วันพฤหัสบดีที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2561

จะใช้ชีวิตอย่างไรให้เป็นที่พอพระทัยของพระเจ้า



จะใช้ชีวิตอย่างไรให้เป็นที่พอพระทัยของพระเจ้าของฉัน

วันนี้ข้าพเจ้าได้ใช้เวลาเงียบๆนั่งคิดทบทวน ว่าข้าพเจ้าได้ใช้ชีวิตอย่างไรในแต่ละวันบ้าง นั่งๆนึกดูระยะนี้ ข้าพเจ้าให้เวลากับพระแค่นิดๆหน่อยๆ แป๊ปๆเดียวในแต่ละวัน แต่ส่วนใหญ่จะหมดไปกับการดูซีรี่ส์ ทุกครั้งที่ดูซีรี่ส์ ข้าพเจ้าก็จะรู้สึกผิดในใจเสมอว่า ทำไมข้าพเจ้าจึงให้เวลากับสิ่งอื่นมากกว่าการใช้เวลากับพระ วันนี้ข้าพเจ้าได้ตั้งใจว่าวันนี้จะให้เวลากับพระและข้าพเจ้าได้อ่านเจอข้อความหนุนใจดีๆนี้จากเพจ http://www.followhissteps.com จึงอยากนำมาแบ่งปัน เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต ว่าเราจะใช้ชีวิตอย่างไรให้เป็นที่พอพระทัยพระองค์

"16 จงชื่นบานอยู่เสมอ
17 จงอธิษฐานอย่างสม่ำเสมอ
18 จงขอบพระคุณในทุกกรณี เพราะนี่แหละเป็นพระประสงค์ของพระเจ้า สำหรับพวกท่านในพระเยซูคริสต์" (1เธสะโลนิกา 5:16-18 ThaiTSV2002)

พระเจ้าทรงป็นเจ้าของชีวิตของเรา เราต้องตระหนักอยู่เสมอว่า เราจะต้องดำเนินชีวิตอย่างไรจึงจะเป็นที่ชอบพระทัยของพระองค์

พระธรรม 1เธสะโลนิกา 5:16-18 ตอนนี้ได้บอกไว้อย่างชัดเจนว่า ชีวิตที่พระเจ้าทรงพอพระทัย มีอย่างน้อย 3 ประการด้วยกัน

1. ความชื่นชมยินดี
"จงชื่นบานอยู่เสมอ" (1เธสะโลนิกา 5:16-18)

ความชื่นชมยินดีเป็นลักษณะพิเศษที่พวกเราคริสเตียนมี เพราะพระเยซูคริสต์ทรงประทานสันติสุขที่แท้จริงให้แก่เราแล้ว และสันติสุขนี้เองที่ทำให้เรามีชีวิตที่มีความชื่นชมยีนดีได้ตลอดเวลา จึงไม่น่าแปลกใจที่นักบุญเปาโลได้เน้นย้ำให้ชาวฟิลิปปีชื่นชมยีนดีอยู่ตลอดเวลา

"จงชื่นชมยินดีในองค์พระผู้เป็นเจ้าทุกเวลา ข้าพเจ้าขอย้ำอีกครั้งว่า จงชื่นชมยินดีเถิด"  (ฟิลิปปี 4:4 ThaiTSV2002)

ผลดีของการชื่นชมยินดีคือ
1. เป็นที่ชอบพระทัยของพระเจ้า ถ้าชีวิตของเรายังหงอยเหงา วิตกกังวลมาก กลัวหลายสิ่งหลายอย่าง เป็นทุกข์ในเรื่องนั้นเรื่องนี้ วุ่นวายไปหมดจนขาดสันติสุข ชีวิตของเราก็จะขาดสง่าราศีในการเป็นลูกของพระเจ้า และจะไม่เป็นที่ถวายเกียรติแด่พระเจ้าอย่างแน่นอน ตรงกันข้าม ถ้าเรามีสันติสุขในชีวิต เราจะมีความสงบ เราจะรู้จักพึ่งพาในพระเจ้าตลอดเวลา และจะสามารถผจญกับทุกสิ่งในชีวิตได้ แม้ว่าจะต้องเจอปัญหาในชีวิตเหมือนคนอื่น ๆ แม้ต้องอยู่ในสังคมที่เลวร้ายต่าง ๆ เช่นกับคนอื่น เราก็จะยังสามารถชื่นชมยินดีได้ และจะเป็นพยานเพื่อที่จะถวายเกียรติแด่พระเจ้า และแน่นอน ชีวิตของเราก็จะเป็นที่ชอบพระทัยแก่พระเจ้า

"17 แม้ต้นมะเดื่อไม่มีดอกบาน หรือเถาองุ่นไม่มีผล ผลมะกอกเทศก็ขาดไป ทุ่งนามิได้เกิดอาหาร ฝูงสัตว์ขาดไปจากคอก และไม่มีฝูงวัวที่ในโรง
18 ถึงกระนั้นข้าพเจ้าจะร่าเริงในพระเจ้า ข้าพเจ้าจะเปรมปรีดิ์ในพระเจ้าแห่งความรอดของข้าพเจ้า
19 พระเจ้าคือองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงเป็นกำลังของข้าพเจ้า พระองค์ทรงกระทำเท้าของข้าพเจ้าเหมือนอย่างตีนกวางตัวเมีย พระองค์ทรงกระทำให้ข้าพเจ้าเดินไปบนที่สูงทั้งหลายของข้าพเจ้า ถึงหัวหน้านักร้อง ใช้เครื่องสาย" (ฮาบากุก 3:17-19 ThaiTSV2002)

2. มีประโชน์แก่ตัวเราเองอย่างมาก ชีวิตที่มีความชื่นชมยินดีอยู่เสมอ ในสมองจะมีสาร Endorphin หลั่งมาตลอดเวลาในสมอง เป็นสารที่ทำให้เรามีความสุข ฮอร์โมนนี้เองที่ส่งเสริมให้สุขภาพของเราแข็งแรงขึ้น พระเจ้าทรงรักเรามาก พระองค์ทรงปรารถนาที่จะให้เราทั้งหลายมีความสุข ให้เรามีความชื่นชมยินดีอยู่ตลอดเวลา เพื่อที่สุขภาพร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณจะได้งดงามอยู่ตลอดเวลาด้วย

เพราะว่าภายในมีความสุข จึงทำให้เราดูไม่แก่ พี่น้องที่รักทุกท่าน เราอยู่ที่นี่ ถึงแม้ว่าอายุจะมากแล้ว แต่จริง ๆ แล้วพวกเรายังดูสาวและหนุ่มอยู่ตลอดเวลา เพราะว่าเรามีสันติสุขขององค์พระเยซูคริสต์เจ้าอยู่ในหัวใจนั่นเอง

