วันเสาร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2563

พระเจ้ามีแผนสำหรับคุณ

 


พระเจ้ามีแผนสำหรับคุณ

“พระเจ้าตรัสว่า เพราะเรารู้แผนงานที่เรามีไว้สำหรับเจ้า เป็นแผนงานเพื่อสวัสดิภาพ ไม่ใช่เพื่อทุกขภาพ เพื่อจะให้อนาคตและความหวังใจแก่เจ้า”

เยเรมีย์ 29:11

พระเจ้าทรงมีแผนการสำหรับชีวิตของคุณ เป็นลิขิตชีวิตที่พระองค์ได้สร้างคุณขึ้นเพื่อทำให้สำเร็จ บางคนไม่ได้ตระหนักในข้อนี้ ผลก็คือดำเนินชีวิตที่ว่างเปล่า บางคนไม่เชื่อว่าพระเจ้าทรงมีแผนการสำหรับพวกเขา แล้วทำไมพระองค์จึงจะไม่มีล่ะ? พระองค์ทรงสร้างคุณ! ค้นพบแผนการของพระองค์สำหรับคุณ และเดินในความรู้นั้น

 พระเจ้ามีแผนการที่ดีและจุดประสงค์สำหรับเราแต่ละคนและวิธีการที่เฉพาะเจาะจงและเวลาที่สมบูรณ์แบบที่จะทำให้มันผ่านพ้นไป แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะค้นพบว่าพระประสงค์คืออะไร หลายครั้งเราใช้ชีวิตต่ำกว่ามาตรฐานที่พระเจ้าตั้งใจให้เรามีความสุข

พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงทราบอนาคตของคุณและทุกสิ่งเกี่ยวกับชีวิตของคุณ และเป็นความยินดีของพระองค์ที่จะช่วยคุณให้ค้นพบจุดประสงค์ของคุณในพระเจ้า เพื่อที่คุณจะทำให้ลิขิตชีวิตของคุณสำเร็จในพระองค์ พระองค์ทรงสร้างคุณเพื่อถวายเกียรติแด่พระองค์ ดังนั้นจงดำเนินชีวิตเพื่อพระองค์ ศึกษาพระคำและสามัคคีธรรมกับพระวิญญาณบริสุทธิ์ในการอธิษฐานอยู่เสมอ จงเกิดผลในชีวิต และในขณะที่คุณทำสิ่งเหล่านั้น คุณจะค้นพบวัตถุประสงค์ที่เฉพาะเจาะจงของคุณในพระองค์ และวิธีที่จะมีชีวิตและชื่นชมกับชีวิตที่ดีที่พระองค์ได้วางไว้ล่วงหน้าแล้วสำหรับคุณ

 วันนี้คุณสามารถยอมรับความรักของพระเจ้าที่มีต่อคุณและทำให้ความรักของพระองค์เป็นพื้นฐานสำหรับความรักและการยอมรับในตัวคุณเอง รับคำยืนยันจากพระองค์โดยรู้ว่าคุณกำลังเปลี่ยนแปลงและกลายเป็นสิ่งที่พระองค์ปรารถนาให้คุณเป็น จากนั้นเริ่มมีความสุขกับกับสิ่งที่คุณเป็นอยู่ ณ ตอนนี้ หากส่วนไหนที่ยังบกพร่องก็รีบปรับปรุงเปลี่ยนแปลงโดยใช้เวลากับพระเจาให้มากกว่าเดิมและศึกษาพระวจนะของพระองค์ให้มากขึ้นเพื่อก้าวสู่ความเป็นผู้ใหญ่ทางวิญญาณอย่างเต็มที่

ข้อคิด

ให้พระเจ้าเป็นพระเจ้าในชีวิตของคุณ ถ้าคุณดำรงชีวิตโดยการพึ่งพาพระสติปัญญา การทรงนำ และพระคุณของพระเจ้าในแต่ละวันแล้วล่ะก็ คุณก็สามารถพึ่งพาพระองค์ในการนำคุณให้อยู่บนเส้นทางแห่งพระพรยิ่งใหญ่ของพระองค์ได้ เพราะไม่มีทางอื่นอีกแล้ว นี่เป็นความจริงที่ต้องยึดถือ และรอวันที่จะเก็บเกี่ยวบำเหน็จที่พระองค์ทรงเตรียมไว้ในคลังสำหรับคุณ

