัวมีความสุข และไม่ต้องใช้ชีวิตด้วยการวิ่ง วิ่งแล้วก็วิ่งเร็วขึ้นไปเรื่อยๆ

หากวันนี้เรายังวิ่งอยู่ เราต้องเหนื่อยกับการวิ่งอยู่ตลอดเวลา ลองแวะ “พักเพื่อชีวิต” พักเพื่อตนเองได้ชื่นชมสิ่งต่างๆ เสียบ้าง เราจะได้มีเวลาเป็นของตนเองมากขึ้น ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องกังวลและเป็นทุกข์ เป็นร้อน ที่จะต้องรีบไปให้ถึงปลายทาง ปล่อยใจเพลิดเพลินไปกับการหาความสุขของชีวิตจะดีกว่า เมื่อเรามีความสุขแล้ว เราก็จะพอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่ เมื่อเราพอใจในสิ่งที่ตนเองมีอยู่ เราก็จะเห็นตัวตนของตัวเองได้ชัดเจนขึ้น มีความสนุกกับการใช้ชีวิตมากขึ้น เมื่อนั้นเราก็จะได้ไม่ต้องวิ่ง วิ่ง วิ่งให้เหนื่อยแรง และทุกข์อกทุกข์ใจเหมือนที่เคยเป็นมา…

ชีวิตที่ทุกข์หลายๆ ครั้งมาจาก
การไม่รู้จักพอ และไม่รู้จักประมาณตน
รวมทั้งไม่รู้จักตน...ทำให้ไม่รู้จักพอ
คนเราดำรงชีวิตไปตามกระแสสังคม
มองสิ่งรอบนอกจนลืมมองตนเอง
อยากได้...อยากมี....อยากเป็น
และพยายามวิ่งตามไขว่คว้า
เพื่อให้ได้มาไว้ครอบครอง
ยิ่งไม่มีก็ยิ่งอยากได้
พอยิ่งอยากได้ก็ยิ่งพยายามหาหนทาง
สุดท้ายก็เหมือนว่าวิ่งไปหาความทุกข์
มาใส่ตัวเอง...เสียมากกว่า
แต่ถ้าคนเรารู้จักพอ...มีแค่ไหนก็ใช้แค่นั้น
อยู่แบบไหนก็กินแบบนั้น
อาจหามาเพิ่มเพื่อความสุขในชีวิตเล็กๆ น้อยๆ
โดยไม่ต้องไปหยิบยืมหรือดิ้นรนแสวงหา
ให้เกิดทุกข์กายทุกข์ใจ
ชีวิตก็เรียบง่าย...ไม่เหน็ดเหนื่อย
ความสุขอาจบางเบา
แต่มันจะยั่งยืน...ตลอดไป
นี่แหล่ะ...ชีวิตที่พอเพียง...

ผู้มีใจยากจน ย่อมเป็นสุข เพราะอาณาจักรสวรรค์เป็นของเขา ผู้เป็นทุกข์โศกเศร้า ย่อมเป็นสุข เพราะเขาจะได้รับการปลอบโยน ผู้มีใจอ่อนโยน ย่อมเป็นสุข เพราะเขาจะได้รับแผ่นดินเป็นมรดก ... ท่านทั้งหลายย่อมเป็นสุข เมื่อถูกเขาดูหมิ่น ข่มเหงและใส่ร้ายต่างๆนานาเพราะเรา จงชื่นชมยินดีเถิด เพราะบำเหน็จรางวัลของท่านในสวรรค์นั้นยิ่งใหญ่นัก
แม้ว่าเราจะพบกับความเศร้าโศกในบางครั้ง เราจะพบว่า พระเจ้ามิได้ทรงทอดทิ้งเราให้อยู่ตามลำพัง พระองค์จะประทับอยู่กับเรา และคอยปลอบประโลมใจเราเสมอ การที่เรามีความทุกข์ เราจะนึกถึงพระ และได้รับพระเมตตาจากพระองค์ในที่สุด จงยอมรับว่า เราเป็นทุกข์ และมันไม่ได้เป็นนายเหนือเรา การเป็นสุข เกิดจากการยอมรับว่าตนเองเป็นผู้มีความทุกข์ และยอมรับสภาพแห่งทุกข์นั้น พร้อมที่จะเข้าพึ่งพาอาศัยพระเมตตาจากพระเจ้า การเป็นทุกข์เกิดจากความไม่เป็นอิสระของใจเรา การตกเป็นทาสของอารมณ์ การไม่ปล่อยวาง และเมื่อเรายอมรับได้ เมื่อนั้น เราจะพบว่า เราได้รับการปลอบโยนจากพระองค์ผู้ไม่เคยทอดทิ้งเรา

  ข้าพเจ้าผจญทุกสิ่งได้ โดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า
พระเจ้าทรงเลี้ยงดูข้าพเจ้าดุจเลี้ยงแกะ ข้าพเจ้าจะไม่ขัดสน (สดด.23.1)

คุณมีความพอใจมั้ยตอนนี้ ณจุดจุดนี้  คุณจะพอใจในสิ่งที่คุณมีอยู่ในเวลานี้ และพอใจกับสภาพของคุณในเวลานี้ได้ ก็ต่อเมื่อคุณชื่นชมยินดีอย่างยิ่งในองค์พระผู้เป็นเจ้า คุณจะเผชิญกับทุกสถานการณ์ได้อย่างถูกต้อง  เมื่อคุณเชื่อว่า ฤทธิ์อำนาจอยู่ในพระองค์
 
ขอให้เราดำเนินชีวิตด้วยความพอใจ ไม่ใช่ด้วยการบ่น
เครดิตจากเพจ
ถ้อยคำแห่งการเยียวยาและกำลังใจ
bloggang
matichon.co.th
kattcrewslovegod.blogspot

ข้อคิดหนุนใจประจำวัน จดจ่อที่รางวัลแห่งชัยชนะ

  หากเรามัวแต่จ้องมอง " ยักษ์ใหญ่ " ( อุปสรรคปัญหา ) ของเรามากเกินไป ความกลัวต่อสิ่งเหล่านั้นจะเข้าครอบงำจิตใจเรา จงจดจ่อสายตาไ...