วันอาทิตย์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2566

ใช้คำพูดของคุณเพื่อเสริมสร้างผู้อื่นขึ้นมา

 


ใช้คำพูดของคุณเพื่อเสริมสร้างผู้อื่นขึ้นมา

โดย RICK WARREN  

 

 “อย่าหลุดปากเอ่ยสิ่งที่ไม่สมควร แต่จงกล่าววาจาอันเป็นประโยชน์เพื่อเสริมสร้างผู้อื่นขึ้นตามความจำเป็นของเขา จะได้เป็นผลดีแก่ผู้ฟัง”

เอเฟซัส 4:29 (NIV)

 

บางครั้งคำพูดของเราก็เหมือนค้อนขนาดใหญ่ เราแกว่งมันไปมาโดยไม่คิด และทันใดนั้นเมื่อเราได้มองไปรอบ ๆ เราก็จะพบว่ามีเศษซากของความสัมพันธ์มากมายตกอยู่รอบตัวเรา เมื่อใดก็ตามที่คุณใช้ถ้อยคำของคุณไปเรื่อยๆอย่างไม่ระวัง และทำลายคนอื่นอย่างไม่ยั้งคิด ความสัมพันธ์ของคุณมีแต่จะแย่ลง

 

แต่พระเจ้าต้องการให้คุณใช้คำพูดของคุณเพื่อเสริมสร้างผู้อื่น เอเฟซัส 4:29 กล่าวว่า “อย่าหลุดปากเอ่ยสิ่งที่ไม่สมควร แต่จงกล่าววาจาอันเป็นประโยชน์เพื่อเสริมสร้างผู้อื่นตามความจำเป็นของเขาเท่านั้น เพื่อมันจะได้เป็นผลดีแก่ผู้ฟัง”  

 

เหตุผลหนึ่งที่เราไม่สามารถใช้คำพูดของเราได้อย่างมีประสิทธิภาพก็คือ เราไม่ได้ตระหนักว่าปากและคำพูดของเรานั้นทรงพลังและเป็นเครื่องมือที่พระเจ้าประทานให้ เราจึงพูดออกไปโดยไม่ได้คิด และผู้คนที่ได้รับฟังก็จำมันได้ขึ้นใจ

 

บางทีตอนนี้ตัวคุณเองก็อาจจะยังจำบางสิ่งที่คนบางคนเคยพูดไว้กับคุณเมื่อในอดีตอยู่ก็ได้ แม้จะย้อนกลับไปสมัยชั้นประถมก็ตาม แต่นั่นก็คือคำพูดที่ทรงพลัง ดังนั้นเมื่อพูดถึงคำพูดของตัวคุณ ให้คุณคิดเสมอว่ามันเป็นเครื่องมืออันทรงพลังและคุณต้องระมัดระวังอย่างยิ่งในการใช้งาน

 

ครั้งหนึ่งฉันเข้าไปในโรงรถและหยิบคู่มือสำหรับเลื่อยไฟฟ้ามาดู ขณะที่ฉันอ่านคำแนะนำต่างๆ ฉันรู้สึกประทับใจในคำแนะนำนั้นมาก ฉันว่ามันสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการเป็นคู่มือของเราในการเลือกใช้คำพูดได้ดีทีเดียว คำแนะนำมีดังนี้:

1. ควรศึกษาและปฏิบัติตามคู่มือ

2. ควรบำรุงรักษาเครื่องมือให้พร้อมใช้งานเสมอ

3. ระมัดระวังเมื่ออยู่ใกล้เด็ก

4. เก็บเครื่องมือเมื่อไม่ได้ใช้งาน

5. ไม่ควรใช้เกินกำลังของเครื่อง

6. ห้ามใช้ในบรรยากาศที่ผันผวน

 

คุณจะใช้ปากอย่างระมัดระวังมากขึ้นได้อย่างไร เพื่อใช้สร้างความสัมพันธ์และไม่เผลอไปทำลายผู้อื่น?

 

1. หยุดแก้ตัว. หยุดพูดว่า “ฉันไม่ได้ตั้งใจจะพูดแบบนั้นจริงๆ” หรือ “ฉันก็เป็นแบบนี้แต่ไหนแต่ไรมาแล้ว” จงตระหนักว่าสิ่งที่คุณพูดออกไปนั้นส่งผลต่อทุกคนรอบตัวคุณได้เสมอ

2. พูดให้น้อยลง เรามักจะเจอปัญหานี้บ่อยๆเพราะเราไม่รู้ว่าเมื่อไรควรหยุดพูด ถ้าเปรียบการพูดป็นเครื่องเลื่อยไฟฟ้าเราไม่ควรใช้งานเกินกำลังของเครื่องใช่ไหม?