ขอขอบคุณ บทความหนุนใจจาก

rorthai.com

วันศุกร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2563

การอธิษฐานก่อให้เกิดสันติสุข

 


การอธิษฐานก่อให้เกิดสันติสุข

6อย่ากระวนกระวายในสิ่งใดๆ เลย แต่จงทูลพระเจ้าให้ทรงทราบทุกสิ่งที่พวกท่านขอ โดยการอธิษฐานและการวิงวอน พร้อมกับการขอบพระคุณ 7แล้วสันติสุขของพระเจ้าที่เกินความเข้าใจ จะคุ้มครองจิตใจและความคิดของท่านทั้งหลายไว้ในพระเยซูคริสต์

ฟิลิปปี 4: 6-7

ในข้อนี้อัครสาวกเปาโลไม่ได้กล่าวว่า "จงอธิษฐานและกังวล" แต่ท่านกำลังพูดว่า "จงอธิษฐานและไม่ต้องกังวล" ทำไมเราต้องอธิษฐานและไม่ต้องกังวล? เพราะการสวดอ้อนวอนเป็นวิธีสำคัญที่เราให้ความสำคัญกับพระเจ้า คำอธิษฐานคือสิ่งที่เปิดประตูให้พระเจ้าเข้ามาทำงานในชีวิตของเราและชีวิตของคนอื่น ๆ

เมื่อใดก็ตามที่ปีศาจพยายามทำให้เรารู้สึกกังวล เราสามารถหันกลับมามองที่พระเจ้าและให้พระองค์ดูแล  หากเราอธิษฐานเกี่ยวกับบางสิ่งบางอย่างแล้วแต่ในใจยังคงความกังวลอยู่ นั่นหมายถึงเรากำลังผสมทั้งพลังบวกและพลังลบ การอธิษฐานเป็นพลังบวก ความกังวลเป็นพลังลบ พระเจ้าได้แสดงให้คุณเห็นว่าเหตุผลที่คนจำนวนมากใช้พลังทางจิตวิญญาณเป็นศูนย์นั่นเป็นเพราะพวกเขายกเลิกพลังอธิษฐานเชิงบวกของพวกเขาโดยปล่อยให้พลังเชิงลบของความกังวลมีอำนาจมากกวา

ตราบใดที่เรากังวลนั่นก็หมายถึงเรายังไม่ไว้วางใจพระเจ้า  การไว้วางใจโดยมีศรัทธาและความเชื่อมั่นในองค์พระผู้เป็นเจ้าเท่านั้นที่เราจะสามารถเข้าสู่การพักสงบกับพระองค์และมีความสุขกับสันติสุขที่อยู่เหนือความเข้าใจทั้งหมดได้

ข้อคิด

คุณจะต้องตัดสินใจได้แล้วที่จะทิ้งความกังวลทั้งหมดของคุณไป แล้วเริ่มไว้วางใจให้พระเจ้าดูแลคุณ

ขอขอบคุณ บทความหนุนใจจาก

คุณ JOYCE MEYER

 


การพึ่งพาพระเจ้า

เราเป็นเถาองุ่น พวกท่านเป็นแขนง คนที่ติดสนิทอยู่กับเราและเราติดสนิทอยู่กับเขา คนนั้นจะเกิดผลมาก เพราะว่าถ้าแยกจากเราแล้วพวกท่านจะทำสิ่งใดไม่ได้เลย

ยอห์น 15: 5

 การเข้ามาพึ่งพาในพระเจ้าจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องยอมรับรู้พระองค์ในทุกทาง ในการดำเนินชีวิตทุกวันกับพระองค์ ทุกวันต้องให้พระองค์ทรงเป็นที่หนึ่งในชีวิตของเรา ด้วยการทำลายความคิดที่มีเหตุผลจอมปลอมของตัวเองเสีย ให้ความคิดของเราเป็นของพระเจ้าในทุกวิถีทาง