"บุคคลผู้สนใจในพระวจนะจะพบของดี และคนที่วางใจในพระเจ้าจะสุขสบาย" (Proverbs 16:20 ThaiTSV1971)

2. ชีวิตที่อธิษฐานอย่างสม่ำเสมอ
"จงอธิษฐานอย่างสม่ำเสมอ" (1เธสะโลนิกา 5:17 ThaiTSV2002)

ชีวิตของคริสเตียน มีสิทธิพิเศษในการที่จะสามารถอธิษฐานกับพระเจ้า และได้รับการปกป้องจากพระเจ้า

"ข้าพระองค์ไม่ได้ขอให้พระองค์เอาพวกเขาออกไปจากโลก แต่ขอให้ปกป้องเขาไว้ให้พ้นจากมารร้าย" (ยอห์น 17:15 ThaiTSV2002)

"แต่พวกท่านเป็น พงศ์พันธุ์ที่ทรงเลือกสรร เป็นพวกปุโรหิตหลวง เป็นชนชาติบริสุทธิ์ เป็นประชากรอันเป็นกรรมสิทธิ์ของพระเจ้า เพื่อให้พวกท่านประกาศพระเกียรติคุณ (แปลได้อีกว่า ประกาศกิจการอันอัศจรรย์) ของพระองค์ ผู้ได้ทรงเรียกพวกท่านให้ออกมาจากความมืด เข้าไปสู่ความสว่างอันมหัศจรรย์ของพระองค์" (1เปโตร 3:9 ThaiTSV2002)

ปุโรหิตมีบทบาทหน้าที่สำคัญในการอธิษฐาน ในการติดต่อกับพระเจ้า ในสมัยกลางของประวัติศาสตร์คริสตจักรได้มีการสอนผิดเพี้ยนว่าพระเท่านั้นที่จะสามารถอธิษฐาน เป็นตัวกลางกับพระเจ้าได้ แต่ท่านมาร์ติน ลูเธอร์ ผู้ซึ่งป็นพระเหมือนกัน ได้ออกมาคัดค้าน โดยใช้ข้อพระคัมภีร์นี้ยืนยันว่าเราทุกคนเป็นปุโรหิตหลวง คริสเตียนทุกคนมีสิทธิที่จะอธิษฐานติดต่อกับพระเจ้าได้โดยตรง ไม่ต้องอาศัยคนกลาง

"เพราะฉะนั้นท่านจงสารภาพบาปต่อกันและกัน และจงอธิษฐานเผื่อกันและกัน เพื่อท่านทั้งหลายจะได้รับการรักษาโรค คำวิงวอนของผู้ชอบธรรมนั้นมีพลังมากและเกิดผล" (ยากอบ 5:16 ThaiTSV2002)

ในพระคัมภีร์ 1เธสะโลนิกา จึงได้เขียนย้ำให้เราอธิษฐานอย่างสม่ำเสมอ เพราะการอธิษฐานวิงวอนมิได้เพียงอธิษฐานเพื่อขอเท่านั้น แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือการมีสัมพันธ์ที่ดีกับพระเจ้า เน้นเรื่องความผูกพันกับพระเจ้าตลอดเวลา หรือพูดอีกนัยหนึ่งว่า "การมีสัมพันธภาพกับพระเจ้าอยู่ตลอดเวลา" นั่นเอง เหมือนกับพ่อแม่ที่ปรารถนาที่จะให้ลูกมีความสัมพันธ์ที่ดีกับท่าน

นี่มิได้หมายความว่าเราจะต้องอธิษฐานกับพระเจ้าตลอดเวลาโดยไม่ต้องทำอะไรเลย เอาแต่อธิษฐานอย่างเดียว แต่หมายความว่าให้เราติดสนิทกับพระเจ้าทุกเวลา ทำงานก็คิดถึงพระเจ้าได้ เห็นธรรมชาติที่สวยงามก็คิดถึงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าได้ เจอปัญหาที่หนักใจก็คิดเสมอว่าพระเจ้าทรงสามารถช่วยได้ คนที่มีความผูกพันที่ดีกับพระเจ้า ไม่ว่าจะเจออะไรก็จะนึกถึงพระเจ้าเสมอ

มีนักวิชาการคนหนึ่งพูดไว้น่าสนใจว่า การอธิษฐานกับพระเจ้าอย่างสม่ำเสมอ หมายถึง การ Online กับพระเจ้าตลอดเวลา

เมื่อเราคิดถึงสิทธิอำนาจในการอธิษฐาน เราจะต้องขอบคุณพระเจ้ามาก ๆ เพราะจริง ๆ แล้วเราเป็นใคร เราดีเพียงไร เรามีเงื่อนไขที่ดีอย่างไร ที่พระเจ้าได้ทรงประทานสิทธินี้ให้แก่เรา ทั้งสิ้นล้วนเป็นพระคุณความรักของพระเจ้า พระองค์ทรงรัก และให้ความสำคัญแก่เรา

พี่น้องที่รัก ให้เรารักษาสัมพันธภาพที่ดีกับพระเจ้าตลอดเวลา อย่าให้ขาดเลย แล้วเราจะได้รับพลังจากพระเจ้าในการเผชิญปัญหาทั้งปวง ให้เรามีกำลังที่จะก้าวไปข้างหน้าอย่างมีชัยชนะ

ข้อคิดที่อยากฝากให้เราได้คิด ได้แก่

อธิษฐานมาก จะเหนื่อยน้อย
อธิษฐานน้อย จะเหนื่อยมาก
ไม่อธิษฐานเลย จะเหนื่อยเปล่า

"6 อย่ากระวนกระวายในสิ่งใดๆเลย แต่จงทูลพระเจ้าให้ทรงทราบทุกสิ่งที่พวกท่านขอ โดยการอธิษฐานและการวิงวอน พร้อมกับการโมทนาพระคุณ
7 แล้วสันติสุขของพระเจ้าที่เกินความเข้าใจ จะคุ้มครองจิตใจและความคิดของท่านทั้งหลายไว้ในพระเยซูคริสต์" (ฟิลิปปี 4:6-7 ThaiTSV2002)


3. ชีวิตที่รู้จักขอบคุณพระเจ้าในทุกกรณี
"จงขอบพระคุณในทุกกรณี เพราะนี่แหละเป็นพระประสงค์ของพระเจ้า สำหรับพวกท่านในพระเยซูคริสต์" (1เธสะโลนิกา 5:18 ThaiTSV2002)

ขอบคุณพระเจ้าในทุกกรณี หมายความว่า ขอบคุณพระเจ้าในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าสถานการณ์นั้นจะดีหรือไม่ดี นี่คือความหมายในพระคัมภีร์ที่ต้องการบอกกับเราว่า ไม่ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับเรา เราจะชอบหรือไม่ชอบ สมหวังหรือผิดหวัง ดีหรือไม่ดี ให้เราสามารถขอบพระคุณพระเจ้าได้ในทุกกรณี