3. ฟังให้มากขึ้น หากคุณฟังมากขึ้น คุณจะเข้าใจความต้องการของผู้คนได้ดีขึ้น

4. เริ่มสร้างคำถามที่ถูกต้อง ให้กับความคิดแรกของคุณด้วยคำถามที่ว่า  “บุคคลนี้เขากำลังต้องการอะไร” “ฉันจะใช้ถ้อยคำให้กำลังใจเสริมสร้างเขาได้อย่างไร” “ฉันจะพูดอะไรได้บ้างเพื่อสร้างความแตกต่างให้กับชีวิตของเขา”

 

ลองพิจารณาส่วนนี้ในการอธิษฐานตอนเช้าของคุณ: “ข้าแต่พระเจ้า พระศิลา และพระผู้ไถ่ของข้าพระองค์ ขอให้ถ้อยคำจากปากของข้าพระองค์และการรำพึงในใจของข้าพระองค์เป็นที่พอพระทัยในสายพระเนตรของพระองค์” (สดุดี 19:14 NIV)

 

ไตร่ตรอง

-         เหตุใดเราจึงต้องระมัดระวังคำพูดเป็นพิเศษเมื่อเราตกอยู่ใน “บรรยากาศที่ผันผวน”? (โอกาสที่ทุกคนจะระเบิดอารมรณ์ใส่กันได้ง่ายๆ)

-         อะไรคือลักษณะเฉพาะที่คุณสามารถฝึกทำในเสริมสร้างความสัมพันธ์ ซึ่งจะช่วยให้คุณพูดให้น้อยลงและฟังให้มากขึ้น?

-         ข้อพระคัมภีร์ใดบ้างที่คุณสามารถท่องจำซึ่งมันจะช่วยให้คุณพูดความจริงและให้กำลังใจในชีวิตผู้อื่นได้ดีขึ้น

 

 ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่าน

 ขอขอบคุณแหล่งที่มาของบทความหนุนใจ

  pastorrick.com

 

ติดตามอ่านบทความหนุนใจอื่นๆได้ที่ kattcrewslovegod.blogspot


ข้อพระคัมภีร์ประจำวันและการเฝ้าเดี่ยว-วัยเรียน – ปฐมกาล 12:1

 


ข้อพระคัมภีร์ประจำวันและการเฝ้าเดี่ยว-วัยเรียน – ปฐมกาล 12:1

 

มีครั้งหนึ่งที่พระผู้เป็นเจ้าทรงขอให้ฉันอธิษฐานเผื่อคนที่ฉันไม่รู้จักที่ร้านแห่งหนึ่ง ฉันรู้สึกเขินอายมากที่ทำแบบนั้น ฉันไม่ได้ต้องการที่จะอธิษฐานเพื่อบุคคลนั้น ที่เลวร้ายกว่านั้นคือฉันไม่รู้จักเธอด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตาม ร้านค้านั้นว่างเปล่า ไม่มีลูกค้ารายอื่น ฉันจึงตัดสินใจถามเธอว่ามีอะไรจะอธิษฐานร่วมกับเธอได้บ้าง

 

ตอนที่ฉันถามเธอ เธอก็น้ำตาไหล เธอกำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากในชีวิต และฉันก็เสนอที่จะสวดภาวนาให้เธอ สิ่งที่ฉันได้ทำมันส่งผลต่อเธอมากมายจริงๆ

 

เหมือนอย่างที่ฉันเคยประสบมา บางครั้งพระเจ้าอาจจะขอให้คุณทำอะไรบางอย่าง และอาจดูแปลกจริงๆ และอาจเข้าใจได้ยากด้วยซ้ำ เรามาดูข้อพระคัมภีร์ประจำวันนี้เพื่อที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมกัน

 

พระเจ้าตรัสกับอับรามว่า “จงออกจากประเทศของเจ้า ประชากรของเจ้า และครอบครัวบิดาของเจ้าไปยังดินแดนที่เราจะแสดงแก่เจ้า – ปฐมกาล 12:1 (NIV)

 

คุณพอจะจินตนาการออกไหม? จะเกิดอะไรขึ้นถ้าพระเจ้าขอให้คุณออกจากประเทศของคุณ ประชากรของคุณ ครอบครัวของคุณ และไปยังสถานที่ที่พระองค์ทรงแสดงให้คุณเห็น? มันจะรู้สึกแปลกๆมั้ย? ที่สำคัญกว่านั้น คุณจะทำมันไหม?

