วันศุกร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2563

ความเชื่อและพระคุณ

 


ความเชื่อและพระคุณ

8เพราะว่าท่านทั้งหลายได้รับความรอดแล้วด้วยพระคุณโดยทางความเชื่อ ความรอดนี้ไม่ใช่มาจากตัวท่าน แต่เป็นของประทานจากพระเจ้า 9ไม่ใช่มาจากการกระทำ เพื่อไม่ให้ใครอวดได้

เอเฟซัส 2: 8-9

การทำความดี ไม่มีวันช่วยให้เรารอด (จากบึงไฟนรก) และนำพาพวกเราไปสวรรค์ได้ พระคุณของพระเจ้าเป็นสิ่งที่พระองค์ตั้งใจมอบให้เป็นของขวัญกับพวกเราทุกคนที่เชื่อวางใจในองค์พระเยซูคริสต์  หลายคนยึดติดกับการรักษาศีล พิธีกรรมทางศาสนา และการทำความดี หวังสร้างความชอบธรรมของตัวเองขึ้นมาผ่านทางกิจกรรมเหล่านี้ พระคัมภีร์ โรม 11:6 บอกอย่างชัดเจนว่า ความรอดที่มาถึงพวกเราทุกคนได้นั้น ก็เพราะพระคุณของพระเจ้า ไม่ใช่เพราะการทำความดีของพวกเราเอง

นอกจากนี้พระคัมภีร์ โรม 3:8 สรุปว่า เราทุกคนเป็นผู้ที่ชอบธรรมแล้วโดยผ่านความเชื่อ

 การพยายามหาหนทางไปสวรรค์ด้วยตัวเอง อาจไม่ใช่ทางออกที่ดีนัก หลายคนเชื่อว่าการสะสมความดีไว้มากๆจะช่วยให้เขาได้ไปสวรรค์ แต่ลึกๆแล้วเราต่างรู้ดีว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่การทำความดีน้อยเกินไป แต่อยู่ที่การทำความบาปมากเกินไปต่างหาก และการเลิกทำบาปที่เราทำมาตลอดชีวิตนั้น...ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย! เมื่อเราไม่สามารถเลิกทำบาปได้ นั่นแปลว่า เราต้องรับผลที่ตามมาของบาปทั้งหมดที่ทำลงไป ทั้งในโลกนี้และโลกหน้า..ด้วยเหตุนี้เอง พระเยซูคริสต์จึงได้เสด็จมาเพื่อช่วยทำในสิ่งที่เกินกำลังของเรา นั่นคือการเอาชนะความบาปและมอบความหวังให้กับมนุษย์ทุกคนที่เชื่อวางใจ ปลายทางของผู้ที่ยอมรับการช่วยเหลือของพระองค์จึงไม่ใช่การลงโทษอีกต่อไป แต่เป็นความสุขชั่วนิรันดร์ที่เริ่มต้นได้...ตั้งแต่วันนี้!

 ขอขอบคุณ บทความหนุนใจจาก

 youngtimothy.blog

thaiodb.org

คำอธิษฐานก่อให้เกิดความอดทนและความหวัง

 


คำอธิษฐานก่อให้เกิดความอดทนและความหวัง

3ยิ่งกว่านั้น เราก็ชื่นชมยินดีในความทุกข์ยากด้วย เพราะเรารู้ว่าความทุกข์ยากนั้น ทำให้เกิดความทรหดอดทน 4และความทรหดอดทนทำให้เห็นว่าเราเป็นคนที่พระเจ้าทรงใช้ได้ และการที่เป็นเช่นนั้นทำให้มีความหวัง

โรม 5: 3-4

การพูดว่า "อย่ากังวลไปเลย" อาจฟังดูง่าย แต่การจะทำเช่นนั้นได้จริงต้องอาศัยประสบการณ์กับความซื่อสัตย์ของพระเจ้า เพราะเมื่อเราไว้วางใจพระเจ้า เราจะได้เห็นและสัมผัสกับความซื่อสัตย์ของพระองค์ในชีวิตของเรา มันทำจะให้เรามีความมั่นใจอย่างมากที่จะดำเนินชีวิตโดยปราศจากความกังวลความกลัวและความวิตกกังวล

 นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องมีศรัทธาและไว้วางใจในพระเจ้าท่ามกลางการทดลองและความทุกข์ยาก ด้วยความช่วยเหลือจากพระเจ้าเราสามารถต้านทานการล่อลวง  ด้วยความเชื่อนี้เองที่จะทำให้เราแน่วแน่ไม่ยอมแพ้และหมดหวังเมื่อต้องเจอการทดลอง พระเจ้าทรงใช้ช่วงเวลาที่ยากลำบากเหล่านั้นเพื่อสร้างความอดทนอดกลั้นและอุปนิสัยในตัวเราซึ่งจะก่อให้เกิดนิสัยแห่งความหวัง ความชื่นชมยินดีและมั่นใจในที่สุด

จำไว้เสมอว่าเมื่อคุณอยู่ในการต่อสู้คุณกำลังได้รับประสบการณ์อันมีค่าซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อคุณในอนาคต คุณจะวางใจพระเจ้าได้ง่ายขึ้นเมื่อความยากลำบากมาถึงและคุณจะสามารถเป็นพยานให้ผู้อื่นทราบถึงความดีงามและความซื่อสัตย์ของพระเจ้า หากคุณอยู่ในการต่อสู้ตอนนี้คุณสามารถเลือกที่จะปล่อยให้มันเอาชนะคุณหรือทำให้คุณแข็งแกร่งขึ้น

ข้อคิด

เมื่อทุกอย่างไม่เป็นดังที่ตั้งใจ คุณต้องมีศรัทธาและไว้วางใจในพระเจ้า การอธิษฐานก่อให้เกิดความอดทนและความหวัง หากคุณมีความหวังและวางใจในพระเจ้าคุณจะมองว่าการทดลองนี้สามารถช่วยนำคุณเข้าสู่ระดับที่ลึกขึ้นของการเติบโตฝ่ายวิญญาณ

  

ขอขอบคุณ บทความหนุนใจจาก

คุณ JOYCE MEYER

พวกท่านก็จงติดอาวุธตัวเองโดยมีความคิดเดียวกันกับพระเยซู

 


ทำต่อไป อย่ายอมแพ้

1ดังนั้น โดยเหตุที่พระคริสต์ได้ทรงทนทุกข์ทางพระกายแล้ว พวกท่านก็จงติดอาวุธตัวเองโดยมีความคิดเดียวกันกับพระองค์ เพราะว่าผู้ที่ทนทุกข์ทางกายก็เลิกข้องเกี่ยวกับบาปอีกต่อไป 2เพื่อจะไม่ดำเนินชีวิตที่เหลืออยู่ในโลกตามตัณหาของมนุษย์ แต่ตามพระประสงค์ของพระเจ้า

1 เปโตร 4: 1-2

ข้อพระคัมภีร์บทนี้ท่านนักบุญเปโตรได้สอนเคล็ดลับให้กับเราเกี่ยวกับวิธีการที่จะช่วยให้ผ่านช่วงเวลาและสถานการณ์ที่ยากลำบาก  

เมื่อคุณต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก "ให้คุณคิดถึงทุกสิ่งที่พระเยซูต้องเผชิญและวิธีที่พระองค์ทรงทนต่อความทุกข์ทรมานเพื่อทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า มันจะช่วยให้คุณผ่านพ้นความยากลำบากของตัวเองและเตรียมพร้อมในการต่อสู้  ให้คุณฝึกคิดและทำเหมือนอย่างพระเยซู"   แทนที่คุณจะยอมแพ้และล้มเหลวในการทำให้พระเจ้าพอพระทัยคุณควรมีอดทนอดกลั้นให้มากกว่าเดิม เพราะหากคุณสามารถทนทุกข์โดยมีจิตใจแบบพระคริสต์ต่อสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนั้น คุณจะไม่ใช้ชีวิตเพียงเพื่อต้องการทำให้ตัวเองพอใจอีกต่อไป คุณจะไม่ยอมแพ้ต่อความยากลำบากอีก  แต่คุณจะมีชีวิตอยู่เพื่อทำสิ่งที่พระเจ้าประสงค์  โดยไม่ให้ความรู้สึกและความคิดของคุณมาครอบงำทำให้คุณหลงออกห่างไปจากทางของพระเจ้า "