ชีวิตคริสเตียน เรามีความมั่นใจว่าชีวิตของเราอยู่ในแผนการของพระเจ้าแล้ว เรามีพระเจ้าเป็นผู้ทรงนำพาชีวิตเรา สถิตกับเรา ปกป้องรักษาเราอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน เพราะฉะนั้น เรื่องที่เกิดขึ้นกับเราทุกเรื่อง เป็นเรื่องที่พระเจ้าทรงอนุญาตให้เกิดจึงจะเกิดขึ้นได้ พระเจ้าทรงมีน้ำพระทัยที่ดียอดเยี่ยมกับเราทุกคน เพียงแต่ว่าในขณะนี้เราจะยังไม่สามารถเข้าใจได้อย่างแจ่มแจ้ง แต่ให้เรามั่นใจเถิดว่า พระองค์ทรงมีแผนการที่ดีให้กับผู้ที่รักพระองค์

"เรารู้ว่า เหตุการณ์ทุกอย่างร่วมกันก่อผลดีแก่คนที่รักพระเจ้า คือแก่คนทั้งหลายที่พระองค์ทรงเรียกตามพระประสงค์ของพระองค์" (โรม 8:28 ThaiTSV 2002)

ด้วยเหตุนี้ เราจึงสามารถขอบคุณพระเจ้าได้ตลอดเวลา ได้ทุกเรื่อง ได้ในทุกกรณี

"จงขอบพระคุณพระเจ้าคือพระบิดาอยู่เสมอสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง ในพระนามของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเรา" (เอเฟซัส 5:20)

มัทธิว เฮ็นรี นักเทศน์ผู้มีชื่อเสียง ขณะเดินทางไปเทศนาก็ถูกโจรวิ่งราวเอาสิ่งของไป คนที่ผ่านมาก็บอกว่า "ไม่น่าเกิดขึ้นเลย" แต่ท่านกลับบอกว่าในเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ ท่านมีถึง 4 เรื่องที่ท่านจะขอบพระคุณพระเจ้า

นี่เป็นครั้งแรกในชีวิต ที่ได้มีประสบการณ์ถูกวิ่งราว
คนที่ขโมยเอากระเป๋าไปเท่านั้น ไม่ได้ทำร้ายร่างกายเลย
แม้ว่าขโมยเอากระเป๋าทั้งกระเป๋าไป แต่ข้างในมีเงินอยู่ไม่มาก
ข้าพเจ้าเป็นคนที่ถูกวิ่งราว ข้าพเจ้าไม่ได้ยากไร้จนต้องไปวิ่งราวเอาของของคนอื่น
ท่านที่รักครับ เมื่อเรารู้จักขอบคุณพระเจ้า ไม่ว่าเรื่องใด ๆ เราก็จะสามารถขอบคุณพระเจ้าได้

ตรงข้ามกับการขอบคุณพระเจ้า ก็คือ เสียงบ่น เสียงว่า

น้ำชาในแก้วหนึ่ง มีเพียงครึ่งแก้ว คนที่มักบ่น จะมองว่ามีแค่ครึ่งแก้ว แต่สำหรับคนที่รู้จักของพระคุณพระเจ้าจะมองว่ามีตั้งครึ่งแก้ว แค่นี้ก็พอใจแล้ว

มีน้ำถ้วยหนึ่ง เต็มอยู่ คนที่ขี้บ่นเมื่อหยิบขึ้นมา ก็บอกว่า ทำไมใส่จนล้นขนาดนี้ล่ะ ทำให้มือเปียก แต่คนที่รู้จักขอบคุณพระเจ้าก็จะบอกว่า ถ้วยน้ำนี้เต็มล้น ช่างวิเศษอะไรเช่นนี้

คนที่รู้จักขอบคุณพระเจ้า ไม่ว่าเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ เขาก็ขอบคุณพระเจ้าได้ แม้พบปัญหาหรืออุปสรรค เขาก็จะสามารถขอบคุณพระเจ้า แล้วเขาก็จะบอกว่าอุปสรรคหรือปัญหาที่พบนั้น ไม่มากจนเกินไป

แต่คนที่ไม่รู้จักขอบคุณพระเจ้า แม้ว่าพระเจ้าจะประทานพระคุณให้พระเจ้าอย่างเต็มล้น แต่เขาก็จะบ่นว่า น้ำล้นอย่างนี้ มือถือถ้วยก็จะเปียกไปด้วย

"ขอขอบพระคุณพระเจ้า เพราะของประทานที่เกินความคาดคิดซึ่งพระองค์ประทานนั้น" (2โครินธ์ 9:15 ThaiTSV2002)
ขอขอบคุณข้อความหนุนใจดีที่เรียบเรียงโดยคุณ ธีรยสถ์ นิมมานนท์

อ่านจบแล้ว ข้าพเจ้าได้รับพลังเสริมฝ่ายจิดเพิ่มมากขึ้น คำหนุนใจนี้เหมือนเป็นเข็มทิศนำทางข้าพเจ้าให้กลับเข้าร่องเข้ารอยอีกครั้ง ในชีวิตของคนเรา ไม่แปลกที่เราจะเดินนอกลู่นอกทาง แต่เมื่อรู้ตัวแล้ว ให้พยายามหาทางกลับมาที่ที่เราควรจะเป็น และทำให้ดี สละเวลาของเราให้เวลาของเรากับพระเยอะๆ เปลี่ยนจากการออนไลน์กับข่าวสารบ้านเมืองหรือ ซีรี่ส์ มาเป็นออนไลน์กับพระเจ้าแทน ดีกว่านะคะ ว่าไม๊

ขอพระเจ้าอวยพรพี่น้องทุกท่าน
KC

วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

อย่าพิพากษาเขา แล้วพวกท่านจะไม่ถูกพิพากษา



อย่าเพ่งสายตามองหาความผิดของผู้อื่น แต่จงค้นหาในตัวเองจะดีกว่า 
"อย่าพิพากษาเขา แล้วพวกท่านจะไม่ถูกพิพากษา อย่าตัดสินลงโทษเขา แล้วพวกท่านจะไม่ถูกตัดสินลงโทษ จงยกโทษให้เขา แล้วพวกท่านจะได้รับการยกโทษ" (ลก.6:37)

ชีวิตนั้น ... ถ้าเรามองดูมันโดยไม่รู้ค่า มันก็จะเป็นเช่นหินหยาบ ถ้าเราไม่ขัดไม่เกลามัน มันก็จะไร้ค่า เป็นเช่นหินสะดุด!