 

บางครั้งพระเจ้าขอให้ผู้คนของพระองค์ทำในสิ่งที่เขาไม่เคยทำและตัวเราก็อาจยังไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำแบบนั้นด้วย แต่จงจำไว้ว่า พระองค์ไม่ได้ทำแบบนั้นเพื่อทำให้ชีวิตของคุณยุ่งยากขึ้น แต่โดยปกติแล้วพระองค์ต้องการอวยพรผู้อื่นผ่านทางคุณ

 

ดังนั้นวันนี้มาตรวจสอบหัวใจของคุณดู ว่าคุณเต็มใจที่จะทำสิ่งที่พระเจ้าขอให้คุณทำหรือไม่? แม้จะดูเหมือนคนแปลกๆในสายตนคนอื่นๆ? พระเจ้าต้องการใช้คุณทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่เพื่อพระองค์ แต่คุณต้องเต็มใจที่จะถูกใช้ วันนี้ลองสำรวจหัวใจของคุณดู ทำการปรับเปลี่ยนที่จำเป็นในใจของคุณเพื่อว่าหากพระเจ้าขอให้คุณทำบางสิ่งเพื่อพระองค์ คุณก็พร้อมและเต็มใจที่จะทำสิ่งนั้น

 

ความจริงในวันนี้คือ: จงพร้อมที่จะเชื่อฟังพระเจ้า

 

ข้อพระคัมภีร์ประจำวันเหล่านี้เต็มไปด้วยเนื้อหาที่ยอดเยี่ยม เมื่อวัยรุ่นอ่านพวกเขาจะเติบโตในการดำเนินกับพระเจ้า รวมถึงการให้ข้อคิดทางวิญญาณซึ่งจะช่วยให้วัยรุ่นรู้จักความรักของพระเจ้าอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น

 

ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่าน

 ขอขอบคุณแหล่งที่มาของบทความหนุนใจ

 n6v.61c.myftpupload.com

ติดตามอ่านบทความหนุนใจอื่นๆได้ที่ kattcrewslovegod.blogspot


วันเสาร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2566

แสงที่ยั่งยืน

 


แสงที่ยั่งยืน

พระคำของพระเจ้าช่วยให้เราเห็นทางได้อย่างชัดเจนว่าเราอยู่ที่ไหน และเราจะต้องไปที่ไหน


อ่าน สดุดี 119:105

พระวจนะของพระองค์เป็นโคมสำหรับย่างก้าวของข้าพระองค์

เป็นแสงสว่างส่องทางของข้าพระองค์

 

อาณาจักรในอนาคตของพระเจ้าเต็มไปด้วยแสงสว่าง “ประทีปคือลูกแกะ” (วิวรณ์ 21:23) แม้ว่าบางครั้งโลกของเราจะดูมืดมน เราต้องการแสงสว่างจากพระเจ้าเพื่อทำความเข้าใจว่าเราอยู่ที่ไหนและดูว่าเรากำลังจะไปที่ไหน  

 

พระคำของพระเจ้าเป็น “โคมสำหรับย่างก้าว [ของเรา]”  พระคัมภีร์เป็นที่สิ่งจำเป็นสำหรับการมองเห็น และการรู้เท่าทันอารมณ์ของเรา  ความสัมพันธ์ของเรา และสถานการณ์ของเรา การรับรู้ของเราเองนั้นอาจไม่สมบูรณ์หรือไม่น่าเชื่อถือพอ แต่ตะเกียงแห่งพระวจนะของพระเจ้าเผยให้เห็นทุกสิ่งให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

 

อย่างไรก็ตาม เรายังต้องการที่จะก้าวไปข้างหน้า และพระคำจะช่วยส่องแสงสว่างบนเส้นทางของชีวิต เพื่อแสดงให้เราเห็นว่าเรากำลังมุ่งหน้าไปที่ใด และด้วยความช่วยเหลือจากพระเจ้า เราอาจเคลื่อนไหวด้วยความเข้าใจที่ดีกว่าโดยใช้ “ปัญญาจากเบื้องบน” (ยากอบ 3:17)