 มีความยากลำบากมากมายที่เราต้องเจอในชีวิต แต่เราก็สามารถมีความสุขจากชัยชนะนั้นได้เช่นกัน ไม่ว่าการทดลองหรือการทดสอบนั้นจะเป็นอย่างไร หรือมาถึงเมื่อไหร่ ให้คุณรู้ว่าว่า พระเจ้าจะทรงใช้มันเพื่อพัฒนาศักยภาพที่พระองค์มอบให้คุณ ส่วนหน้าที่ของคุณคือการตัดสินใจว่าคุณจะไม่ยอมแพ้และเลิกลาง่ายดาย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นคุณจะสู้อดทนจนกว่าคุณจะเห็นพระสัญญาของพระเจ้าที่เปิดเผยในชีวิตของคุณ มีคนประเภทหนึ่งที่ปีศาจไม่สามารถเอาชนะได้ - คนที่ไม่ยอมแพ้

ข้อดี

อย่ายอมแพ้ อดทนทำต่อไปเรื่อย ๆ แล้วคุณจะไปถึงจุดนั้น  จงติดอาวุธตัวเองโดยมีความคิดเดียวกันกับพระเยซู

ขอขอบคุณ บทความหนุนใจจาก

คุณ JOYCE MEYER

วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2563

อิสระในการเลือก

 


อิสระในการเลือก

ลืมสิ่งที่ผ่านมาและโน้มตัวไปหาสิ่งที่ อยู่ข้างหน้า  (ฟิลิปปี 3:13)

เราเป็นผลผลิตของอดีต แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นนักโทษของมัน เพราะพระประสงค์ของพระเจ้าไม่ได้ถูกจำกัดโดยอดีตของคุณ พระองค์ทรงเปลี่ยนฆาตกรนามว่าโมเสสให้เป็นผู้นำและชายขี้ขลาดชื่อกิเดโอนให้เป็นวีรบุรุษผู้กล้าหาญ และพระองค์สามารถทำสิ่งอัศจรรย์กับชีวิตที่เหลืออยู่ของคุณเช่นกัน พระเจ้าทรงเชี่ยวชาญในการให้โอกาสมนุษย์ได้เริ่มต้นใหม่ พระคัมภีร์กล่าวว่า "ผู้ที่ได้รับการยกโทษให้พ้นผิดก็มีความสุขยิ่งนัก…คนที่ได้สารภาพความบาปของเขาและพระเจ้าทรงลบล้างประวัติให้ก็โล่งใจอย่างแท้จริง" สดุดี 32:1-2

 ทุกครั้งที่คุณพูดถึงอดีตอันขมขื่นไม่ว่าจะพูดกับใครก็ตาม คุณกำลังทำการเสริมกำลังให้กับอดีตของคุณ   คุณจะเจ็บปวดมากยิ่งขึ้น และเสียงของอดีตก็จะดังขึ้นเรื่อยๆ ในตัวคุณ  จงหยุดพูดถึงอดีต

 ชีวิตของมนุษย์ทุกคน ถูกกำหนดด้วยสิ่งที่เขาจดจ่ออยู่เป็นประจำ แต่ในพระสัญญาของพระเจ้าจากพระธรรมข้างต้น แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าพระองค์จะทรงทำสิ่งที่ ด้วยสายตาของมนุษย์แทบจะเป็นไปไม่ได้  ให้เกิดขึ้นได้ ทุกอย่างเป็นไปได้สำหรับพระเจ้า แต่สิ่งที่เราจะต้องลงมือทำก่อนก็คือ  ลืมสิ่งที่ผ่านพ้นมาแล้ว อย่าฝังใจกับอดีต   ให้มองไปข้างหน้า อย่ามองย้อนกลับไปที่อดีต อย่ามัวแต่จ้องมองและร้องไห้คร่ำครวญ อยู่กับประตูบานที่ถูกปิดไปนานแล้ว  พระเจ้าทรงเปิดประตูใหม่ให้เราอีกบาน ที่ใหญ่กว่า กว้างกว่า และดีกว่าเดิม  แต่เราก็ไม่เคยเหลียวมาดู  เพราะยังจดจ่ออยู่กับอดีต กับประตูบานเก่า  จงให้อภัยตัวเองและให้อภัยผู้คนที่ทำให้คุณขมขื่น เพื่อคุณจะได้ก้าวพ้นจากอดีตอันขมขื่นนั้น  และเริ่มต้นใหม่กับสิ่งที่ดีกว่าที่พระเจ้าได้ทรงจัดเตรียมไว้ให้กับคุณ