อย่าเพ่งสายตามองหาความผิดของผู้อื่น แต่จงค้นหาในตัวเองจะดีกว่า อย่ามองหา ‘ผง’ ในตาเขา โดยไม่ใส่ใจ ‘ไม้ทั้งท่อน’ ในตาตน (ลก.6:41-42) จริงอยู่ บางคนก็เป็นเช่นหินนี้ ... แต่เราจะเปลี่ยนหินหยาบไม่ได้ ตราบใดที่ใจเราก็ยังหยาบอยู่ ความรักขัดความเกลียด เช่นความสว่างขับไล่ความมืดได้ ความรักนอกจากจะขจัดความกลัวก็ยังสามารถขับไล่ความเกลียดได้ด้วย (1ยน.4:18) ... รักคนที่รักเราจะแปลกอะไร คนชั่วเขาก็ทำกันได้...มิใช่หรือ? (ลก.6:31-34) แต่ถ้ารักคนที่เกลียดเรา ยื่นน้ำให้คนที่ทำร้ายเรา พระคำของพระเจ้า ได้ตกแต่งคนมากมายให้มีใจสะอาด เราไม่อาจชนะโลกด้วยวิถีอย่างโลก...ไม่อาจชนะใจคนด้วยความเกลียด หรือเปลี่ยนแปลงใครด้วยการแก้แค้น (รม.12:17-21)

"แต่ว่าถ้าศัตรูของท่านหิว จงให้อาหารเขารับประทาน ถ้าเขากระหายน้ำก็จงให้น้ำดื่ม เพราะว่าการทำเช่นนั้น จะทำให้เขารู้สึกตัวและกลับมาคืนดี" (รม.12:20)

พระวจนะบอกเราว่า ;
- "เราจะสามารถตะลุยกองทัพใหญ่มากมายได้" (สดด.18:29ก.) ... แล้วทำไมปัญหาที่ขวางทางข้างหน้านี้ เราจะตะลุยไปต่อไม่ได้ เพราะพระเจ้าทรงเชี่ยวชาญในการทำสิ่งที่เหนือธรรมชาติ และเปลี่ยนสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ทั้งสิ้น
- "เราจะสามารถกระโดดข้ามกำแพงได้" (สดด.18:29ข.) ... แล้วทำไมเรามาสะดุดกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น นั้นเพราะเราให้ 'ความรู้สึกส่วนตัวของเราใหญ่กว่า' ทำให้สะดุดง่ายๆ แต่พระคำบอกว่า "ความรักนั้นใหญ่ที่สุด ... และไม่มีความผิดใดที่ความรักจะให้อภัยไม่ได้!" (1คร.13:13, สภษ.10:12, 1ปต.4:8)

โดยการพึ่งพากำลังจากพระเจ้า ... เราสามารถทำได้ทุกสิ่ง (2ซมอ.22:30, สดด.108:13-14, ลก.1:37, 1คร.13:13, ฟป.4:13)

"มีฤดูกาลสำหรับทุกสิ่ง และมีวาระสำหรับเรื่องราวทุกอย่างภายใต้ฟ้าสวรรค์ มีวาระเกิด และวาระตาย มีวาระปลูก และวาระถอนสิ่งที่ปลูกทิ้ง มีวาระฆ่า และวาระรักษาให้หาย มีวาระรื้อทลายลง และวาระก่อสร้างขึ้น มีวาระร้องไห้ และวาระหัวเราะ มีวาระไว้ทุกข์ และวาระเต้นรำ มีวาระโยนหินทิ้ง และมีวาระเก็บรวบรวมหิน มีวาระสวมกอด และวาระงดเว้นการสวมกอด มีวาระแสวงหา และวาระทำหาย วาระเก็บรักษาไว้ และวาระโยนทิ้งไป มีวาระฉีกขาด และวาระเย็บ วาระนิ่งเงียบ และวาระพูด มีวาระรัก และวาระเกลียด วาระสงคราม และวาระสันติ" (ปญจ.3:1-9)

มองไปข้างหน้าสิ ... เชิดคอให้ตั้งตรงด้วยความหวัง อย่าให้ความตั้งใจของเราดับลงหรือริบหรี่ไป คาดความหวังไว้ให้มั่นที่บั้นเอว ตั้งความฝันให้สูงไว้ แม้มีอุปสรรคก็อย่าท้อที่จะเดินหน้าต่อไป “วันนี้เราได้แค่ไหนแล้ว ก็จงมุ่งตรงตามนั้นต่อไป” (ฟป.3:16) พระคัมภีร์เขียนไว้ เหมือนแสงจากประภาคารที่ส่องสว่าง เพื่อนำทางให้คนสู้ชีวิต ... เพื่อเขาจะได้รู้ว่า ... พระเจ้ามีหนทางให้กับคนที่มีความเชื่อเสมอ!

ดูสิ ทะเลแดงก็เปิดได้ น้ำได้ไหลออกมาจากหินให้ชนชาติของพระเจ้าดื่มฉันใด (อพย.14:21-22, กดว.20:11, สดด.78:20) จงอย่าขาดความเชื่อศรัทธา และจงอย่าเป็นคนที่ไม่สู้ “ขอเป็นกำลังใจให้นะ...คนที่ไม่ยอมแพ้”

เราจะเชื่อว่า 'เราจะชนะ' โดยพระเจ้าสัญญาว่า "จงเข้มแข็งและกล้าหาญเถิด อย่ากลัวหรือครั่นคร้ามเขาเลย เพราะว่าผู้ที่ไปกับท่านคือพระยาห์เวห์พระเจ้าของท่าน พระองค์จะไม่ทรงปล่อยท่านให้ล้มเหลวหรือทอดทิ้งท่าน" (ฉธบ.31:6)

ขอพระเจ้าอวยพระพรและเสริมกำลัง
Ps.เนตรศักดิ์ ใสรังกา

ไม่ว่าที่ใด ไม่ว่าที่ไหน ต่างคนต่างจิตใจ ต่างคนต่างความคิด เราไม่สามารถห้ามความคิดของใครได้ ใครจะคิดอย่างไรกับเราก็ช่างเขา

แต่เราไม่มีสิทธิ์ "ตัดสินคนอื่น" ไม่มีสิทธิ์ "ห้ามความคิดคนอื่น" อย่าตัดสินคนอื่นเพราะคิดเองฝ่ายเดียว โดยที่ไม่ถาม ไม่คุย

ในมุมๆหนึ่ง อาจมีคนๆนึงที่คุณมองว่าเค้าร้ายกาจ เลยตัดสินเค้าว่าเค้า ไม่ดี ไม่ช่วย เห็นแก่ตัว ไม่ชอบเรา แต่ที่จริงแล้ว คนๆ นั้นกลับเป็นคนที่พร้อมช่วยเหลือคุณเสมอ

แต่บางคนอาจยิ้ม หรือ ทักทายคุณ ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ แต่แท้ที่จริงแล้ว มีอะไรที่แฝงอยู่ หรือพร้อมที่จะทำร้ายคุณ "อย่าตัดสินคนอื่น ถ้ายังไม่รู้จักเค้าดีพอ"

บางครั้งสิ่งที่เราเห็น อาจจะไม่เป็นอย่างที่เราคิด ฉะนั้นระวังอย่าติดสินคนอื่นจากความรู้สึกส่วนตัว!