 

ไม่ว่าคุณจะเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบากหรือต้องตัดสินใจ ให้พระคำทำหน้าที่เป็นตะเกียงและแสงสว่างนำทางคุณ คุณสามารถวางใจให้พระเจ้าช่วยให้คุณมองเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้นและก้าวไปข้างหน้าโดยไม่ต้องกลัว

 

ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่าน

 ขอขอบคุณแหล่งที่มาของบทความหนุนใจ

 intouch.org


ติดตามอ่านบทความหนุนใจอื่นๆได้ที่ kattcrewslovegod.blogspot


วันศุกร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2566

ภาพสะท้อนของพระคำที่ดีที่สุดดูได้จากการกระทำของเรา

 


ภาพสะท้อนของพระคำที่ดีที่สุดดูได้จากการกระทำของเรา

การปฏิบัติตามข้อแก้ไขที่เราพบในพระคำของพระเจ้าด้วยความถ่อมใจจะทำให้เราอยู่บนเส้นทางแห่งพระพร

 

อ่าน ยากอบ 1:23-25

23ผู้ใดที่ฟังพระวจนะแต่ไม่ได้ทำตาม ผู้นั้นก็เป็นเหมือนคนที่ส่องกระจกมองหน้าตัวเอง 24หลังจากส่องดูแล้วก็ไปและทันใดนั้นก็ลืมว่าหน้าตาตนเองเป็นอย่างไร 25ส่วนผู้ที่พินิจดูบทบัญญัติอันสมบูรณ์ซึ่งให้เสรีภาพและทำสิ่งนี้ต่อไปโดยไม่ลืมสิ่งที่เขาได้ยิน แต่ปฏิบัติตาม เขาก็จะได้รับพรในสิ่งที่ตนทำ

 

กระจกเงาที่สมบูรณ์แบบไม่เพียงช่วยให้เรามองเห็นเงาสะท้อนของเราเท่านั้น แต่ยังมองเห็นได้อย่างแม่นยำอีกด้วย กระจกที่เราเห็นในงานคาร์นิวัลจะแสดงสัดส่วนที่บิดเบี้ยว เพื่อให้เรามองตัวเองอย่างที่พระเจ้าเห็น ยากอบกล่าวว่าเราต้องการ “ธรรมบัญญัติอันสมบูรณ์” ซึ่งเป็นอีกชื่อหนึ่งสำหรับพระคำของพระเจ้า และการสะท้อนตัวเราเองที่เราเห็นในพระคัมภีร์นั้นสมบูรณ์แบบในแง่ที่ว่ามันครบถ้วนแล้ว เพราะพระคำไม่ขาดสิ่งใดเลย ข้อคิดที่เราได้รับมานั้นสามารถเตรียมเราให้ดำเนินชีวิตด้วยความซื่อสัตย์มากขึ้น

 

เนื่องจากการได้ยินหรือการรู้ในสิ่งที่พระคัมภีร์กล่าวไม่ใช่เป้าหมายสุดท้ายของเรา เราจึงต้องทำมากกว่าแค่การมองดูหรืออ่านเท่านั้น เช่นเดียวกับที่กระจกในห้องน้ำแสดงให้เราเห็นว่าผมของเราชี้ฟูอยู่หรือเปล่า หรือมีอาหารกลางวันติดอยู่ในฟันหรือเปล่า กระจกแห่งพระคำไม่ได้เพียงแสดงให้เราเห็นว่าเรามีรูปร่างหน้าตาอย่างไร แต่มันเตือนเราว่าเราควรมีลักษณะอย่างไร โดยเผยให้เห็นช่องว่างในการเชื่อฟังของเราด้วย และถ้าเราปฏิบัติตามช่องว่างเหล่านั้น โดยปล่อยให้พระคัมภีร์ทำให้เราเป็นสาวกด้วยความรักและยอมจำนนต่อพระเยซู เราก็จะกลายเป็นสิ่งที่ยากอบเรียกว่า "ผู้ที่พินิจ" แล้วผลลัพธ์ที่เราจะได้ล่ะ? เราจะได้รับพรเมื่อเราทำทุกอย่างที่พระผู้เป็นเจ้าทรงขอจากเรา

