เพลิดเพลินกับการเดินทางของชีวิต
แต่มารธาวุ่นวายอย่างมากกับการปรนนิบัติ
จึงมาทูลพระองค์ว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้า
พระองค์ไม่สนพระทัยหรือที่น้องสาวของข้าพระองค์ปล่อยให้ข้าพระองค์ปรนนิบัติอยู่คนเดียว? ขอพระองค์สั่งน้องให้มาช่วยข้าพระองค์ด้วย”
ลูกา 10:40
ชีวิตควรเป็นการเฉลิมฉลอง และมีความสุข มีผู้เชื่ออีกมากหลายคนที่ไม่ได้สนุกกับชีวิตสักเท่าไหร่ หลายคนรักพระเยซูคริสต์อย่างแท้จริงและกำลังเดินทางไปสวรรค์
แต่มีเพียงไม่กี่คนที่มีความสุขกับการเดินในเส้นทางนั้นอย่างแท้จริง แล้วคุณละเป็นเป็นหนึ่งในคนเหล่านั้นหรือเปล่า?
มาร์ธา >>
ก็ตั้งใจอยากจะทำสิ่งที่ “ดีที่สุด” เพื่อมอบให้กับพระเยซู ส่วนมารีย์ >> ก็วางทุกสิ่งที่เธอทำลง
และมานั่งอยู่ใกล้ๆ กับพระเยซู
โลกแบบมาร์ธาหน้าตาเป็นยังไงเหรอ? โลกแบบมาร์ธามีหน้าตาแบบที่เราทั้งหลายต่างคุ้นเคยดี มันเป็นโลกที่ต้องคอยทำโน่นนี่ เต็มไปด้วยภาระ
หน้าที่ พร้อมด้วยความรับผิดชอบ มากมายที่เรียกร้องให้เราต้องจัดการดูแลในแต่ละวัน
สิ่งโน้นนี่ที่ต้องทำบ้างก็มาจากภายนอก และบ้างก็มาจากตัวเราเอง
มาร์ธายุ่งอยู่กับการทำหน้าที่ภายนอกซึ่งคุณเองก็อาจเคยทำนั่นคือการวิ่งไปมาเพื่อพยายามทำให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบเพื่อสร้างความประทับใจให้พระเจ้าและคนอื่น
ๆเพราะคุณคิดว่านี่คือแนวทางที่ถูกต้องตามกฎเพื่อความชอบธรรม คุณจะรู้สึกดีกับตัวเองเมื่อคุณได้ทำบางอย่างสำเร็จ
และคุณเริ่มจะไม่พอใจคนอย่างแมรี่(เพื่อนร่วมงานหรือคนรอบกายคุณ) คุณคิดว่าพวกเขาควรจะทำงานหนักเหมือนที่คุณกำลังทำงาน
คุณกำลังมีปัญหาเหมือนอย่างมาร์ธาหรือไม่?
คุณบอกว่าคุณรักพระเยซู แต่คุณไม่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับชีวิตเรียบง่ายที่พระองค์ต้องการให้คุณมี
คำตอบในเรื่องนี้ที่เราค้นพบได้ก็คือความหมายของการนั่งลงข้างๆที่พระบาทของพระเยซูแล้วตั้งใจฟังคำพูดของพระองค์และวางใจพระเจ้าด้วยสุดใจและวิญญาณของเรา
ไม่ง่ายนะ ที่จะใช้ชีวิตแบบมารีย์ได้
ในโลกของมาร์ธา การวางทุกสิ่งที่ต้องทำลงก่อนแล้วหันมาใช้เวลากับพระเยซู
กลับเป็นสิ่งที่ท้าทายใจ เมื่อต้องทำหลายๆ
สิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้เสร็จในเวลาอันจำกัด หรือมีหลายๆ สิ่งทีเราตั้งใจอยากทำ ทำให้หลายครั้ง
เสียงของตัวเราเองที่บอกว่า “เดี๋ยวก่อน… พระองค์รอได้” ดังกว่าเสียงของพระองค์ที่บอกว่า
“มาเถิด…เรารออยู่”
จึงไม่น่าแปลกใจว่า ทำไมยิ่งคุณทำๆ ไป
ยิ่งดูเหมือนจะเหนื่อยง่ายๆ ท้อใจบ่อยๆ หรือถึงขั้นหมดแรงจะไปต่อ ถ้าเราไม่เข้าไปอยู่ใกล้พระเจ้าและรับกำลังใหม่จากพระองค์
เราจะเอากำลังในการทำสิ่งต่างๆมาจากไหนกันเหรอ!! ลำพังกำลังจากตัวเราเองคงไม่พอ
เพราะใช้ๆ ไปเดี๋ยวก็หมด มีทางเดียวเท่านั้นที่จะทำให้เราวิ่งระยะไกลในชีวิต ไปบนเส้นทางที่ถูกได้ นั่นก็คือการ “รับกำลังใหม่จากพระเจ้าทุกๆ วัน” ด้วยการวางทุกสิ่งลงก่อน
แล้วไปใช้เวลาอยู่ใกล้ๆ พระองค์ เหมือนที่มารีย์ทำนั่นไง!!
ในเรื่องนี้มิได้หมายความว่าพระองค์ทรงตัดสินว่ามารีย์เป็นฝ่ายถูก
เพียงต้องการบอกว่ามารีย์รู้และเข้าใจเป้าหมายแท้จริงของชีวิต
ซึ่งต้องหลอมรวมกิจกรรมทั้งสองอย่างเข้าด้วยกัน
ทั้งงานหน้าที่ภายนอกและการปฏิบัติศาสนกิจ
ข้อคิด
หากคุณต้องการมีความสุขกับชีวิตจงเรียนรู้ที่จะอยู่อย่างสมดุล
ทำงาน-นมัสการ-เล่น-สนุกสนานกับชีวิตและพักผ่อน หากคุณยกให้หน้าที่ภายนอกเป็นเรื่องสำคัญที่สุดคุณอาจกำลังทำให้ตัวเองเป็นคนที่มีชีวิตที่ซับซ้อนและไม่มีความสุข ในเหตุการณ์ครั้งนี้ระหว่างมาธาร์และมารีย์ ภาษารักของพระเยซู
คือ “การใช้เวลา” เพราะสิ่งที่พระเยซูเห็นว่าดีคือการใช้เวลาอยู่กับพระองค์
“สิ่งที่จำเป็นมีเพียงสิ่งเดียว”
นั่นคือการอยู่กับพระเยซูเจ้า ศิษย์พระคริสต์ต้องลำดับความสำคัญก่อนหลัง
พระเจ้าต้องมาก่อนและสำคัญที่สุดในชีวิต
สร้างบรรยากาศแห่งการประทับอยู่ของพระเยซูเจ้าท่ามกลางเรา
ในความรักต่อกันและทัศนคติเชิงบวกที่มองเห็นพระเยซูเจ้าในผู้อื่น
ขอขอบคุณ บทความหนุนใจจาก
คุณ JOYCE MEYER
medium.com @Wor_Santa
dondaniele.blogspot.com