สิ่งที่น่ากลัวกว่าสถานการณ์ตรงหน้าคือ 'การคิดไปเอง' ของตัวเราเอง ... พระคำจึงสอนเราว่า "จงไวในการฟัง ช้าในการพูด และช้าในการโกรธ [ตัดสิน]" (ยก.1:19) และ "อย่าตัดสินสิ่งใดก่อนถึงเวลา จงคอยจนกว่าองค์พระผู้เป็นเจ้าเสด็จมา พระองค์จะทรงเปิดเผยสิ่งที่ซ่อนอยู่ในความมืด และจะทรงเผยความมุ่งหมายของจิตใจทั้งหลาย เมื่อนั้นแต่ละคนจะได้รับคำชมเชยจากพระเจ้า" (1คร.4:5)

พระเจ้าไม่ได้สัญญาที่จะให้วันเวลาที่ปราศจากความเจ็บปวด เสียงหัวเราะที่ปราศจากความเศร้าเสียใจ แสงอาทิตย์ที่สดใสโดยปราศจากท้องฟ้าที่มืดมิดมีพายุที่ฝนพรำ ... แต่พระองค์สัญญาว่า จะประทานความเข้มแข็งในแต่ละวัน การปลอบโยนเมื่อมีคราบน้ำตา และมีแสงสว่างเพื่อจะนำทางชีวิตของเรา! ... จำไว้เสมอว่า "หูที่ฟังพระสุรเสียงของพระเจ้าจะไม่โต้เถียงกับพระวจนะของพระองค์"

อย่าลืมพระสัญญา "ถ้าเราเชื่อ เราจะได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า" (ยน.11:40)



วันอังคารที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

อย่า​เปรียบ​เทียบ​ตัว​คุณ​กับ​คน​อื่น



อย่า​เปรียบ​เทียบ​ตัว​คุณ​กับ​คน​อื่น

คัมภีร์​ไบเบิล​สอน​อย่าง​ไร? แต่​ละ​คน​ควร​สำรวจ​การ​กระทำ​ของ​ตน​เอง​จึง​จะ​มี​ข้อ​ภาคภูมิ​ใจ​ใน​ตัว​เอง​โดย​ไม่​ต้อง​เอา​ตัว​ไป​เปรียบ​เทียบ​กับ​คน​อื่น.”—กาลาเทีย 6:4, ฉบับ​อมตธรรม​ร่วม​สมัย

ปัญหา​คือ​อะไร? เรา​มัก​จะ​เอา​ตัว​ไป​เปรียบ​เทียบ​กับ​คน​อื่น บาง​ครั้ง​ก็​เปรียบ​เทียบ​กับ​คน​ที่​ด้อย​กว่า​และ​บ่อย​ครั้ง​ก็​เปรียบ​เทียบ​กับ​คน​ที่​แข็งแรง​กว่า รวย​กว่า หรือ​เก่ง​กว่า​เรา. แต่​ไม่​ว่า​จะ​เปรียบ​เทียบ​อย่าง​ไร​ก็​ไม่​เป็น​ผล​ดี​ทั้ง​นั้น. เรา​มัก​จะ​เข้าใจ​ผิด ๆ ว่า​ค่า​ของ​คน​อยู่​ที่​สิ่ง​ที่​เขา​มี​หรือ​สิ่ง​ที่​เขา​ทำ​ได้. นอก​จาก​นั้น เรา​อาจ​ทำ​ให้​คน​อื่น​เกิด​ความ​อิจฉา​หรือ​รู้สึก​อยาก​แข่งขัน​กับ​เรา.—ท่าน​ผู้​ประกาศ 4:4

คุณ​จะ​ทำ​อย่าง​ไร? ขอ​ให้​พยายาม​มอง​ดู​ตัว​เอง​เหมือน​ที่​พระเจ้า​มอง. จง​ยอม​ให้​ทัศนะ​ของ​พระเจ้า​โน้ม​นำ​จิตใจ​คุณ​ให้​มอง​เห็น​ค่า​ของ​ตัว​เอง. “มนุษย์​ดู​ที่​รูป​ร่าง​ภาย​นอก​แต่​พระเจ้า​ทอด​พระ​เนตร​จิตใจ.” (1 ซามูเอล 16:7, ฉบับ R​73) พระ​ยะโฮวา* ไม่​ได้​ประเมิน​ค่า​ตัว​คุณ​โดย​เอา​คุณ​ไป​เปรียบ​เทียบ​กับ​คน​อื่น แต่​พระองค์​ทรง​อ่าน​หัวใจ​คุณ​หรือ​ตรวจ​ดู​ความ​คิด ความ​รู้สึก และ​เจตนา​ของ​คุณ. (ฮีบรู 4:12, 13) พระ​ยะโฮวา​ทรง​เข้าใจ​ข้อ​จำกัด​ของ​คุณ​และ​อยาก​ให้​คุณ​ยอม​รับ​ข้อ​จำกัด​เหล่า​นั้น​ด้วย. ถ้า​คุณ​ประเมิน​ค่า​ตัว​เอง​โดย​การ​เปรียบ​เทียบ​กับ​คน​อื่น สุด​ท้าย​คุณ​ก็​จะ​เป็น​คน​ที่​หยิ่ง​ยโส​หรือ​ไม่​ก็​กลาย​เป็น​คน​ที่​หา​ความ​สุข​ความ​พอ​ใจ​ไม่​ได้​เลย. ดัง​นั้น จง​ถ่อม​ใจ​ยอม​รับ​ว่า​คุณ​ไม่​ได้​เก่ง​หรือ​ดี​ไป​เสีย​ทุก​เรื่อง.—สุภาษิต 11:2

คุณ​ต้อง​ทำ​อะไร​เพื่อ​จะ​มี​ค่า​ใน​สาย​พระ​เนตร​ของ​พระเจ้า? พระองค์​ดล​ใจ​ผู้​พยากรณ์​มีคา​ให้​เขียน​ว่า “โอ มนุษย์​เอ๋ย พระองค์​ทรง​สำแดง​แก่​เจ้า​แล้ว​ว่า​อะไร​ดี และ​พระ​เยโฮวาห์​ทรง​มี​พระ​ประสงค์​อะไร​จาก​เจ้า นอก​จาก​ให้​กระทำ​ความ​ยุติธรรม และ​รัก​ความ​เมตตา และ​ดำเนิน​ด้วย​ความ​ถ่อม​ใจ​ไป​กับ​พระเจ้า​ของ​เจ้า.” (มีคา 6:8, ฉบับ​แปล​คิงเจมส์) ถ้า​คุณ​ทำ​ตาม​คำ​แนะ​นำ​นี้​พระเจ้า​จะ​ใฝ่​พระทัย​คุณ. (1 เปโตร 5:6, 7) จะ​มี​อะไร​ที่​ทำ​ให้​พึง​พอ​ใจ​กับ​ชีวิต​ได้​มาก​ไป​กว่า​นี้​อีก​หรือ?
ข้อมูลจาก wol.jw.org

เราหยุดเปรียบเทียบตัวเองกันคนอื่นๆ เพราะว่าพระเจ้าทำเราให้ ‘ดี’ ตามแบบที่พระองค์สร้างให้เราเป็น!