 

ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่าน

 ขอขอบคุณแหล่งที่มาของบทความหนุนใจ

 todaydevotional.com

 

ติดตามอ่านบทความหนุนใจอื่นๆได้ที่ kattcrewslovegod.blogspot


วันพฤหัสบดีที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2566

ข้อพระคัมภีร์ประจำวันและการเฝ้าเดี่ยว-วัยเรียน – อิสยาห์ 40:31

 


ข้อพระคัมภีร์ประจำวันและการเฝ้าเดี่ยว-วัยเรียน – อิสยาห์ 40:31

 

31แต่บรรดาผู้ที่รอคอยองค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยความหวัง

จะฟื้นกำลังขึ้นใหม่

พวกเขาจะกางปีกทะยานขึ้นเหมือนนกอินทรี

พวกเขาจะวิ่งไปโดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

พวกเขาจะเดินไปโดยไม่อ่อนระโหยโรยแรง - อิสยาห์ 40:31 

 

คุณไว้วางใจอะไรอยู่ตอนนี้? คุณวางใจในความสามารถของคุณเองใช่หรือไม่? คุณกำลังฝึกฝนกับเครื่องดนตรีของคุณอย่างหนักเพื่อเตรียมเดบิวท์สำหรับเข้าร่วมวงดนตรีของโรงเรียน โดยหวังว่าคุณจะได้ทำวงดนตรีร่วมกับทางโรงเรียนของคุณใช่หรือไม่? และ คุณพิจารณาจากสิ่งที่คุณสามารถทำได้เท่านั้นใช่หรือไม่?

 

อันที่จริง มันก็ไม่ได้มีอะไรผิดปกติเกี่ยวกับการพยายามทุ่มเทอย่างหนักของคุณหรอก การฝึกฝนทักษะและความสามารถพิเศษที่คุณมีถือเป็นวินัยที่ดี แต่มันยังมีความสมดุลอย่างอื่นด้วย เพราะในวันหนึ่งพระเจ้าจะทรงเรียกคุณให้ทำในสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าสิ่งที่คุณสามารถทำได้ด้วยตัวเอง และเป็นการดีสำหรับคุณที่มาถึงจุดที่คุณสามารถวางใจพระเจ้าได้อย่างเต็มที่และเชื่อในสิ่งที่พระองค์สามารถทำได้ผ่านทางคุณได้

 

จนกว่าคุณจะไปถึงจุดสิ้นสุดของตัวคุณเองและยอมจำนนต่อพระเจ้าอย่างเต็มใจ และวางใจในพระองค์ นั่นหมายความว่า   สิ่งมหัศจรรย์สามารถเกิดขึ้นได้

ในชีวิตคุณ 


ความจริงวันนี้: เมื่อคุณมอบชีวิตของคุณแด่พระเจ้าอย่างเต็มที่ สิ่งอัศจรรย์ก็เกิดขึ้นได้เสมอ ดังนั้นจงพยายามอย่างเต็มที่ในทุกสิ่งที่คุณทำได้ จงทำงานหนัก แต่อย่าไว้วางใจเฉพาะในความพยายามของคุณเท่านั้น แต่จงรู้ไว้ว่าการวางใจพระผู้เป็นเจ้าจะช่วยให้คุณพบความเข้มแข็งและอุปกรณ์ที่คุณจำเป็นต้องใช้สำหรับการเดินทาง ในพระเจ้า เราจะพบทุกสิ่งที่เราต้องการและปรารถนา อย่ากลัวที่จะไปหาพระองค์วันนี้เพื่อรับทุกสิ่งที่คุณต้องการ

 

อธิษฐาน: ข้าแต่พระเจ้า ลูกอยากจะมอบชีวิตให้กับพระองค์อย่างเต็มที่ ลูกรักพระองค์และอยากจะทำทุกอย่างที่พระองค์ทรงเรียกให้ลูกทำ และลูกรู้ว่าด้วยการเตรียมการของพระองค์ ทุกสิ่งก็เป็นไปได้ อธิษฐานในนามพระเยซู อาเมน

 

ข้อพระคัมภีร์ประจำวันเหล่านี้เต็มไปด้วยเนื้อหาที่ยอดเยี่ยม เมื่อวัยรุ่นอ่านพวกเขาจะเติบโตในการดำเนินกับพระเจ้า รวมถึงการให้ข้อคิดทางวิญญาณซึ่งจะช่วยให้วัยรุ่นรู้จักความรักของพระเจ้าอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น