 

การดำเนินชีวิตไปข้างหน้า โดยไม่สนใจอดีตนั้น คุณต้องเพ่งความสนใจไปที่จุดหมายปลายทางที่พระเจ้าเตรียมไว้ให้กับชีวิตของคุณ ซึ่งแน่นอนย่อมเป็นสิ่งที่ดีกว่าเดิม และจะทำให้คุณเกิดสันติสุขในใจมากกว่า ขอให้มีความเชื่อและมองไปที่จุดหมายปลายทางที่พระเจ้าเตรียมไว้ให้กับคุณ พระเจ้าสร้างคุณขึ้นมาและพระองค์ให้อิสระเสรีกับคุณในการเลือก และการเลือกจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อคุณรู้จักเลือกอย่างชาญฉลาด (หากสงสัยว่าชาญฉลาดเป็นแบบไหน?คุณสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากพระคัมภีร์)

ข้อคิด

เมื่อพระเจ้าสร้างคุณพระองค์ทรงสร้างสิ่งที่ยอดเยี่ยม อย่ายอมให้อดีตอันขมขื่นของเราเสียงดังกว่าพระสัญญาของพระเจ้า  อดีตเป็นกับดักล่อลวงชีวิตของเราไม่ให้เดินหน้าต่อไปได้ จงเรียนรู้จากความผิดพลาดจงให้อภัยตัวเองและให้อภัยผู้คนที่ทำให้คุณขมขื่นแล้วก้าวต่อไปกับพระองค์

ขอขอบคุณ บทความหนุนใจจาก

 thepurposedrivenlife40day.blogspot.com

 bibleloveletter.blogspot.com

ร่างกายของพวกท่านเป็นวิหารของพระวิญญาณบริสุทธิ์

 


ดูแลสุขภาพของคุณให้ดี!

ท่านรู้แล้วไม่ใช่หรือว่า ร่างกายของพวกท่านเป็นวิหารของพระวิญญาณบริสุทธิ์ผู้สถิตในท่าน ผู้ซึ่งพวกท่านได้รับจากพระเจ้า และท่านทั้งหลายไม่ใช่เจ้าของตัวท่านเอง?

1 โครินธ์ 6:19

กุญแจสำคัญประการแรกในการเอาชนะความเครียดคือการรับรู้หรือยอมรับว่าเรากำลังประสบกับมันและมองหาที่มาของมัน แท้จริงแล้วเราแต่ละคนมีความสามารถทนรับต่อสถานการณ์ในความเครียดต่างกันไป บางคนอาจจะปั่นป่วนในท้อง บางคนอยากกรีดร้องออกมาดังๆ หรือตัวสั่น ทำอะไรไม่ถูก หรือระเบิดอารมณ์นั้นออกมาโดยไม่รู้ตัว หรือบางคนเริ่มนอนไม่หลับ หรือบางคนไม่อยากตื่นขึ้นมาเลยในยามเช้า

มันยากมากที่จะยอมรับว่าเรากดดันตัวเองหนักเกินไปทั้งทางร่างกายจิตใจอารมณ์และจิตวิญญาณ . อาจเป็นเพราะคุณอยากทำทุกสิ่งที่ด้วยตัวคุณเอง และไม่เต็มใจที่จะถามพระเจ้าว่าแท้จริงแล้วพระองค์ต้องการให้คุณทำอะไร? เพราะคุณกลัวว่าพระองค์จะไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่คุณทำ และคุณยังไม่พร้อมที่จะยอมแพ้