“พระยาห์เวห์จอมทัพพระเจ้าของอิสราเอลตรัสดังนี้ว่า จงซ่อมทางและการกระทำของเจ้าเสีย และเราจะให้เจ้าอาศัยอยู่ในสถานที่นี้” (ยรม.7:3)

ทุกๆครั้งที่มองเห็นความผิดพลาดของคนอื่น ... จงให้อภัยและคงความรักกับเขาไว้เช่นเคย (2คร.2:8, คส.2:13)
ทุกๆครั้งที่ตัวเองทำสิ่งที่ผิดพลาด ... จงสารภาพบาปและรับแก้ไข เพราะว่าทรงรัก และทรงให้อภัยทุกการล่วงละเมิดของเราได้ (สภษ.10:12ข.)

อย่าให้ ‘เรื่อง [ผิด] ที่เกิดขึ้น’ สำคัญกว่า ‘เขาที่มี’ ตรงหน้า (ลก.15:31-32)

อย่าให้ ‘ความรู้’ พระคัมภีร์ สำคัญกว่า ‘ความรัก’ ที่สำแดงออกผ่าน ‘การยกโทษ’ (ลก.17:4)

อย่าให้ ‘การคิดมาก’ ทำให้เสียเวลาที่มีค่าสำหรับ ‘การอธิษฐาน’ (สดด.32:6-7)

อย่าให้ ‘ความรู้สึก’ นำให้เราให้ต้องทำตามอารมณ์ ... แต่จงทำตามน้ำพระทัย (กดว.20:10-12)

จำไว้ว่าทุกคนสามารถผิดพลาดกันได้ จงอย่ากล่าวโทษตัวเอง แต่จงใช้ชีวิตให้ ‘คุ้มค่า’ กับการเสียสละของพระเยซูคริสต์เพื่อเรา (2คร.13:4, ฮบ.12:3)

อย่าให้คุณค่ากับ ‘ความสำเร็จ’ สำคัญมากกว่า ‘น้ำพระทัย’ เพราะว่าพระเจ้าไม่ได้วัดคนที่ ‘ตำแหน่ง’ แต่วัดคนที่ใจว่า ‘รักและยอมจำนน’ ต่อพระองค์แค่ไหน? (ลก.21:2-4)

จำไว้ คนส่วนมากแสวงหาความรู้เพื่อพัฒนาตนเอง แต่เราคนของพระเจ้าแสวงหาน้ำพระทัยเพื่อพัฒนาจิตวิญญาณของเราให้มีความเชื่อเข้มแข็งขึ้น (กจ.17:11)

ระวัง ‘อย่าหลงผิด’ ให้ความสำคัญกับ ‘สิ่งที่มองเห็น’ มากกว่า เพราะว่า “พระเจ้าทรงทำให้สิ่งที่มองเห็นเกิดจากสิ่งที่มองไม่เห็น” (ฮบ.11:3)

ระวัง ‘อย่าหลงทาง’ ให้ความสำคัญกับ ‘สิ่งที่โลกให้’ เพราะว่า “โลกและสิ่งยั่วยวนของโลกกำลังผ่านพ้นไป แต่คนที่ประพฤติตามพระทัยของพระเจ้าจะดำรงอยู่เป็นนิตย์” (1ยน.2:17)

ระวัง ‘อย่าหลงเชื่อ’ คำมุสาของมารที่เอา ‘สิ่งถูกใจ’ มาล่อลวง แต่จงเชื่อฟังและเลือกทำสิ่งที่ถูกต้องน้ำพระทัยพระเจ้า เพราะว่า “ถ้าพวกเจ้าเต็มใจและเชื่อฟัง เจ้าจะได้กินผลดีแห่งแผ่นดิน” (อสย.1:19)

ระวัง ‘อย่าหลงตัวเอง’ ว่าเราดี เราแน่ เราเก่ง เราสุดยอด มันเป็น ‘อีโก้’ ที่จะทำให้เราเย่อหยิ่งแล้วเลยเป็น ‘ศัตรู’ ของพระเจ้า เพราะทุกสิ่งที่เรามี ‘ล้วนพระเจ้าประทาน’ และทุกอย่างที่เราเป็นก็ ‘ล้วนโดยพระองค์’ จงถ่อมและสุภาพ (1พศด.29:14, สดด.18:32-36, รม.11:20-22, ฟป.4:5) เพราะว่า “ประทานพระคุณแก่คนที่ถ่อมใจ แล้วพระองค์จะยกชูเราขึ้น” (ยก.4:6, 10)

ไม่ว่าจะอย่างไร ... ชีวิตของเราเป็นของพระเจ้า ก็จงใช้ ‘เพื่อพระองค์’ เพื่อให้ “ทุกคนได้สรรเสริญพระเจ้าก็เพราะเรา” (กท.1:24) จงยอมให้พระวิญญาณฯปลูกสิ่งที่เป็นของพระองค์ในเรา จนทำให้เรามีใจปรารถนาจะทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อพระองค์ (ยน.15:4-8, ฟป.1:21, ยก.1:21) แล้วชีวิตของเราจะจบลงด้วยดีในทุกๆวัน (สดด.127:2)
ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่าน
แบ่งปันBy.เนตรศักดิ์ ใสรังกา

ระวังความคิด
1. อย่าเอาตัวไปเปรียบเทียบใคร
2. อย่าเอาตนเองเป็นมาตฐาน
3. อย่าคิดร้ายต่อผู้อื่น
4. อย่าหวังว่าทุกคนต้องเข้าใจเรา
5. อย่าคิดแข่งขันกับใคร
6. อย่าอิจฉาใครจงให้เขาเป็นที่ท้าทาย
7. อย่าหมกมุ่นแต่ความผิดของผู้อื่น
#เรียนรู้ที่จะไม่คิดบางเรื่องไม่พูดไม่บ่นบางเรื่องแล้วชีวิตจะสงบสุข