 

ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่าน

 ขอขอบคุณแหล่งที่มาของบทความหนุนใจ

 n6v.61c.myftpupload.com

ติดตามอ่านบทความหนุนใจอื่นๆได้ที่ kattcrewslovegod.blogspot


เมล็ดพันธุ์ที่ไม่มีวันตาย

 


เมล็ดพันธุ์ที่ไม่มีวันตาย

พระเยซูทรงปลูกฝังความรักของพระองค์ไว้ในใจของเราและต้องการให้เราแบ่งปันความรักนั้นกับผู้อื่น


อ่าน 1 เปโตร 1:22-23

22บัดนี้เมื่อท่านได้ชำระตัวให้บริสุทธิ์ด้วยการเชื่อฟังความจริงเพื่อจะรักพี่น้องอย่างจริงใจแล้ว ก็จงรักกันอย่างลึกซึ้งด้วยใจจริง 23เพราะท่านได้บังเกิดใหม่แล้ว ไม่ใช่เกิดจากเมล็ดพันธุ์อันเสื่อมสลายได้ แต่จากเมล็ดพันธุ์อันไม่รู้เสื่อมสลายคือพระวจนะของพระเจ้าอันทรงชีวิตและยืนยงถาวร

 

การเตรียมสวน การเพาะปลูกดิน   การรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ การจัดการวัชพืช เราต้องใช้เวลาและความพยายาม แต่คนสวนใช้เวลาน้อยที่สุดในการทำสิ่งที่อาจเป็นงานที่สำคัญที่สุด นั่นคือการเลือกและปลูกเมล็ดพันธุ์ที่เหมาะสม ข้อพระคำวันนี้เราสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับประสบการณ์ในการปลูกฝังความรักแบบคริสเตียนได้

 

ในห้องชั้นบน พระเยซูทรงประทานพระบัญญัติใหม่แก่เหล่าสาวกว่า "ให้รักกันและกันเหมือนที่เราได้รักพวกท่าน”   พระองค์ตรัสว่าถ้าพวกท่านรักซึ่งกันและคนทั้งปวงจะรู้ว่าพวกท่านเป็นสาวกของเรา (ยอห์น 13:34-35) ความรักอันลึกซึ้งนี้ไม่ได้เติบโตตามธรรมชาติจากใจมนุษย์ และหากเราต้องการเห็นความรักนี้เติบโตในชีวิตของเรา เราก็ต้องการเมล็ดพันธุ์ที่ดีกว่า

 

ดังที่เปโตรกล่าวไว้ในข้อความวันนี้ ความรักอันแรงกล้าต่อกันเกิดขึ้นเมื่อเราบังเกิดใหม่จากเมล็ดพันธุ์ที่ “ไม่เสื่อมสลาย” เพียงเมล็ดเดียว นั่นก็คือ“พระวจนะที่มีชีวิตและยั่งยืนของพระเจ้า” (ข้อ 23)  ข่าวประเสริฐของยอห์นบอกเราว่า พระเยซูเองทรงเป็นพระคำ (ยอห์น 1:1-4) พระองค์ทรงเป็นพระคำแห่งความเมตตาของพระเจ้าและการทรงสร้างใหม่ เป็นแหล่งที่มาของการบังเกิดใหม่ของเรา

 

แต่พระเจ้ายังคงประทานพระคำที่เป็นลายลักษณ์อักษรแก่เราเพื่อเตือนเราถึงพระราชกิจของพระองค์ในโลกและในตัวเรา เตือนตัวเองในวันนี้และทุกวันถึงพระราชกิจของพระเจ้าในตัวคุณ ปลูกฝังผลแห่งความรักผ่านการพบปะกับพระเยซูโดยการอ่านพระคัมภีร์ 


วันนี้คุณได้ใช้เวลากับพระคำของพระเจ้าบ้างหรือยัง?