 เราต้องพึ่งพาพระเจ้าทั้งหมด จดจ่อความคิดของเราที่พระคริสต์ และสิ่งที่อยู่เบื้องบนมากกว่าสิ่งที่อยู่บนโลก เพราะคนที่แสวงหาสิ่งที่อยู่เบื้องล่างปลายทางของเขาคือความพินาศ คุณรู้หรือไม่ว่าพระเจ้าไม่ทรงอวยพรให้กับคนที่เชื่อมั่นและพึ่งพาตนเอง   แต่พระองค์จะทรงอวยพระพรแก่คนที่วางใจพึ่งพาในพระองค์  และยอมจำนนต่อพระองค์ พระเจ้าต้องการใช้เรา แต่เราก็ต้องดำเนินชีวิตอยู่โดยการพึ่งพาฤทธิ์อำนาจของพระองค์ หากปราศจากความช่วยเหลือจากพระเจ้าเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรในชีวิตได้ เราเปลี่ยนตัวเองไม่ได้- คู่สมรส-ครอบครัวของเรา-เพื่อนของเราหรือสถานการณ์ของเราเราเปลี่ยนมันไม่ได้อย่างแท้จริง หากปราศจากพระองค์เราไม่สามารถทำอะไรได้เลย

 เราสูญเสียความสงบและความสุขเมื่อเราไม่ยอมให้พระเจ้าเป็นพระเจ้า ระหว่างที่ทรงอยู่ในโลก พระเยซูสำแดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงพึ่งพาพระบิดาในสวรรค์เสมอ บางคนอาจคิดว่าพระเยซูเป็นพระเจ้าในร่างกายของมนุษย์ พระองค์จึงไม่ต้องพึ่งพาพระเจ้าก็ได้ แต่เมื่อผู้นำศาสนาถามว่าเพราะเหตุใดพระองค์จึง “ทำงาน” ในวันที่กำหนดไว้ให้พัก เพราะพระองค์ทรงรักษาคนป่วยในวันสะบาโต พระองค์ตอบว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า พระบุตรจะกระทำสิ่งใดตามใจไม่ได้ นอกจากที่ได้เห็นพระบิดาทรงกระทำ” (ยน.5:19) พระเยซูทรงประกาศการพึ่งพาพระเจ้าเช่นกัน!

 การพึ่งพาพระบิดาของพระเยซูเป็นตัวอย่างดีที่สุดที่แสดงให้เห็นว่าชีวิตที่มีความสัมพันธ์กับพระเจ้านั้นเป็นอย่างไร ทุกวินาทีที่เราหายใจเป็นของขวัญจากพระเจ้า และพระองค์ทรงต้องการให้ชีวิตเราเปี่ยมด้วยกำลังของพระองค์ เมื่อเรามีชีวิตเพื่อรักและรับใช้ผ่านการอธิษฐานทุกเวลาและพึ่งพาพระวจนะ เราก็ประกาศการพึ่งพาพระองค์

การไม่อธิษฐานคือคำประกาศว่าเรากำลังไม่พึ่งพาพระเจ้า

คำอธิษฐาน

ข้าพระองค์ต้องการพระองค์ในทุกเรื่อง พระเจ้าข้า! ขอช่วยให้ข้าพระองค์มีชีวิตเพื่อรับใช้พระองค์ สรรเสริญผู้ทรงเป็นพระผู้ช่วยให้รอดและเป็นกำลังของข้าพระองค์!

ขอขอบคุณ บทความหนุนใจจาก

 thaiodb.org

วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2563

ความไว้วางใจที่ไร้เดียงสา



ความไว้วางใจที่ไร้เดียงสา

เพราะฉะนั้น ถ้าใครถ่อมจิตใจลงเหมือนเด็กเล็กๆ คนนี้ คนนั้นจะเป็นใหญ่ที่สุดในแผ่นดินสวรรค์