- -สุภาษิต 27:19 ในน้ำ คนเห็นหน้าคนฉันใด
ความคิดของคนก็ส่อคนฉันนั้น- -

อย่าอิจฉาใครเลย

1. ให้มองหาส่วนที่ดีที่สุดในเรา
2. ทุกคนย่อมมีจุดแย่ แต่เราไม่รู้
3. เราเป็นเราง่ายที่สุด สุขที่สุด
4. เลิกเปรียบเทียบกับคนเด่นกว่า
5. ลองคิดถึงคนที่ด้อยกว่าเรา เขายังอยู่ได้เลย
#ความสุขแท้เมื่อเราภูมิใจจุดแข็งและแก้ไขจุดอ่อนไปพร้อมๆกัน

- -กาลาเทีย 6:4 -5 ทุกคนจงสำรวจการกระทำของตนเอง จึงจะมีอะไรๆที่จะอวดได้ในตัวไม่ใช่เปรียบกับผู้อื่น เพราะว่าทุกคนต้องรับภาระของตัวเอง- -

ข้อมูลจากเพจเรียนพระคัมภีร์ ออนไลน์ กับ เจริญ ยธิกุล


เหตุใดเราจึงมีความทุกข์ยาก



เหตุใดเราจึงมีความทุกข์ยาก
ส่วนหนึ่งของแผนพระบิดาบนสวรรค์คือ เราต้องประสบความทุกข์ยากในช่วงความเป็นมรรตัย ในบางกรณี ความทุกข์ยากเป็นผลจากการเลือกที่ไม่ดีของเราหรือของผู้อื่น การทดลองอื่นๆ เป็นเพียงเรื่องปกติธรรมดาของประสบการณ์มรรตัยของเรา แม้ว่าความทุกข์ยากไม่ใช่เรื่องง่าย แต่การท้าทายต่างๆ สามารถช่วยให้เราเติบโตทางวิญญาณและเป็นเหมือนพระเยซูคริสต์มากขึ้นได้

ความยากลำบากเป็นส่วนหนึ่งในแผนของพระผู้เป็นเจ้าเพื่อความเจริญก้าวหน้านิรันดร์ของเรา
“ความยุ่งยากของชีวิต ทำให้เรารู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน ขัดเกลาเรา สอนเรา และเป็นพรแก่เรา สิ่งเหล่านั้นสามารถเป็นเครื่องมืออันทรงพลังในพระหัตถ์ของพระผู้เป็นเจ้าเพื่อทำให้เราเป็นคนดีขึ้น” ทำให้เราสำนึกคุณมากขึ้น รักมากขึ้น เห็นอกเห็นใจผู้อื่นมากขึ้นในยามยากลำบากของพวกเขา

ในเวลาต่างกันในชีวิตเรา อาจจะมีหลายครั้งในชีวิตเรา ที่เราต้องยอมรับว่าพระผู้เป็นเจ้าทรงรู้สิ่งที่เราไม่รู้และทรงเห็นสิ่งที่เราไม่เห็น “เพราะความคิดของเราไม่ใช่ความคิดของเจ้า และทางของพวกเจ้าก็ไม่ใช่ทางของเรา พระยาห์เวห์ตรัสดังนี้แหละ” (อิสยาห์ 55:8)

ถ้าท่านมีเรื่องทุกข์ใจที่บ้านกับลูกที่หลงผิด ถ้าท่านประสบความผันผวนทางการเงินและความตึงเครียดทางอารมณ์ที่คุกคามครอบครัวและความสุขของท่าน ถ้าท่านต้องพบการสูญเสียชีวิตหรือสุขภาพ ขอให้สันติสุขมาสู่จิตวิญญาณท่าน เราจะไม่ถูกล่อลวงเกินกว่าที่เราจะต้านทานได้ [ดู 1 โครินธ์ 10:13; แอลมา 13:28; 34:39] ทางที่ไม่คาดคิดและความผิดหวังของเราเป็นทางตรงและแคบไปหาพระองค์6


"ความยากลำบากเป็นเรื่องปกติ"
เราเคยเหนื่อยจนคิดจะยอมแพ้ไหม?
เราเคยเบื่อมากจนคิดจะวางมือไหม?
เราเคยท้อจนคิดจะปล่อยวาง หันหลังกลับไหม?
เราเคยคิดว่า เพราะร่างกายแบบนี้ไม่สมประกอบ เรียนมาน้อย ต้นทุนชีวิตน้อย เงินมีน้อย ... คงทำได้แค่นี้แล้วคิดจะหยุดไหม?

"เมื่อข้าพเจ้าได้คิดว่า 'เท้าของข้าพลาด' ข้าแต่พระยาห์เวห์ ความรักมั่นคงของพระองค์ค้ำจุนข้าพระองค์ไว้ เมื่อความกังวลมีมากในใจข้าพระองค์ การปลอบโยนของพระองค์ก็ทำให้จิตใจข้าพระองค์ปีติยินดี" (สดด.94:18-19)
ไม่สำคัญว่าถนนสายนี้จะยาวไกลแค่ไหน ... แต่สำคัญใครร่วมเส้นทางไปกับเรา และเราเดินทางไปอย่างไร? และแน่นอนพระเจ้าทรงสถิตและไปกับเราทุกนาที ก้าวต่อก้าว เรามั่นใจเราจะสามารถไปได้จนถึงเป้าหมาย เพราะเรามีพระเจ้าคอยเสริมกำลัง ... เพราะพระเจ้าเปลี่ยน 'นกกระจิ๊บ' ให้กลายเป็น 'นกอินทรี' ได้ ...! เพราะพระเจ้าจะให้เราลิ้มรสความล้มเหลว แต่จะไม่ปล่อยให้เราแช่นาน เพราะนั้นคือ 'ความล้มจม' แต่จะทรงนำเราไปจนถึงความสำเร็จและเกิดผลเป็นอย่างดีแน่นอน ... นั้นคือ แผนงานและพระประสงค์ที่แท้จริงของพระเจ้าสำหรับทุกชีวิตที่เชื่อในพระนามพระองค์ (ฉธบ.31:6-8, ยชว.1:6-9, 1พศด.28:20, สดด.1:3, มธ.28:20, ฟป.4:13)

อย่าลืม 'อีกครั้ง' ... พระเจ้าให้คำๆนี้กับเรา เมื่อไรที่เราล้มเหลว อย่าท้อ จงเริ่มต้นใหม่ 'อีกครั้ง' และ 'อีกครั้ง' และ 'อีกครั้ง' ....ๆๆๆๆ จนกว่าจะ 'สำเร็จ' เพราะนั้นคือรางวัลของคนที่ไม่ยอมแพ้ และเขามีความเชื่อ + พระเจ้าคอยเสริมกำลัง = ทุกสิ่งจึงสามารถจะเป็นไปได้ทั้งสิ้น
Ps.เนตรศักดิ์ ใสรังกา