แม้ว่าพระองค์จะมอบพลังให้กับคนที่อ่อนเปลี้ยและเหนื่อยล้า แต่หากคุณปล่อยให้ตัวเองเหนื่อยล้าจากขีดจำกัดทางร่างกายอย่างต่อเนื่องคุณก็จะมีความเครียด อย่าลืมว่าร่างกายของเราเป็นบ้านของพระเจ้าและเมื่อเราผลักดันตัวเองมากเกินไปจนเกินขีดจำกัดที่พระเจ้ากำหนด นั่นหมายความว่าเรากำลังเราไม่เชื่อฟังและมันจะทำให้เราตกอยู่ในความเครียดอย่างต่อเนื่อง เราทุกคนมีขีดจำกัด และเราจำเป็นต้องรับรู้ว่ามันคืออะไรและขจัดความเครียดส่วนเกินออกไปจากชีวิตให้ได้

ข้อคิด

หากร่างกายของคุณอ่อนเพลียหรือชำรุดไปคุณไม่สามารถออกไปหาซื้ออะไหล่ตามห้างสรรพสินค้ามาเปลี่ยนซ่อมเองได้ ดังนั้นดูแลสุขภาพของคุณให้ดี! และการพักผ่อนอย่างสม่ำเสมอเป็นหนึ่งในสิ่งฉลาดที่สุดที่คุณสามารถทำได้โดยไม่ต้องรอ

ขอขอบคุณ บทความหนุนใจจาก

คุณ JOYCE MEYER

วันพุธที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2563

ต่อสู้กับความกลัวด้วยการอธิษฐาน

 


ต่อสู้กับความกลัวด้วยการอธิษฐาน

เพราะฉะนั้นเราอาจกล่าวด้วยความมั่นใจว่า

“องค์พระผู้เป็นเจ้าเป็นพระผู้ช่วยของข้าพเจ้า

ข้าพเจ้าจะไม่กลัว

ใครจะทำอะไรกับข้าพเจ้าได้เล่า?”

ฮีบรู 13: 6

 ความกลัวโจมตีทุกคน เป็นวิธีของศัตรูที่พยายามป้องกันไม่ให้เรามีความสุขกับชีวิตที่พระเยซูสิ้นพระชนม์เพื่อประทานแก่เรา ถ้าเราแสดงความกลัวก็เท่ากับเราเปิดประตูให้ศัตรูและปิดประตูสู่ทางพระเจ้า

 แทนที่จะยอมกลัวเราสามารถเรียนรู้ที่จะสารภาพอย่างกล้าหาญว่าพระเจ้าทรงเป็นผู้ช่วยของเราเป็นที่หลบภัยและฐานที่มั่นของเรา

 พระคัมภีร์สอนให้เราเฝ้าดูและอธิษฐาน มัทธิว 26:41 กล่าวว่า:ท่านทั้งหลายจงเฝ้าระวังและอธิษฐานเพื่อจะไม่ถูกทดลอง จิตวิญญาณพร้อมแล้วก็จริง แต่กายยังอ่อนกำลัง

 การอ้างอิงที่สำคัญในพระธรรมตอนนี้คือการเฝ้าดูตัวเราและการโจมตีที่ศัตรูโจมตีต่อจิตใจและอารมณ์ของเรา เมื่อตรวจพบการโจมตีเหล่านี้เราสามารถอธิษฐานได้ทันที ความยำเกรงในความประเสริฐของพระเจ้า ทำให้เรามองความกลัวอย่างถูกต้อง เมื่อเราระลึกว่าพระเจ้าทรงเป็นผู้ใด และทรงรักเรามากแค่ไหน เราสามารถคลายความกังวลและเข้าสู่สันติสุขของพระองค์

ข้อคิด

ชีวิตที่ดี เป็นของขวัญที่พระเจ้าประทานให้แก่ผู้ที่วางใจและเชื่อฟังพระองค์ พระองค์ทรงเฝ้าดูและฟังคำอธิษฐานของพวกเขา และในบางครั้งพวกเขาอาจมีเรื่องที่ทำให้หัวใจแตกสลายและเป็นทุกข์ แต่พระเจ้าทรงปกป้องและรักษาพวกเขาในทุกสถานการณ์ และที่ดีที่สุดก็คือ พระองค์ทรงประทานพระคุณและไถ่วิญญาณจิตของเราจากความบาปโดยความเชื่อในพระเยซูคริสต์ เพื่อที่จะมีชีวิตอยู่ในชัยชนะที่แท้จริงสิ่งสำคัญคือเราต้องอุทิศตนเพื่อการอธิษฐาน

