อาหารฝ่ายวิญญาณ
ฉันได้เรียนรู้แล้วว่า
การเลือกกินอาหารที่ถูกต้อง ร่างกายของเราก็จะขับเคลื่อนไปในทิศทางที่ถูกต้อง
อาหารที่ถูกต้องก็คือ อาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่ใช่แค่อาหารที่ถูกปาก
อาหารที่มีประโยชน์มันจะส่งผลดีต่อทุกระบบในร่างกายของเรา แต่ถ้าหากเราเลือกกินแต่อาหารที่ถูกปากในสักวันหนึ่งเมื่อมันสะสมมากๆในตัวเรา
มันก็จะกลายเป็นโทษ และทำให้เราต้องทนทุกข์ทรมานกับผลของมัน
ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
เช่นเดียวกันกับจิตวิญญาณ
หากฝ่ายร่างกายต้องการอาหารฉันใด ฝ่ายวิญญาณของเราก็ต้องการอาหารฉันนั้น
หากเราเลือกอาหารฝ่ายวิญญาณที่ถูกต้อง จิตวิญญาณของเราก็จะเข้มแข็ง เจริญเติบโต
และขับเคลื่อนไปในทิศทางแห่งพระพร แล้วเราจะหาอาหารฝ่ายวิญญาณได้ที่ไหนล่ะ?
อาหารฝ่ายวิญญาณก็คือการอ่านพระคัมภีร์ ถ้าหากร่างกายเราขาดอาหารไม่ได้
จิตวิญญาณเราก็ขาดการอ่านพระคัมภีร์ไม่ได้เช่นเดียวกัน
พระคัมภีร์จึงมีความจำเป็นในการดำเนินชีวิตคริสเตียนของเราเพราะเป็นอาหารของเรา
พระคัมภีร์จะช่วยนำทิศทางให้กับชีวิตของเรา
สดด.119:105
พระคัมภีร์เปรียบเหมือนความสว่างและโคมส่องทาง
เพื่อจะนำทิศนำทางให้แก่ชีวิตของเราไปในทางที่ถูกต้องตามที่พระเจ้าต้องการ
หลายครั้งเราต้องตัดสินใจและเราไม่รู้ว่าควรจะเลือกเดินทางไหนดี
แต่เมื่อเราอ่านพระคัมภีร์เราจะเข้าใจทางที่เราควรจะเดินไป
เพราะพระคัมภีร์จะส่องสว่างแก่เรา
เราจึงควรอ่านพระคัมภีร์สม่ำเสมอเพื่อเข้าใจแผนการของพระเจ้า
พระคัมภีร์จะช่วยเป็นเหมือนกระจก
ทุกครั้งที่เราอ่านพระคัมภีร์
พระคัมภีร์จะเป็นกระจกที่ส่องให้เราเห็นว่าพระเจ้าดีอย่างไร
และรู้จักตัวเราเองว่าเป็นอย่างไร มีอะไรบกพร่องที่จะต้องเปลี่ยนแปลง
และเราจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร? พระคัมภีร์จึงจำเป็นมากสำหรับชีวิตคริสเตียน
(ยก.1:23)
พระคัมภีร์จะช่วยเปลี่ยนแปลงลักษณะชีวิตของเราให้เป็นเหมือนพระเยซู
มธ.5:48 เมื่อเรามาเป็นคริสเตียน
พระเจ้าเรียกร้องให้เรามีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงใหม่ ให้เป็นคนดีเหมือนพระเจ้า
พระเจ้ามิได้คาดหวังว่าเราจะเปลี่ยนทันทีทันใด
แต่พระเจ้าคาดหวังให้เรามีการพัฒนาชีวิตมากขึ้นเรื่อยๆและเราจะเป็นคนดีรอบคอบก็ต่อเมื่อเราอ่านพระคัมภีร์และตอบสนอง
พระคัมภีร์จะช่วยเตรียมชีวิตเราให้ทำการดี
2ทธ.3:16-17 พระคัมภีร์เป็นพระคำของพระเจ้า
มีฤทธิ์เดชที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราได้ อีกทั้งยักตักเตือนว่ากล่าว
ปรับปรุงแก้ไขให้เป็นคนดี และให้ดำเนินชีวิตอยู่ในความชอบธรรมตามน้ำพระทัยของพระเจ้า
เพื่อจะเป็นคนดีพร้อมทุกอย่างในการดำเนินชีวิตได้
ดังนั้นคริสเตียนทุกคนจึงต้องแสวงหาพระเจ้า
เพื่อที่จะรู้จักพระเจ้าและน้ำพระทัยของพระองค์
เพื่อที่จะเป็นคนชอบธรรมในสายพระเนตรของพระเจ้า
พระคัมภีร์เป็นสิ่งสำคัญที่ชีวิตคริสเตียนขาดไม่ได้
เราจึงจำเป็นต้องอ่านพระคัมภีร์ทุกวัน และไม่ใช่อ่านอย่างขอไปทีหรือเบื่อหน่าย
แต่อ่านด้วยความคาดหวังและความเชื่อว่าพระคัมภีร์จะเปลี่ยนชีวิตของเรา
โดยการประยุกต์พระคัมภีร์มาใช้กับชีวิตประจำวันของเราเสมอ
ให้พระคัมภีร์เป็นเหมือน“คู่มือแห่งชีวิต”ของเรา
หนังสือที่รวมรวมความรู้และสติปัญญา
และช่วยเสริมกำลังใจที่ดีที่สุด คือ พระคัมภีร์
หนังสือในโลกอาจมีมากมายจนนับไม่ถ้วนก็จริง
แต่ก็ไม่มีหนังสือเล่มใดที่จะเหมือนกับพระคัมภีร์
เพราะว่าพระคัมภีร์ไม่ได้เขียนขึ้นโดยความคิดของมนุษย์
แต่ได้เขียนขึ้นโดยการดลใจจากพระเจ้า (2ทธ.3:16-17) (2ปต.1:20-21)
ดังนั้นพระคัมภีร์จึงเป็นการสำแดงจากพระเจ้ามาสู่มนุษย์
เราจึงพบว่าพระคัมภีร์มีสิทธิอำนาจและอิทธิพลอย่างมากต่อผู้ที่อ่าน
คนจำนวนมากทั่วโลกทั้งในอดีตและปัจจุบันได้รับการเปลี่ยนแปลงชีวิตจากการอ่านพระคัมภีร์ทุกวัน
พระคัมภีร์จึงเป็นเสมือน “หนังสือแห่งชีวิต”
KCLOVEGOD ขอสนับสนุนให้เราทุกคน อ่านและทำความเข้าใจพระวจนะของพระเจ้าร่วมกันวันละนิด แล้วถ้าคุณนำความรู้นั้นมาปฏิบัติให้เกิดผลจริงในชีวิตของคุณ คุณจะได้พบกับขุมทรัพย์ที่ยิ่งใหญ่แห่งชีวิต
ขอบคุณบทความดีๆจาก
abodahblessing
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น