ความทุกข์ยากลำบาก
1. จะสร้างความอดทนให้แก่คุณ
2. จะสร้างชีวิตให้แข็งแกร่ง
3. จะทำให้เข้าใจผู้อื่น
4. จะเป็นการพิสูจน์ความเติบโตด้านจิตใจ
5. อะไรที่ได้มาง่ายๆมักมีค่าน้อยกว่าได้มาโดยยากลำบาก
6. ความสบายสร้างนิสัยไม่ได้แต่ความลำบากสร้างคนให้เข้มแข็ง
#อย่าบ่นเมื่อลำบากแต่ให้คิดเพื่อหาทางแก้ไข

- -ยากอบ 1:3-4 เพราะท่านทั้งหลายรู้ว่า
การทดลองความเชื่อของท่านนั้น
ทำให้เกิดความหนักแน่นมั่นคง
และจงให้ความมั่นคงนั้นบรรลุผลอันสมบูรณ์
เพื่อท่านทั้งหลายจะได้เป็นคนที่ดีพร้อม
มีคุณสมบัติครบถ้วน ไม่มีสิ่งใดบกพร่องเลย- -
ข้อมูลจาก เพจเรียนพระคัมภีร์ ออนไลน์ กับ เจริญ ยธิกุล

ก่อนจากกันไป มาดูความหมายของคำว่า มรรตัย (ความเป็น) กันก่อนนะคะ
ดู การตกของอาดัมและเอวา; ความตาย, ทางร่างกาย; ร่างกาย; โลก ด้วย

เวลานับแต่การเกิดจนถึงความตายทางร่างกาย. บางครั้งเรียกว่าสถานะที่สอง.

ในวันใดที่เจ้าขืนกินเจ้าจะต้องตายแน่, ปฐก. ๒:๑๖–๑๗ (โมเสส ๓:๑๖–๑๗).

เมื่อเสียชีวิต วิญญาณจะกลับไปหาพระผู้เป็นเจ้าและร่างกายกลับไปเป็นดินอย่างเดิม, ปญจ. ๑๒:๗ (ปฐก. ๓:๑๙; โมเสส ๔:๒๕).

อย่าให้บาปครอบงำกายที่ต้องตายของท่าน, รม. ๖:๑๒.

สภาพมตะนี้ต้องสวมสภาพอมตะ, ๑ คร. ๑๕:๕๓ (อีนัส ๑:๒๗; โมไซยาห์ ๑๖:๑๐; มอร. ๖:๒๑).

สภาพของมนุษย์กลายเป็นสภาพของการทดลอง, ๒ นี. ๒:๒๑ (แอลมา ๑๒:๒๔; ๔๒:๑๐).

อาดัมตกเพื่อมนุษย์จะเป็นอยู่, ๒ นี. ๒:๒๕.

ท่านตั้งตารอและมองดูร่างกายแห่งมรรตัยนี้ทรงยกขึ้นไปสู่ความเป็นอมตะหรือไม่ ? แอลมา ๕:๑๕.

ชีวิตนี้เป็นเวลาเตรียมพบพระผู้เป็นเจ้า, แอลมา ๓๔:๓๒.

อย่ากลัวความตายเลย, เพราะในโลกนี้ปีติของเจ้าไม่บริบูรณ์, คพ. ๑๐๑:๓๖.

คนที่รักษาสถานะที่สองจะมีรัศมีภาพ, อับรา. ๓:๒๖.

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

สำหรับคริสเตียนแท้แล้ว ... ปัญหามิใช่วิกฤต หากแต่คือโอกาสที่เราจะฝึกฝนความเชื่อ เพื่อจะได้เห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า

คริสเตียน ... ไม่มีวิกฤต มีแต่โอกาส

คริสเตียน ... ไม่มีบ่น มีแต่ขอบพระคุณ ... ในทุกกรณี เพราะนี่คือพระประสงค์ของพระเจ้าสำหรับชีวิตเรา (1ธส.5:18)

คริสเตียน ... ไม่มีกลุ้ม มีแต่เชื่อวางใจ เพราะไม่มีอะไรจะขัดขวาง หรือทำอันตรายเราได้ (ลก.10:19)

คริสเตียน ... ไม่มีกลัว มีแต่ยิ่งรัก เพื่อให้รักขจัดความกลัวจากใจ (1ยน.4:18)

คริสเตียน ... ไม่เหงา มีแต่ความชื่นชมยินดี เพราะเรารู้ค่าของชีวิต เราจึงใช้ชีวิตให้คุ้มสมกับที่พระคริสต์ตายเพื่อไถ่บาปเรา (ฟป.4:4, 2คร.5:9)

คริสเตียน ... ไม่เคยถอดใจ มีแต่จะสวมหัวใจให้เข้มแข็งและกล้าหาญ เพราะโกลิอัทไม่ใหญ่เท่าพระเจ้าในใจของดาวิด ดาวิดจึงคว่ำโกลิอัทได้ (1ซมอ.17:41-49) ฉะนั้น ก็ไม่มีปัญหาใดใหญ่กว่าพระเจ้าของเรา โดยความเชื่อเราจะคว่ำทุกปัญหาได้แน่เช่นกัน!

คริสเตียน ... ไม่สนว่าจะพร้อมไหม แต่สำคัญว่าวันนี้เราจะรับใช้ ทำเพื่อใคร ... พระเจ้าหรือตัวเอง เราทำเพื่อใคร เราก็จะรักผู้นั้นมากกว่า แต่เราจะทำทุกสิ่งเพื่อพระเจ้า ก็เพราะเรารักพระเจ้ามากกว่า (กจ.20:22-24)

ฉะนั้น ... การข่มเหงในวันนี้ ก็แค่เป็นการกระตุ้นให้เราต้องถ่อมใจให้มากขึ้น ... จงชื่นใจเถิด ก้าวต่อไป เพราะผู้ที่สัญญาว่าจะไปกับเราในทุกหนแห่ง คือ พระเจ้าทรงสถิตอยู่ด้วย "องค์อิมมานูเอล" (มธ.1:23, 5:11-12)

"ขอให้พระสิริจงมีแด่พระเจ้าในที่สูงสุด ส่วนบนแผ่นดินโลกสันติสุขจงมีท่ามกลางทุกๆคนที่พระเจ้าทรงโปรดปรานนั้น" (ลก.2:14)

จำไว้ ... พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่มากกว่าสถานการณ์ที่เรากำลังเผชิญ เพราะว่า “พระองค์ทรงทำได้ทุกสิ่ง” (โยบ 42:2)
แบ่งปันBy.เนตรศักดิ์ ใสรังกา

ข้อคิดหนุนใจประจำวัน ทำไมการเชื่อฟังจึงเหนือกว่าอารมณ์เสมอ

  คุณไม่จำเป็นต้องรอจนกว่าทุกอย่างจะดูสมบูรณ์แบบหรือรอให้ มี อารมณ์รู้สึกตื่นเต้นกระตือรือร้นเสียก่อนจึงจะเชื่อฟังพระเจ้า จงลงมือทำตามที่พระ...