ขอขอบคุณ บทความหนุนใจจาก

คุณ JOYCE MEYER

thaiodb.org  

bangkokfellowship.com

อย่าวิตกเลย จงเชื่อเท่านั้นเถิด

 


มีจิตใจที่พร้อม

ยิวในเมืองนี้มีใจยอมรับมากกว่ายิวในเมืองเธสะโลนิกา เพราะพวกเขารับพระวจนะด้วยความอยากรู้และค้นดูพระคัมภีร์ทุกวัน หวังจะรู้ว่าข้อความเหล่านั้นจริงดังที่กล่าวหรือไม่

กิจการ 17:11

 พระคัมภีร์บอกว่าเราต้องมีจิตใจที่พร้อม นั่นหมายความว่าเราสามารถมีจิตใจที่เปิดรับพระประสงค์ของพระเจ้าที่มีไว้สำหรับเราไม่ว่าพระประสงค์ของพระองค์จะเป็นอย่างไร

 หากเราเคยมีอดีตที่เคยผิดพลาดหรือเคยผิดหวังนั่นไม่ได้กำหนดว่าหลังจากนี้  "ชีวิตของเราต้องจบลงแล้วไม่มีใครต้องการเราอีก หรือเราจะต้องทนทุกข์ตลอดไป"

 การมีจิตใจที่พร้อม และคิดดีเราจะต้องฝึกพูดกับตัวเองว่า  "ฉันเสียใจจริงๆที่เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น แต่ฉันจะเชื่อมั่นในพระเจ้า และยิ่งกว่าสิ่งใดฉันต้องการขอให้ทุกสิ่งเป็นไปตามน้ำพระทัยของพระเจ้า อย่าให้มันเป็นไปตามที่ฉันต้องการ ฉันเชื่อในพระเจ้า ฉันเชื่อว่าสุดท้ายแล้วทุกอย่างจะออกมาดีที่สุด "

 ฝึก "คิดบวก" ทุกวัน!ตั้งแต่วันนี้ เพราะ"ชีวิตเป็นของคุณ“ 'ยิ้ม' ให้เย่อะๆ ชีวิตนี้เราจะต้องเจออุปสรรคอีกมากมายหลายอย่าง แม้จะหนักบ้างหรือเบาบ้าง แต่เราจะผ่านมันไปได้อย่างสวยงาม จำไว้ว่าทุกครั้งที่เราพลาด ... เราจะฉลาดขึ้นมาอีก! จำไว้ ... ถ้าเราเลือกแล้วก็ต้องรับผิดชอบสิ่งที่เลือก เจ็บก็ต้องยอม เหนื่อยก็ต้องยอม ทรมานก็ต้องยอมเพราะเราเลือกแล้ว ... แต่หากเราเลือกจะวางใจในพระเจ้าเราจะอดทนยอมไม่นาน และพระเจ้าจะไม่ยอมปล่อยให้เราพินาศย่อยยับแน่ๆ หากทรงนำไปทางใดทรงจัดเตรียมที่จำเป็นเพื่อจะเดินในทางนั้นแก่เราอย่างเพียงพอแล้ว (สดด.27:1-3, 30:5, ยน.3:16, 2คร.12:10, 2ปต.3:9) 

ข้อคิด

ฝึกคิดบวกในทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พระเจ้าได้สัญญาว่าจะนำสิ่งที่ดีออกมาจากสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของคุณในขณะนี้  "อย่าวิตกเลย จงเชื่อเท่านั้นเถิด" (มก.5:36)

ขอขอบคุณ บทความหนุนใจจาก

คุณ JOYCE MEYER

เฟสบุคพระวจนะที่มีชีวิต

ข้อคิดหนุนใจประจำวัน จงรับผิดชอบต่อการเลือกของคุณ

  จงรับผิดชอบต่อการเลือกของคุณในวันนี้ คุณไม่อาจเลือกดำเนินชีวิตตามเนื้อหนังแล้วยังคาดหวังให้ทุกอย่างออกมาดีได้ จงเลือกที่จะเชื่อฟังการทรงน...