 

ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่าน

 ขอขอบคุณแหล่งที่มาของบทความหนุนใจ

 intouch.org

 

ติดตามอ่านบทความหนุนใจอื่นๆได้ที่ kattcrewslovegod.blogspot


วันพุธที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2566

ข้อพระคัมภีร์ประจำวันและการเฝ้าเดี่ยว-วัยเรียน- สดุดี 94:19

 


ข้อพระคัมภีร์ประจำวันและการเฝ้าเดี่ยว-วัยเรียน- สดุดี 94:19

 

ถึงเวลาเปิดเทอมทีไร บางครั้งนั่นอาจเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับคนบางคน แม้ว่าบางคนจะประสบความสำเร็จและรักการไปโรงเรียน แต่ก็มีบางคนที่กลัวการกลับไปโรงเรียนอย่างแท้จริง

 

บางคนอาจมีความกังวลเรื่องวิชาการ และรู้สึกกดดันที่ต้องทำเกรดให้ได้ดีที่สุด คนอื่นๆ อาจคาดหวังว่าตนเองจะทำได้ดีในวงโย ในคณะนักร้องประสานเสียง หรือทีมกีฬา ในขณะที่คนอื่นๆ อาจมีความกังวลเกี่ยวกับความสามารถในการหาเพื่อน การค้นหาวิชาเรียนที่ชอบ และเรื่องอื่นๆ  

 

ความกังวลอาจเพิ่มขึ้นมากมายในใจของคุณเมื่อถึงเวลาเปิดเรียน คุณอาจรู้สึกวิตกกังวลและมีอารมณ์หงุดหงิดง่าย หากคุณเป็นเช่นนั้น นี่เป็นข้อพระคัมภีร์ที่จะช่วยให้กำลังใจคุณ

 

เมื่อความวิตกกังวลสุมใจของข้าพระองค์ การปลอบประโลมของพระองค์ก็นำความชื่นชมยินดีมาสู่จิตวิญญาณของข้าพระองค์- สดุดี 94:19  

 

เมื่อคุณเริ่มสงสัยในตัวเองและความสามารถของคุณ จงรับการปลอบใจในพระเจ้า พระองค์จะอยู่ที่นั่นเพื่อให้คุณมีความหวัง มีกำลังใจ และสิ่งที่คุณต้องทำให้ดีในปีนี้ ก็คือจงวางใจในพระองค์ แล้วเฝ้าดู พระองค์อาจจะทำสิ่งที่เกินความคาดหมายของคุณก็ได้ 

 

ความจริงวันนี้: คุณสามารถอยู่อย่างสงบสุขได้แม้จะอยู่ในความยากลำบากก็ตาม คุณสามารถดำเนินชีวิตอย่างสงบสุขได้ แม้คุณจะตกอยู่ท่ามกลางความยากลำบาก  หากคุณเลือกที่จะมุ่งความสนใจไปที่พระองค์ และรับรู้ว่าพระองค์ทรงห่วงใยคุณ มันจะช่วยให้คุณผ่านช่วงเวลานี้ในชีวิตของคุณไปได้

 

อธิษฐาน: ข้าแต่พระเจ้า ลูกขอบคุณที่พระองค์ทรงอยู่กับลูกทุกๆวันตลอดปีการศึกษานี้ โปรดช่วยให้ลูกมุ่งความสนใจไปที่พระองค์ ลูกเลือกที่จะเดินด้วยความหวังและความสุขในพระองค์ โดยรู้ว่าพระองค์สัญญาว่าจะไม่ทิ้งลูกไป อธิษฐานในนามพระเยซู อาเมน

 

ข้อพระคัมภีร์ประจำวันเหล่านี้เต็มไปด้วยเนื้อหาที่ยอดเยี่ยม เมื่อวัยรุ่นอ่านพวกเขาจะเติบโตในการดำเนินกับพระเจ้า รวมถึงการให้ข้อคิดทางวิญญาณซึ่งจะช่วยให้วัยรุ่นรู้จักความรักของพระเจ้าอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น

 

ขอพระเจ้าอวยพรทุกท่าน

 ขอขอบคุณแหล่งที่มาของบทความหนุนใจ

 n6v.61c.myftpupload.com

ติดตามอ่านบทความหนุนใจอื่นๆได้ที่ kattcrewslovegod.blogspot


ข้อคิดหนุนใจประจำวัน วิธีปกป้องความหวังของคุณ

  จงต่อสู้กับมัน จงมั่นคงในความเชื่อ และมีความหวังในพระเจ้า ข้อคิดหนุนใจประจำวัน     วิธีปกป้องความหวังของคุณ     โดย Joyce Meyer    เรียบ...