มัทธิว 18: 4

  เด็กเป็นวัยที่ไร้เดียงสา พระเยซูทรงโปรดเด็ก ๆ ที่บางครั้งพวกสาวกที่เป็นผู้ใหญ่ห้ามปรามเพราะเกรงเด็กก่อความยุ่งยาก ซุกซน ไร้สาระ แต่พระเยซูทรงเห็นความสำคัญของเด็ก ความจริงใจของเด็ก ไม่มีอะไรเคลือบแคลง เป็นผ้าขาวที่สามารถแต่งแต้มสีสันให้สวยงามตามใจปรารถนาของศิลปินนั้น ๆ พระองค์ตรัสว่าให้เด็กเล็ก ๆ เข้ามาหาเรา อย่าห้ามเขาเลย เพราะแผ่นดินสวรรค์เป็นของคนเช่นเด็กเล็กเหล่านี้ พระเยซูทรงให้เกียรติเด็ก ทรงเห็นความสำคัญของเด็ก เราเองต้องเลียนแบบเด็กเล็ก ๆ ในด้านความจริงใจ ความบริสุทธิ์ใจ ไร้เดียงสา ไม่ใช่เป็นคนหน้าซื่อใจคดหรือหน้าไหว้หลังหลอก นอบน้อมเหมือนเด็กเล็กจริงใจไม่โอ้อวด ซื่อสัตย์เปิดเผย เราต้องชำระตัวให้บริสุทธิ์เหมือนเด็ก ก่อนการนมัสการพระเจ้า เพื่อคำสรรเสริญ นมัสการของเรา จะเป็นคำสรรเสริญแท้ที่ออกมาจากใจ ปราศจากสิ่งเคลือบแคลงแอบแฝง จงนมัสการด้วยจิตวิญญาณและความจริง

 เมื่อสาวกของพระเยซูถามพระองค์ว่าใครเป็นใหญ่ที่สุดในแผ่นดินสวรรค์ พระองค์ทรงเรียกเด็กเล็กๆ คนหนึ่งมาท่ามกลางเขา (มธ.18:1-2) แล้วตรัสว่า “ถ้าพวกท่านไม่กลับใจเป็นเหมือนเด็กเล็กๆ ท่านจะเข้าในแผ่นดินสวรรค์ไม่ได้เลย…ถ้าผู้ใดจะรับเด็กเล็กเช่นนี้คนหนึ่งในนามของเรา ผู้นั้นก็รับเราด้วย” 

 จากมุมมองของพระเยซู เด็กเล็กๆ ที่เชื่อวางใจ เป็นแบบอย่างความเชื่อแก่เรา พระบิดาบนสวรรค์ของเราปรารถนาให้เรามาหาพระองค์ในฐานะลูก ๆ พระองค์ต้องการให้เรารู้ว่าเราเป็นลูกคนเล็กที่มีค่าของพระองค์  พระองค์ต้องการให้เราจับมือและพึ่งพิงพระองค์ขอความช่วยเหลือจากพระองค์อย่างต่อเนื่อง ทุกสิ่งที่พระเจ้าเรียกให้เราทำพระองค์จะช่วยให้เราสามารถทำมันได้  

 ในฐานะลูกของพระเจ้า เราสามารถสัมผัสกับอิสรภาพและเสรีภาพอันรุ่งโรจน์ - เสรีภาพที่จะเพลิดเพลินไปกับทุกสิ่งที่พระเจ้าประทานให้เราในพระคริสต์ พระองค์ให้ชีวิตกับเรา ควรจะสนุกและมีความสุขกับมัน

ข้อคิด

การพยายามที่จะเป็นเหมือนเด็กและคงไว้ซึ่งความเรียบง่ายของเด็ก ๆ จะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของคุณได้อย่างน่าอัศจรรย์   ความไว้วางใจของเราในพระเยซูจะต้องเป็นเหมือนความไว้วางใจของเด็ก


ขอขอบคุณ บทความหนุนใจจาก

 thaiodb.org

คุณ JOYCE MEYER


คิดบวก

 


คิดบวก

จงหยั่งรากลึกให้พระคริสต์ และรับอาหารจากพระองค์ จงใส่ใจที่จะเติบโตยิ่งขึ้นไปในองค์พระผู้เป็นเจ้า ทั้งเข้มแข็งและมีกำลังมากในความจริง

โคโลสี 2:7

 ถ้าคุณได้เริ่มฝึกฝนและควบคุมตนเองให้เป็นคนที่มีความคิดเชิงบวกอยู่เป็นประจำ คุณจะไม่สามารถทนต่อความรู้สึกที่เป็นลบได้อีก คุณจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีมากมายในชีวิตของตัวเองเนื่องจากคุณได้รับการปลดปล่อยจากความคิดเชิงลบ ซึ่งในตอนนี้คุณเริ่มที่จะไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่เป็นลบอีกเลย

  อัครสาวก​เปาโล​พูด​ถึง​การ​ทดสอบ​อย่าง​หนึ่ง​ที่​จะ​ช่วย​ให้​เรา​เป็น​คน​คิด​บวก เขา​เตือน​พี่​น้อง​ใน​ประชาคม​โครินท์​ว่า “จง​หมั่น​ทดสอบ​ว่า​ท่าน​ทั้ง​หลาย​ยึด​มั่น​กับ​หลัก​ความ​เชื่อ​หรือ​ไม่” (2 โครินธ์ 13:5) “หลัก​ความ​เชื่อ” ที่​ว่า​นี้​หมาย​ถึง​คำ​สอน​ทั้ง​หมด​ของ​คริสเตียน​ที่​เขียน​ไว้​ใน​พระ​คัมภีร์ เรา​ต้อง​เทียบ​ดู​ว่า​คำ​พูด​และ​การ​กระทำ​ของ​เรา​ตรง​กับ​คำ​สอน​ใน​พระ​คัมภีร์​ไหม? ถ้า​ใช่ เรา​ก็​ผ่าน​การ​ทดสอบ​และ​แสดง​ว่า​เรา​กำลัง “ยึด​มั่น​กับ​หลัก​ความ​เชื่อ” แต่​เรา​ต้อง​ให้​พระ​คัมภีร์​ตรวจ​สอบ​เรา​ทุก​ด้าน​และ​ทำ​ตาม​คำ​สอน​ทั้ง​หมด​ของ​พระ​คัมภีร์ ไม่​ใช่​เลือก​ทำ​เฉพาะ​บาง​อย่าง

 การเป็นคนคิดบวกไม่ได้หมายความว่าเราไม่กล้าเผชิญกับความเป็นจริง พระคัมภีร์กล่าวว่าให้ทำตามข้อเรียกร้องของวิกฤตทั้งหมดแล้วยืนหยัดอย่างมั่นคงในที่ตั้งของคุณ (เอเฟซัส 6:13) ที่ตั้งของเราคือ "ในพระคริสต์" และในพระองค์เราสามารถมีความหวังและคิดบวกได้เสมอเพราะไม่มีอะไรยากเกินไปสำหรับพระองค์ พระเยซูทรงคิดบวกและเปี่ยมด้วยศรัทธาเสมอ เรามีความคิดของพระองค์อยู่ในตัวเราและด้วยความช่วยเหลือของพระคริสต์เราจะสามารถทำสิ่งเดียวกันได้

ข้อคิด

จงฝึกคิดอย่างที่พระเจ้าคิด เพื่อคุณจะสามารถเป็นคนที่พระเจ้าต้องการให้คุณเป็นและมีทุกสิ่งที่พระองค์ต้องการให้คุณมี  ในทุกสถานการณ์ของชีวิตขอให้เรามีมุมมองที่ดีต่อพระเจ้าและคิดบวกต่อสิ่งที่พระองค์ทำในชีวิตเรา ... เราจึงควรจะร่วมการทนทุกข์ในชีวิตนี้เหมือนที่พระเยซูทรงทนทุกข์ ใน​โลก​ของมาร​ซาตาน​นี้​เรา​คง​ไม่​สามารถ​ขจัด​ความ​คิด​ใน​แง่​ลบ​ออก​ไป​ได้​ทั้ง​หมด แต่​ถ้า​เรา​ทุก​คน​พยายาม​รับใช้​อย่าง​ซื่อ​สัตย์​และ​อด​ทน​ต่อ ๆ ไป เรา​จะ​ทำ​ให้​พระเจ้ามี​ความ​สุข​และ​ทำ​ให้​ตัว​เรา​เอง​ได้​รับ​ชีวิต​นิรันดร์

ขอขอบคุณ บทความหนุนใจจาก

jw.org


วันพุธที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2563

อย่าให้เราเมื่อยล้าในการทำดี

 


อย่าให้เราเมื่อยล้าในการทำดี

อย่าให้เราเมื่อยล้าในการทำดี เพราะว่าถ้าเราไม่ท้อใจแล้ว เราก็จะเก็บเกี่ยวในเวลาอันสมควร

กาลาเทีย 6: 9

 ในกาลาเทีย 6: 9  พูดถึงความท้อถอยในจิตใจ และพระวิญญาณบริสุทธิ์บอกเราว่าอย่าท้อถอยใจไปเลยเพราะถ้าเรายึดมั่นในความดีที่สุดแล้วเราก็จะได้เก็บเกี่ยวสิ่งดี ๆ

 การกระทำในสิ่งที่ดี ในบางครั้งเรามักจะหวังให้มีคนมาเห็น  หรืออยากจะให้มีคนมายกย่องสรรเสริญ เยินยอ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เราจะไม่ค่อยพบเจอกับสิ่งที่คาดหวังไว้ เพราะบางคราวก็ไม่มีใครมองเห็นในสิ่งที่เราทำ หรือไม่ก็มีคนแย่งเอาหน้าในสิ่งที่เราทำ หรือทำไปแล้วก็ไม่มีใครเห็นดีเห็นชอบด้วย เลยทำให้การอยากจะทำในสิ่งที่ดี หรือทำสิ่งที่ถูกต้องของเรานั้นเริ่มลดลงไป นั่นอาจเป็นเพราะเรากำลังคิดถึงแต่ตนเองจนเกินไป

  ดังนั้น  หากต้องเลือกหรือตัดสินใจทำอะไรก็แล้วแต่ให้เรายึดหลักความดีและความถูกต้องของพระคริสต์เอาไว้ คนเราอาจเกิดท้อแท้ใจได้แต่เราไม่ควรหยุดทำดี  แล้วก็อย่าไปคาดหวังอะไรกับมนุษย์หรือสิ่งตอบของโลกเลย  ให้การทำดีแต่ละครั้งของเราเป็นการทำเพื่อสรรเสริญพระเจ้า ไม่ใช่ทำดีเพื่อมนุษย์ อย่าไปกลัวว่าจะไม่มีใครเห็นในสิ่งที่เราทำ แต่งจงเชื่อว่าความตั้งใจดีของเรานั้นอาจเกิดประโยชน์กับใครได้บ้าง และที่สำคัญแค่เรารู้ว่าพระเจ้าทรงมองดูเราอยู่ พระองค์ทรงเห็นความตั้งใจดีของเราเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว

  สิ่งใดที่เราตั้งใจทำดี  ให้เราก็ทำด้วยวิญญาณแห่งความรักแท้ ความถ่อมใจ โดยมีแรงจูงใจคือความรักแท้ของพระคริสต์ และทำตามคำสั่งของพระเจ้าองค์นิรันดร์และเพื่อพระเกียรติสิริของพระองค์ และอย่าลืมการอธิษฐานเพื่อขอการทรงนำและขอปัญญาจากพระองค์ในการดำเนินชีวิต

ข้อคิด

บางครั้งเราเมื่อยล้าในการทำดี จงระลึกไว้ว่าถ้าเราไม่ท้อใจแล้ว เราก็จะเก็บเกี่ยวในเวลาอันสมควร พระเจ้าสัตย์ซื่อและเปี่ยมด้วยพระคุณ พระองค์จะไม่ลืมการตรากตรำที่เราทำด้วยความรัก พระองค์จะให้รางวัล   จงเลือกทำในสิ่งที่ดี แม้จะไม่มีใครเห็น อย่างน้อยเราก็สุขใจที่เราได้ทำ” ขอพระเจ้าอวยพรทุกๆคนนะคะ

 

ขอขอบคุณ บทความหนุนใจจาก

 weeklybible.in.th

 followhissteps.com

วันอังคารที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2563

ยอมรับตัวตนที่พระเจ้าสร้างให้คุณเป็น

 


ยอมรับตัวตนที่พระเจ้าสร้างให้คุณเป็น

ให้เขาละความชั่วและทำความดี

ให้เขาใฝ่หาสันติสุขและดำเนินตาม

1 เปโตร 3:11

 ยังมีคนจำนวนมากไม่ชอบใจกับสิ่งที่ได้รับการเปิดเผย พวกเขาปฏิเสธตัวเอง! นี่เป็นปัญหาใหญ่กว่าที่เราคิด และนี่คงไม่ใช่พระประสงค์ของพระเจ้าที่จะเห็นลูก ๆ ของพระองค์ต่อต้านตัวเองอย่างแน่นอน แต่มันเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของมารซาตานที่จะทำให้เราต้องทนทุกข์และมันพยายามไม่ให้เรารักผู้อื่น

 พระเจ้าสร้างเราด้วยความรักอันยิ่งใหญ่ ทรงออกแบบให้เรามีเอกลักษณ์พิเศษที่ไม่เหมือนใคร..ทรงประทานความสามารถบางอย่างให้กับเราเพื่อให้เรามีชีวิตที่เกิดผลตามน้ำพระทัย..แล้วทำไมเราถึงทุกข์ใจที่เราไม่เหมือนกับคนอื่น? ทำไมเราถึงรู้สึกแย่และมองดูตัวเองไร้ค่า? ทำไมเราถึงผิดหวังและมองดูแต่สิ่งที่ขาด? ทำไมเราถึงลดคุณค่าของตัวเองให้ต่ำลงกว่าความจริงที่พระเจ้าใส่ไว้ในตัวเรา? ถ้าเราไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง   แม้แต่เราก็ยังปฏิเสธตัวเองก็มีโอกาสที่คนอื่นจะปฏิเสธเราเช่นกัน  ความสัมพันธ์เป็นส่วนสำคัญในชีวิตของเรา ความรู้สึกของเราเกี่ยวกับตัวเองเป็นปัจจัยกำหนดความสำเร็จในชีวิตและในความสัมพันธ์ เราจึงต้องมั่นใจในพระคริสต์!

 นิสัยที่ไม่น่ารักจะนำเราไปสู่บาปและสร้างความเสียหายรุนแรง เราซ่อมเองไม่ได้ แต่เราต้องวางใจให้พระเยซูเป็นพระผู้ช่วยให้รอด และประทานชีวิตใหม่ให้แก่เราได้ พึงระลึกเสมอว่าประสบการณ์การเปลี่ยนแปลงอันลึกล้ำในใจเป็นกระบวนการที่ต้องใช้ช่วงเวลา ไม่ใช่แค่ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง โดยปกติการเปลี่ยนแปลงจะค่อยเป็นค่อยไป บางครั้งเราเองอาจไม่รู้สึกถึงการเพิ่มขึ้น แต่การเปลี่ยนแปลงนี้มีอยู่จริง ทรงพลังและเป็นสิ่งจำเป็น

 พระเจ้าไม่เคยทำสิ่งใดโดยบังเอิญ และพระองค์ไม่เคยทำผิดพลาด พระองค์มีเหตุผลสำหรับทุกสิ่งที่พระองค์ทรงสร้างรวมถึงตัวเราด้วย

คุณเป็นอย่างที่คุณเป็นเพื่อเหตุผลบางประการ

คุณเป็นส่วนหนึ่งของแผนการอันซับซ้อน

คุณเป็นผลงานล้ำค่าและมีเอกลักษณ์อย่างสมบูรณ์

ได้รับการขนานนานว่าเป็นหญิงและชายที่พิเศษของพระเจ้า บทกวีโดย รัสเซล เคลเฟอร์

 พระเจ้ารักเราและพระองค์ต้องการให้เรายอมรับความรักของพระองค์ และเพราะความรักของพระองค์เราจึงต้องรักตัวเองอย่างถูกวิธีและสมดุล เราเป็นลูกของพระเจ้า - คนที่ได้รับความรักของพระองค์และโดยพระคุณของพระองค์เขาจะดีขึ้นทุกวัน!

ข้อคิด

พระเยซูนำการฟื้นฟูมาสู่ชีวิตของเรา สิ่งหนึ่งที่พระองค์มาก็เพื่อฟื้นฟูเรา  พระเยซูผู้เดียวที่สามารถประทานชีวิตใหม่ให้แก่คุณ 

คำถามสำหรับการพิจารณา: เมื่อรู้ว่าพระเจ้าทรงสร้างฉันให้มีเอกลักษณ์ มีส่วนไหนที่ฉันทำใจยอมรับตัวเองได้ยากบ้าง? ไม่ว่าจะเป็น บุคลิก ภูมิหลัง รูปร่างหน้าตา ฯลฯ

ขอขอบคุณ บทความหนุนใจจาก

 thaiodb.org

 thepurposedrivenlife40day.blogspot.com

CBN Thailand


ข้อคิดหนุนใจประจำวัน จดจ่อที่รางวัลแห่งชัยชนะ

  หากเรามัวแต่จ้องมอง " ยักษ์ใหญ่ " ( อุปสรรคปัญหา ) ของเรามากเกินไป ความกลัวต่อสิ่งเหล่านั้นจะเข้าครอบงำจิตใจเรา จงจดจ่อสายตาไ...